- 26 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
สืบเนื่องจากกรณีที่มีเด็กนักกีฬานักฟุตบอลและโค้ช รวม 13 ชีวิต ได้สูญหายเข้าไปในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย จนขณะนี้เจ้าหน้าที่และหน่วยซีลยังคงเร่งค้นหา 13 ชีวิตที่สูญหายอยู่ในถ้ำอย่างต่อเนื่อง และเมื่อในปี2534 ก็เคยมีเหตุการณ์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้หลงเข้าไปเช่นกัน อย่างไรก็ดีทางทีมข่าวขอให้น้องๆและโค้ช ทั้ง13 ท่าน ปลอดภัย เป็นกำลังใจทีมงานผู้ช่วยเหลือทุกๆท่านด้วยครับ
วนอุทยานถ้ำหลวง
เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ที่เกิดจากการเซาะของน้ำใต้ดินเป็นเวลานาน จึงทำให้มีความยาวกว่า 7 กิโลเมตร( เชื่อกันว่ามีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย) ปาก ถ้ำเป็นห้องโถนขนาดกว้างเป็นที่อยู่ของค้างคาวขนาดเล็ก ลักษณะภายในถ้ำ เป็นทางน้ำขนาดกว้าง-แคบสลับกันไปมีหินงอกหินย้อย เกร็ดหินสะท้อนแสงงดงาม ตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพจญภัย
ปากถ้ำอยู่ทิศเหนือของตัวดอย สูงกว่าระดับพื้นดินธรรมดาประมาณ 15 ขั้นบันได เป็นถ้ำที่มหินงอกหินย้อยเป็นจำนวนมากที่สุดถ้ำหนึ่งในเชียงราย การเดินขึ้นไปปากถ้ำสะดวกสบายมาก เพราะไม่สูงและมีปันไดไว้ให้ ปากถ้ำกว้างประมาณ 20 เมตร ลักษณะลาดเอียงลงไปข้างล่าง คือเอียงลงในถ้ำ ภายในไม่ราบเรียบ เต็มไปด้วยหินงอก หินย้อยตะปุ่มตะป่ำ บางแห่งหินย้อยลงมาจากเพดานข้างบนจนจดพื้นข้างล่าง เลยกลายเป็นลักษณะเสาค้ำเพดานไว้ก็มี บางแห่งย้อยลงมามีลักษณะคล้ายผ้าม่านที่มนุษย์ทำขั้น บางแห่งเวลาส่องดูด้วยไฟฟ้าเดินทางจะปรากฏมีแสงระยิบระยับสวยงามมาก บางคนจินตนาการไปต่าง ๆ นานา เช่น เป็นห้องโถงท้องพระโรงบ้าง ห้องนั่งเล่นบ้าง แม้กระทั่งจินตนาการเป็นรูปคน สัตว์ก็มี หลายแห่งมีน้ำหยดลงมาจากผนังถ้ำด้านบน บางแห่งหยดลงมานานจนกลายเป็นแอ่งน้ำเล็ก ๆ สามารถตักดื่มได้ จึงจินตนาการไปกลายเป็นบ่อน้ำทิพย์ บ่อน้ำมนต์ฤาษีบ้าง ว่ากันไปไม่รู้จบ บ้างก็เล่าลือกันไปว่าถ้ำนี้สามารทะลุไปออกถ้ำเชียงดาวจังหวัดเชียงใหม่โน่น ทีเดียว ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
ภายในถ้ำมีลักษณะเป็นตะปุ่มระป่ำไม่เรียบถ้าเรียบก็สามารถบรรจุคนจำนวน ร้อยได้ บางแห่งกว้างราวกับหอประชุมขนาดใหญ่ มีโพรงอากาศที่ทะลุจากเพดานถ้ำด้านบนให้แสงสว่างลงมาถึงก้นถ้ำสามแห่ง เชื่อกันว่าไม่มีใครสามารถเดินเข้าถ้ำนี้จนสุดได้ทุกซอกทุกมุมได้ เพราะว่ามีหลายหลืบ หลายชั้นมากมายเหลือเกิน บางตอนจะต้องเดินลัดน้ำที่ลึกประมาณ 1 ศอกก็มี แต่บางแห่งก็เป็นเพียงมีน้ำซึมเท่านั้น พื้นถ้ำส่วนมากลื่นอาจจะหกล้มได้ง่าย บางแห่งเป็นหุบเหวยอยู่ภายในถ้ำก้มี ทั้งนี้เนื่องจากความใหญ่โตของมันนั่นเอง
เมื่อ ปี 2534 มีนักทัศนาจรชาวฝรั่งสองคน ได้มาเที่ยวที่ถ้ำหลวงแห่งนี้และพากันเข้าไปในถ้ำ คนภายนอกถ้ำสังเกตุว่าทั้งคู่ไม่ออกมากที จึงแจ้งตำรวจและช่วยกันค้นหา กว่าจะพบและพาออกมาได้ก็เสียเวลาไปสามวันในสภาพที่ดิดโรยเต็มที จากนั้นจึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนมาตั้งอยู่ที่ปากถ้ำเพื่อให้คำแนะ นำช่วยเหลือดังกว่าวมาแล้ว
นอกจากถ้ำดังกล่าว แล้วถายในวนอุทยานฯ ยังมีถ้ำที่น่าสนใจ อยู่ภายในบริเวณเดียวกัน ซึ่งมีความงามแตกต่างกันออกไป ดังนี้
1.ถ้ำพระ เป็นถ้ำขนาดเล็กมีความสงบร่มเย็น ชาวบ้านได้สร้างพระพุทธรูปประดิษฐานไว้ เพื่อเป็นที่สักการะบูชาภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อย ที่งดงามแปลกตา อากาศบริเวณปากถ้ำเย็นสบายตลอดทั้งปี
2.ถ้ำเลียงผา เกิดจากการยุบตัวของแผ่นดิน จึงทำให้เกิดลักษณะที่เป็นเวิ้งมีหุบเหวล้อมรอบกว้างประมาณ 60-80 เมตร สูงมากกว่า 30 เมตร บริเวณถ้ำยังพบฟอสซิลหอยฝาเดียวและหอยสองฝาโบราณอายุหลายร้อยล้านปี ในอดียเลี้ยงผาบนภูเขาจะลงมากินน้ำที่เกิดจากพายุฝนไหลลงมาขังในถ้ำ จึงเป็นที่มาของชื่อ "ถ้ำเลียงผา"
3.ถ้ำมัลติเทวี หรือ ถ้ำพญานาค เป็นถ้ำขนาดเล็ก อยู่ใต้ผาบนภูเขา กล่าวกันว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระอริยบุคคล และได้มรณภาพในถ้ำนี้ จุดเด่นของถ้ำนี้คือ มีหินงอกขนาดใหญ่ คล้ายงูแผ่แม่เบี้ย
สูงประมาณ ๒.๕ เมตร อยู่บริเวณปากถ้ำ
ซึ่งถ้ำเหล่านี้อยู่ห่างจากอำเภอแม่สายเพียง 5 กิโลเมตร และแยกจากทางหลวงหมายเลข 110 เข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร นับว่าไม่ไกลมากนัก
ขอขอบพระคุณข้อมูล แม่สายบ้านเรา ติดตามข่าวสารติดตามได้ที่http://maesaibanrao.blogspot.com/?m=1 /ภาพบิ๊กเกรียน
