ปากดีไม่เลิก!! "วัฒนา เมืองสุข"ถ่มนำ้ลายรดฟ้า วิจารณ์กองทัพ"ปมทุจริต" แต่ไหงกลับทำเอง!! บิดเรื่อง"กลั่นแกล้ง"การเมือง!!??

Publish 2017-06-17 12:49:30



บทบาทสำคัญของผู้ที่รับใช้ระบอบ”ทักษิณ” ชนิดที่ดุเดือด เลือดพล่า คงนี้ไม่พ้นกระบอกเสียงสำคัญอย่าง "วัฒนา เมืองสุข" ขาประจำในการต่อต้านรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ไม่ว่าเรื่องใด สถานการณ์ใด ก็ตาม นายวัฒนาผู้นี้ก็ได้ออกมาตอบโต้ ยั่วยุ ปลุกปั่น ท้าทายอำนาจคสช. จนถูกเรียกตัวเข้าค่ายทหารอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีครั้งใดที่จะหลาบจำ อาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมาคสช.ไม่เคยใช้การกระทำรุนแรงใดๆ คสช.ดำเนินการอยู่ในกรอบของกฎหมายมาโดยตลอด ถึงขนาดกล่าวว่าสะกดคำว่า "กลัว"ไม่เป็นเลยทีเดียว

เมื่อวันที่3 มี.ค.59 นายวัฒนาได้กล่าวว่า "หากต่อไปจะมีการปรับทัศนคติ 3วัน หรือ7วันก็ไม่ขัดข้อง และไม่รู้สึกกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะสะกดคำนี้ไม่เป็น" ภายหลังจากถูกเจ้าหน้าที่ทหารเชิญตัวถึงบ้านพักเพื่อปรับทัศนคติ หลังโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัววิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคสช. ที่มณฑลทหารบกที่11 (มทบ.11) ก่อนแจ้งข้อหาผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งนายวัฒนาได้ใช้หลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราว

 

 



และเมื่อ4 มิ.ย.60ที่ผ่านมา นายวัฒนา โจมตีรัฐบาลและคสช.ผ่านทางเฟสบุ๊คส่วนตัวโดยอ้างว่าคดีทุจริตที่เกี่ยวกับกองทัพไม่มีความคืบหน้า ในหัวข้อ "ร่วมด้วยช่วยกัน...แถ" บางช่วงระบุว่า
หัวหน้าเผด็จการออกมายอมรับแล้วว่าเศรษฐกิจไม่ดี โดยแก้ตัวว่ามาจากการปราบคอร์รัปชั่นหนักเลยทำเศรษฐกิจฝืดเคือง ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกันและเมื่อไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งออกมาบอกว่าเศรษฐกิจดีแล้วมีอัตราการเจริญเติบโตถึง 3.8% พร้อมทั้งประณามคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นพวกไม่หวังดี แต่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติจัดอันดับความโปร่งใสของไทยในปี 2559 ให้สอบตกโดยไทยอยู่ลำดับที่ 101 จาก 176 ประเทศ ได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย สรุปคือมีการโกงมากขึ้นแต่คดีทุจริตที่เกี่ยวกับกองทัพไม่มีความคืบหน้า คือ
(1) คดีการจัดซื้อเรือเหาะของคนใกล้ตัวหัวหน้า คสช.
(2) คดีการจัดซื้อเครื่องมือตรวจสอบวัตถุระเบิด GT 200 ที่หัวหน้า คสช. เคยยืนยันว่าใช้งานได้ดี แต่ศาลสหราชอาณาจักรพิพากษาจำคุกผู้ผลิตเพราะเห็นเป็นการลวงโลก
(3) คดีญาติพี่น้องหัวหน้า คสช.
และ (4) คดีการทุจริตขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกที่ ครม. มีมติให้ยกเลิกการให้สิทธิพิเศษแล้ว อันเป็นการยืนยันว่าการให้สิทธิแก่ อผศ. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

การแสดงบทบาทของนายวัฒนา ที่ดูคล้ายกับเป็นนักเรียกร้อง ตั้งตัวเป็นนักตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล หรือกองทัพ โดยลืมไปว่าพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตของตนเอง และมิหนําซำ้ ยังปากกล้าเปลี่ยนเรื่องจาก "ความผิดในฐานทุจริต" บิดเบือนกลับมา เป็นการ"กลั่นแกล้ง ทางการเมือง" 

ภายหลังที่มีกระแสข่าวคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร เมื่อสมัยที่ได้ครองเก้าอี้เป็นรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ว่า มีพฤติกรรมส่อทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148, 149 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง
 



ซึ่งเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่าน  นายวัฒนาก็ออกมาตอบโต้และไม่มีทีท่าที่จะลดราวาศอกหรือรู้สึกสำนึกแต่อย่างใด ซึ่งกล่าวว่า เป็นเรื่องการเมือง เป็นความพยายามของผู้มีอำนาจ โดยนำเรื่องคดีมาบีบไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์ เรื่องคดีก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม ผู้มีอำนาจมักนำเรื่องคดีมาขู่ เวลาตนวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เคยระบุ นักการเมืองบางคนไม่กลัวหรือ ยังมีคดีอยู่ในป.ป.ช. ไม่ว่าจะมีแรงกดดันใดๆ ยังทำหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นมีการแทรกแซง มีใบสั่ง จะให้มาปิดปาก

นายวัฒนาระบุว่า คดีนี้เกิดมาตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 ข้อที่น่าสังเกต มีระยะเวลาเนิ่นนาน แต่กลับถูกเร่ง ในช่วงที่รัฐบาลถูกวิจารณ์หนักๆ ตนไม่ได้โดนคดีนี้เป็นคดีแรก โดนทั้งคดีเรื่องหวย เรื่องรถดับเพลิง มาถึงรัฐบาลนี้ก็โดนทั้ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ล้วนเป็นคดีที่เกิดจากการรัฐประหาร แม้แต่ส่งคนไปชกก็เคยมาแล้ว เรื่องที่ทำให้ตนหยุดวิพากษ์วิจารณ์ได้คือ รัฐบาลทำให้ดี ถ้าทำดี ก็คงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ ผู้มีอำนาจมีวัตถุประสงค์ กดดันเร่งรัดคดีให้ตนเกรงกลัว พร้อมทั้งดิสเครดิต

"เรื่องนี้ คตส.เคยส่งเรื่องไปอัยการสูงสุดให้ดำเนินคดี จากนั้นมีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการกับป.ป.ช. และมีมติให้รอผลไต่สวนจาก ป.ป.ช. จนการไต่สวนมานานกว่า 10 ปี เรื่องนี้ถ้ามีช่องก็คงเสร็จไปนานแล้ว ถ้าถูกดำเนินคดีคงติดคุกไป 3 รอบ ผู้มีอำนาจพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ย้ายอัยการสูงสุดก็เคย รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์เองก็พูดถึง ป.ป.ช. เวลาที่ผมวิพากษ์วิจารณ์ เหมือนว่ากระบวนการยุติธรรมถูก พล.อ.ประยุทธ์แทรกแซงได้หรือไม่"

อดีต รมว.การพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการต่อสู้ ก็เป็นไปตามปกติ เมื่อตนเสียภาษีก็มีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์คนทำงาน คดีนี้ถ้าส่งฟ้องก็ไปประกันตัว เราไม่มีอภิสิทธิ์กับคดี นักการเมืองที่มาจากประชาชนตรวจสอบได้ ไม่เหมือนเทวดาที่ไม่ได้มาจากประชาชน หากรัฐบาลทำให้ดี ตนคงจะวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ แต่ทำบ้านเมืองเสียหาย ทำให้ประชาชนทุกข์ยาก ยังเอาเงินไปซื้อรถถัง กำลังซื้อภาคประชาชนตก เศรษฐกิจกำลังจะหายนะ อย่ามาสร้างประเด็น

"ความปรองดองยังไกลเกินไป บรรยากาศบ้านเมืองเวลานี้ไม่ใช่การปรองดอง ถูกกดโดยผู้มีอำนาจ เวลานี้ยังห้ามคนคุยกัน ทั้งที่จริงๆ ควรผ่อนคลายบรรยากาศให้คนคุยกันบ้าง เพราะเมื่อคุยแล้วจะทำให้เกิดปัญญา เรามีรัฐธรรมนูญผ่านประชามติแล้ว แต่ประชาชนยังไม่มีสิทธิเสรีภาพ มันแปลกไหม มีคำสั่ง มีประกาศ คสช.ที่ประกาศก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้อยู่มาก ซึ่งมันขัดกับรัฐธรรมนูญ รัฐบาลควรไปดูสิ่งใดที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ เวลานี้ยังมีคนใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญหรือไม่" 

 


เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม


Suggess News

Recommend News