ปลูกฝังความคิดความรุนแรง !? "วัฒนา" มือบึ้มร.พ.พระมงกุฎฯ..ต้นไม้พิษที่แดงล้มเจ้าปลูกไว้หรือไม่กับคำสัมภาษณ์ "โกตี๋" ปลุกเร้าแนวร่วมให้ลุกสู้

Publish 2017-06-19 17:04:57



หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ควบคุม นายวัฒนา ภุมเรศ ชายอายุ 62 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า  ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิด โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ธรรมดาที่บรรดาแกนนำนปช. หรือแนวร่วมคนเสื้อแดง ก็ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตวิพากษ์งานวิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ ประเด็นสำคัญที่มักจะถูกหยิบยกมากล่าวอ้างอยู่เสมอๆคงหนี้ไม่พ้น การจับกุมในครั้งนี้เป็นการ ”จับแพะ” ใช่หรือไม่ และยังเป็นการสร้างภาพหรือหลักฐาน อย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อเป็นการเชื่อมโยงใส่ร้ายให้กลับกลุ่มคนเสื้อแดงใช่หรือไม่



ดังนั้นจึงควรทบทวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในส่วนขอภาพร่วมที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการกระทำของ ” นายวัฒนา ภุมเรศ”  โดยมีการตั้งข้อสังเกต ดังนี้

1 นปช.และคนเสื้อแดง ยึดหลักต่อสู้ด้วยแนวทาง”สันติ”

ซึ่ง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ย้ำเสมอว่านปช.ไม่นิยมความรุนแรง และครั้งนี้ก็เช่นกัน ภายหลังจากควบคุมตัวนายวัฒนาได้กล่าวว่า  “นปช.เรามีแนวทางสันติวิธี ไม่มีวิธีอื่น ไม่สนับสนุนวิธีอื่น”

ดังนั้นจากคำพูดของนายจตุพร ได้แสดงให้เห็นว่า นายวัฒนาไม่ได้เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนปช. เพราะมีการแสดงออกที่ขัดแย้งกัน ใช่หรือไม่??
 
2 หลักฐานที่พบไม่ว่าจะเป็นบัตรพนักงาน ที่มาสายคล้องคอและ นาฬิกาแบบแขวนปรากฏรูป นายทักษิณ ชินวัตร ที่แสดงให้เห็นถึงความริยมชมชอบ คลั่งไคล นายทักษิณ เป็นการสร้างหลักฐานเพื่อเชื่อม โยงกับกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่

นายจตุพรได้กล่าวด้วยว่า  “ส่วนรูปแบบการเชื่อมโยง การตั้งข้อกล่าวหา ตั้งข้อสงสัยก็ทำเหมือนทุกครั้งที่เคยทำมา ไม่รู้จักเบื่อกันหรือ มันง่ายเหลือเกิน นาฬิกาใหม่ ผ้าแดงใหม่เอี่ยม อุปกรณ์ก็ใหม่ ทหารควรเอาตัวไปให้ตำรวจสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา เพราะเรื่องนี้กระทบกระเทือนต่อจิตใจคนไทย”
โดยข้อเท็จจริงแล้ว หากพิจารณาจากคำสารภาพ ซึ่งนายวัฒนาได้กล่าวไว้ ซึ่งในตอนแรกคาดการไว้ว่าจะเป็นการระเบิดเพียง 3 ที่ เริ่มจาก หน้ากองสลาก ถ.ราชดำเนิน , โรงละครแห่งชาติ และระเบิด โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า แต่นายวัฒนากลับสารภาพเองว่า ได้ทำมาแล้วถึง6จุด นับตั้งแต่ปี50  รวมทั้งเมื่อ เมย,-พค.-กย. ปี2550 คือ ระเบิด เมเจอร์ รัชโยธิน, ซอย ราชวิถี24 และ หน้าหน้ากองบัญชาการกองทัพบก  เนื่องไม่ชอบระบอบ รัฐประหาร  และโกรธแค้นทหารที่เข้าสลายการชุมนุมเมื่อปี 53 โดยเฉพาะกรณีวัดปทุมวนารามวรมหาวิหาร ที่มีผู้ชุมนุมเสียชีวิต 



นัยยะสำคัญ คือนายวัฒนาไม่ได้ปฏิเสธเลยว่า สิ่งของ หรือหลักฐานที่พบเหล่านั้น ไม่ได้เป็นของตัวเอง มิหนำซ้ำยังรับสารภาพว่า การก่อเหตุทั้งหมดเกิดขึ้น เพราะไม่ชอบทหาร เพราะทหารทำร้ายประชาชน ปราบปรามคนเสื้อแดง ในช่วงการสลายการชุมนุม ปี2553 ที่ผ่านมา จนถึงเหตุการณ์ที่ 4แยกหลักสี่ ปี2557 ก่อนการรัฐประหาร
ดังนั้นต้องกลับมาทำความเข้าใจว่า การก่อเหตุของนายวัฒนาที่อ้างว่า ไม่ชอบทหาร จึงก่อเหตุล้างแค้นตามที่ได้กล่าว เป็นการต่อสู้ด้วยแนวทางของความรุนแรง คำถามสำคัญคือ นายวัฒนาไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหน? ดังที่สำนักข่าวทีนิวส์ได้นำเรียนมาตลอด การปลูกฝั่งความคิดในเชิงความรุนแรงของเครือข่ายคนเสื้อแดงหลังจากปี53 ได้ทำมาโดยตลอดในทางลับ เป็นขบวนการจัดตั้ง  
โดยขบวนการลับที่มีการจัดตั้งที่ว่านี้ ได้มีเอกสารที่ใช้ในการปลุกเล้า ปลุกระดม  ซึ่งเอกสารดังกล่าว ชื่อว่า “ สงครามอภิมหาอมตะยุทธ์ สงครามระหว่างเทวดา กับไพร่สารขัณฑ์” ขยายความว่าไพร่สู้นาย และสงครามชนชั้น ซึ่งเนื้อหาหนังสือ   ที่ระบุถึงความสัมพันธ์ระหว่างมวลชนกับกองกำลังติดอาวุธ
เอกสารดังกล่าว มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “การปฏิวัติ” คือ การเปลี่ยนโครงสร้าง ความสัมพันธ์ของเทวดากับมนุษย์เสียใหม่ ยกเลิกสิทธิพิเศษของเทวดาทั้งหลายให้กลายเป็นมนุษย์สามัญเหมือนคนทั่วไป


ดังที่ได้แสดงตัวอย่างดังรูปที่ในปรากฏอยู่ขณะนี้

การจะสร้างประชาธิปไตย หรือการต่อสู้นั้น กลุ่มคนเสื้อแดง ถ้าเริ่มต้นด้วยการร้องขอ ก็จะตาย เหมือนในการ์ตูนในรูปได้แสดงไว้ ดังนั้นคนเสื้อแดงจึงต้องทำการประท้วงและทำการต่อลอง จากนั้นเมื่อทำการต่อลอง ก็จะเห็นเทวดาถือปืนจะยิงคนเสื้อแดง คนเสื้อแดงจึงต้องปิดถนน ถัดไปเมื่อปิดถนนเสร็จ ก็ตั้งจรยุทธ์ ใช้อาวุธ ความรุนแรง ถึจะได้”ประชาธิไตย”มา  เอกสารเล่มนี้มีความหน้าถึง....หน้า
ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงแค่ตัวอย่างอันหนึ่ง ที่ได้ถูกใช้อย่างลับๆในการจัดตั้งในการปลุกระดับ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่า นายวัฒนาที่บอกว่าไม่ได้ยุงกับใคร ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ในความเป็นไปได้ จะอยู่ในกลุ่มจัดตั้งกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งจะมีสมาชิก 5-10 คน
กลุ่มจัดตั้งนี้จะทำการศึกษาแนวทางการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศ และความรุนแรง ดังที่นายมหาหิน ขุนทอง ผู้ต้องหาในคดีระเบิดศาลอาญารัชดา เมื่อ 8 มีนาคม 2558 ที่ สะท้อนให้เห็นถึงอุดมการณ์ทางความคิด ที่อาจจะไปไกลถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง จึงหมายความถึงพฤติการณ์ ของผู้ต้องหากลุ่มนี้จัดได้ว่าเป็นกบฎหรือก่อการร้ายเลยทีเดียว

นายมหาหิน ขุนทอง ผู้ต้องหาปาระเบิดศาลอาญา  ระบุว่า ที่ยอมทำอาจเป็นเพราะอุดมการณ์เดียวกัน ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย จัดตั้งเป็นองค์กรภาคีภาคประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สาธารณรัฐ 


เพราะฉะนั้นการที่แกนนำคนเสื้อแดงบอกว่าไม่มีส่วนรู้เห็นก็มีความเป็นไปได้ เพราะนายวัฒนาคือต้นไม้พิษที่ถูกปลูกไว้ในระบบจัดตั้ง เช่นเดียวกับนายมหาหิน ขุนทอง และท้ายสุดขบวนการนี้ก็จะเชื่อมโยงเข้าหากัน เพราะนายมหาหิน ก็ประกาศชัดเจนในเรื่องการจัดตั้งสหพันธรัฐซึ่งมาพ้องกับ  โกตี๋-วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำกลุ่มเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ได้อย่างน่าแปลกใจ
และสำหรับนายโกตี๋-วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ  เมื่อวันสองวันที่ผ่านมา ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับนายจอม เพรชประดับ ว่าตันเองได้กลับมาอยู่ในประเทศไทย ในขณะนี้ มาเคลื่อนไหวเพื่อปลุกเร้าแนวร่วมให้ลุกขึ้นสู้


เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล


Suggess News

Recommend News