คำพูดหญิงชราที่ฝังลึกอยู่ในหัวสมอง!! น้ำตาซึมแม่เฒ่าดูแลลูกพิการติดเตียงรายได้ไม่เคยพอ สู้อดทนกว่า 30 ปี ห่วงสุดท้ายขาดแม่ไปใครจะดูแล!!

Publish 2017-10-12 16:52:25



เมื่อวันที่ 11 ต.ค.60 ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ Worranan Sarasalin ได้โพสต์ภาพพร้อมเรื่องราวระบุชีวิตสองแม่ลูกที่ผู้เป็นแม่แก่ชรามากแล้วเฝ้าเลี้ยงดูลูกพิการไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แม้กระทั่งขยับตัวมานากว่า 30 ปีแล้ว ซ้ำสองแม่ลูกยังมีฐานะยากจน ความเป็นห่วงเดียวตอนนี้ของผู้เป็นแม่คือหากวันใดที่ตนเองล้มป่วยหรือเป็นอะไรไปใครจะเป็นคนดูแลลูกต่อ เกรงจะเป็นภาระของญาติๆ คนอื่นๆ โดยผู้โพสต์ได้ระบุว่า...



#แม่แบบนี้มีคนเดียวในโลก... แม่ที่แก่เฒ่าลงเรื่อยๆ แต่ที่มีใจทรหดเข้มแข็งกัดฟันทนเลี้ยงลูกพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเอง ไม่ได้เลยสักอย่างแม้แต่จะพูดหรือขยับตัวยังทำไม่ได้เลย (พี่มนูญ) มา 30 กว่าปี รัฐก็ช่วยเหลือนะครับแต่ต้องยอมรับว่ามันไม่พอจริงๆ เพราะสภาพการใช้จ่ายของแต่ละคนแต่ละครอบครัวมีความจำเป็นที่แตกต่างกันไป ตาอั่มกับน้องอ๊อฟก็ช่วยเหลือแบ่งปันกันไปตามกำลังนะครับ #เงินที่น้องๆฝากตาอั่มมาบางส่วนตาอั่มนำมามอบให้ยายแล้วนะครับจึงลงรูปไว้เพื่อยืนยันว่าถึงมือยายแล้ว (ยายบอกว่าขอบคุณตาอั่มกับน้องอ๊อฟมากๆที่ทุกวันนี้ยังไม่ลืมเขา) #เล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยเหลือกันไปตามกำลังคนเหมือนกันเห็นยายยิ้มได้ตาอั่มกับน้องๆ ก็ดีใจแล้ว ประทับใจในความคิดยายและน้ำจิตน้ำใจยายที่ดูแลลูกพิการมาจนทุกวันนี้... ยังลืมไม่ลง #คำพูดของยาย : ยายอยากให้ลูกตายก่อนถ้าขอได้... ยายขอตายทีหลังลูกเดี๋ยวไม่มีคนดูแลลูกไม่อยากให้ลูกไปเป็นภาระของญาติพี่น้อง... คำพูดยายฝังลึกในหัวสมองผมมาตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ (นึกทีไรน้ำตาจะไหลทุกที เงินหนึ่งพันกับบางคนหายใจทิ้งก็หมดแต่กับบางคนมันยืดชีวิตและความเป็นอยู่เขาได้... เขาใจตรงกันนะทุกๆคน) ที่มา : ตาอั่ม หุ่นพยนต์ อู่ทอง



วิธีการดูแลผู้ป่วยติดเตียงมีดังนี้

1)เริ่มจากที่นอน 
- คนไข้นอนติดเตียง พลิกตัวเองไม่ได้ จะเกิดอะไรขึ้น เวลาเรานอนท่าไหนนานๆ ก็จะเกิดแผลกดทับ เป็นแผลแรกก็แค่ผิวลอก เป็นนานๆ ก็ถึงกล้ามเนื้อ ที่หนักกว่านั้นถึงกระดูก พอไม่มีอะไรมาคลุมผิว ก็เกิดการติดเชื้อได้ง่าย
- วิธีแก้ ก็ง่ายๆ พลิกตัวคนไข้ทุก 2 ชั่วโมง นอนหงาย ตะแคงซ้าย ตะแคงขวา นอนคว่ำ(ท่านี้ต้องระวังนะครับคนไข้อาจหายใจไม่ออกได้) แต่ถ้าญาติไม่มีเวลาจริงๆ มีอีกตัวช่วยค่ะ คือ "ที่นอนลม" สิ่งนี้จะช่วยลดการกดทับได้

2)การกิน
- คนไข้นอนติดเตียง ถ้าเราให้เขานอนกินเกิดการสำลักแน่นอน หนักกว่านั้น คือสำลักแล้วเศษอาหารเข้าหลอดลมมาก ก็อาจเกิดปอดอักเสบติดเชื้อ แต่ถ้าชิ้นใหญ่ คนไข้มีโอกาสหลอดลมถูกอุด ขาดอากาศหายใจได้เลยนะคะ
- วิธีแก้ ก่อนกิน จับคนไข้นั่งตัวตรง 90 องศา หรืออย่างน้อย ตรงที่สุด เท่าที่จะทำได้ หลังจากกินเสร็จ ก็ให้นั่งอยู่แบบนั้น ประมาณ 1-2 ชั่วโมง รอให้อาหารได้ย่อยก่อน ไม่งั้นถ้ากินเสร็จแล้วนอนเลย อาหารในกระเพาะยังย่อยไม่ดี ก็มีโอกาสสำลักได้อยู่ดี

3)คนไข้เจาะคอ
- วิธีแก้ หมั่นล้างท่อบ่อยๆ ทุก 1-2 วัน ปกติ ท่อจะมีท่อในกับท่อนอก ต้องใส่ไว้ทั้งคู่ ถ้าจะให้ดีควรมีท่อในสำรองไว้นะคะ ท่อในก็เอาออกมาล้าง แล้วก็ต้มฆ่าเชื้อด้วยน้ำต้มสุก

4) การขับถ่าย 
- การใส่สายสวนปัสสาวะ สิ่งแปลกปลอม เข้าไปในร่างกาย ก็มีโอกาสติดเชื้อง่ายขึ้น วิธีดูแลง่ายๆ คือ ควรเปลี่ยนสายปัสสาวะ ตามวันที่หมอนัด หรือทุก 2-4 สัปดาห์ หรือถ้าสังเกตเห็นปัสสาวะ สีขุ่นข้น หรือผู้ป่วยไม่มีปัสสาวะออกมาในถุง ควรรีบไปเปลี่ยนสายสวนที่ รพ.ใกล้บ้าน
- ทีนี้ กรณีคนไข้ใส่แพมเพิร์ส คือ ญาติปล่อยให้คนไข้นอนจมกองอุจจาระปัสสาวะ จนทำให้เกิดการติดเชื้อตามมามากมาย วิธีแก้ง่ายๆ ก็แค่คอยสังเกต หรือเปลี่ยนแพมเพิร์ส ทุก 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนไข้ที่บอกไม่ได้ว่าจะอุจจาระ หรือปัสสาวะแล้ว

ขอบคุณ : Worranan Sarasalin   99healthmart.com



เรียบเรียงโดย

สุกันยา บุญซ้วน


Suggess News