"วันทหารม้า" จากวีรกรรมทหารกล้าของพระเจ้าตากในวันนั้น ไทยจึงมีวันนี้ มาอ่านบันทึกของกองทัพไทยวันนั้นกัน

Publish 2017-01-04 10:41:44


“วันทหารม้า” จากวีรกรรมทหารกล้าของพระเจ้าตากในวันนั้น ไทยจึงมีวันนี้ มาอ่านบันทึกของกองทัพไทยวันนั้นกัน

          สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงมีพระราชสมภพเมื่อ ๑๗ เม.ย. พ.ศ.๒๒๗๗  ได้เข้ารับราชการในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายมีตำแหน่ง พระยาตาก ก่อนที่จะถูกเรียกตัวกลับมาป้องกันในพระนครศรีอยุธยา เมื่อเข้ามาป้องกันพระนครฯ มีความดีความชอบได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็น พระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชร แต่มิได้ไปครองเมือง เพราะติดยันสงครามอยู่ ครั้นพม่าเข้าประชิดพระนคร ตั้งปืนใหญ่ล้อมกำแพงเมืองไว้ แล้วยิงปืนใหญ่เข้าไปในพระนคร พระยาวชิรปราการสั่งปืนใหญ่ยิงต่อสู้กัน แต่ฝ่ายสนมนางในไปฟ้องพระเจ้าเอกทัศน์ จนกระทั่งมีคำสั่งห้ามยิงปืนใหญ่ และจะลงโทษต่อผู้ยิงปืนใหญ่ พม่าได้ใจเลือกยิงปืนใหญ่ได้ตามใจนึก ความพินาศจึงเกิดขึ้นแก่กรุงศรีอยุธยา การถูกยิงอยู่ฝ่ายเดียว พระยาวชิรปราการ ทรงคิดว่า หากยังอยู่ในพระนคร ก็ตกเป็นเป้านิ่งให้ข้าศึกเลือกยิงเอาแต่ฝ่ายเดียว มีแต่ตายช้าหรือตายเร็วเท่านั้น จึงทรงวางแผนแหกวงล้อมพม่าออกไปจุดหมายปลายทางคือภาคตะวันออกที่พม่าตามไปได้ยาก เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วจึงนัดแนะทหารคู่ใจ เป็นวันฝ่าวงล้อมออกไปจากพระนคร



          จากบันทึกของศูนย์การทหารม้าได้บันทึกไว้ว่า “เมื่อวันอาทิตย์ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือนยี่ ปีจอ จ.ศ.๑๑๒๘ ตรงกับวันที่ ๔ มกราคม  พ.ศ.๒๓๐๙ สมเด็จพระจ้าตากสินมหาราช พร้อมด้วยกำลังทหารจำนวนน้อย ได้ตีฝ่าวงล้อมกองทัพพม่าที่ล้อมกรุงศรีอยุธยาออกไป เมื่อทหารพม่ารวบรวมกำลังไล่ติดตามมาถึง ณ บ้านพรานนก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พระองค์พร้อมด้วยทหารเอกคู่พระทัยอีก ๔ นาย รวมเป็นทหาร ๕ นาย ม้า ๕ ม้า (ตัว) ได้ทำการรบบนหลังม้ากับข้าศึก (พม่า) ที่มีทหารบนหลังม้า ๓๐ ม้า (๓๐ คน, ๓๐ ม้า) กับทหารราบเดินเท้าอีก ๒๐๐ นาย ซึ่งในยุทธการครั้งนี้เสียเปรียบ ๑ ต่อ ๕  แต่ด้วยฝีมือการรบอันเป็นเลิศดาบยาวที่ใช้บนหลังม้า (ดาบยาวคือดาบที่ใช้บนหลังม้า จะยาวกว่าดาบปกติประมาณ   ๑ ศอกคน) สามารถรบเอาชนะทหารพม่าที่มีมากกว่าได้อย่างเด็ดขาด อีกทั้งพระองค์ได้วางกลยุทธ์ให้ทหารเดินเท้าตั้งค่ายปีกกาซ่อนไว้จากนั้นพระองค์กับขุนทหารทั้ง ๕ ชักมาออกศึกอย่างรวดเร็วรุนแรง เมื่อเห็นข้าศึกประมาทก็ชักม้าถอยหนีเข้าสู่แดนสังหาร เมื่อพม่าเข้ามาอย่างไมทันระวังกองรบปีกกาซ้ายขวาก็บุกโจมตี ทัพพม่าที่มากกว่าก็พ่ายแพ้ยับเยิน การวางกลยุทธ์ที่หลักแหลมและความเหี้ยมหาญการศึกก็สามารถทำให้กองรบของพระเจ้าตากชนะได้อย่างเด็ดขาดสวยงาม  ย่อมแสดงให้เห็นถึงการใช้คุณลักษณะของทหารม้าในการรบนั่นคือ ความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ และ ความรวดเร็วในการเข้าทำลายล้างอย่างสมบูรณ์ ทหารม้าจึงยกย่องพระองค์เป็นบูรพาจารย์ แห่งการรบบนหลังม้า และเป็นพระบิดาของเหล่าทหารม้าของเรา และได้ถือเอาวันที่พระองค์ท่านได้สร้างวีรกรรมในครั้งนั้น คือวันที่ มกราคมของทุกปี เป็น “วันทหารม้า”



         จากอดีตวีรกรรมที่กำเนิดที่ บ้านพรานนก ในอดีต จนมาถึงสถานที่ในปัจจุบันนั้นคือสถานที่ที่ตั้งอยู่ ในอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยตลอดทางของการรบ กองทหารได้ปะทะกับพม่าที่คลองแห่งหนึ่ง พระยาตากตีทหารพม่าแตกพ่าย จึงตั้งชื่อคลองว่า "คลองชนะ" ฝ่ายทหารพม่าได้ติดตามไปอย่างกระชั้นชิดไล่ตามไปทันที่บ้านโพธิ์สังหาร มีหญิงสาวชาวบ้านชื่อนางโพ ได้ช่วยรบกับพม่าจนเสียชีวิต และภายหลังจากพระยาตากกู้ชาติได้แล้ว จึงได้ระลึกถึงกลับมาตั้งชื่อหมู่บ้านโพธิ์สังหาร เป็นหมู่บ้านโพสาวหาญ และยังใช้มาจนถึงปัจจุบัน และมีบุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งคือ พรานนก หรือเฒ่าคำ ซึ่งเป็นผู้ช่วยจัดเสบียงอาหารให้กับกองทหารพระยาตากในระหว่างสงคราม ในปัจจุบันมีรูปปั้นให้ประชาชนเคารพที่หมู่บ้านพรานนก อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

กองทัพบกไทยจึงตั้งวันที่ ๔ มกราคม ของทุกปี เป็นวันทหารม้า และยกย่องให้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเป็น“พระบิดาแห่งการทหารม้าไทย”

ในวันนี้ขอเชิญทุกท่านร่วมระลึกถึงสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีและร่วมขอพรชัยให้ชีวิตพิชิตชัยในทุกๆเรื่องกันนะครับ

ขอขอบคุณข้อมูล และถาพบางส่วนจาก

1.http://www.cavalrycenter.com/learningcenter/index.php/km8/19-2014-02-07-10-46-14

2.http://www.monnut.com/board/index.php?topic=3532.0;wap2

3.เพจ Jaruvat Chanposri   https://www.facebook.com/tipajak999?fref=ts

ข่าวโดย :  กิตติ ทีนิวส์  / สำนักพิมพ์ กรีนปัญญาญาณ/ ทีมข่าวปัญญาญาณ – ทีนิวส์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กิตติ จิตรพรหม