- 09 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
.
.
.
เรียกได้ว่าทำเอาแฟนคลับต่างใจหายไปตามๆ กัน เมื่อก่อนหน้านี้นางเอกสาว “แพท ณปภา ตันตระกูล” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์สามี “เบนซ์ เรซซิ่ง” ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะหยุดหรือไปต่อ อีกทั้งยังยอมรับว่าได้พาลูกชาย “น้องเรซซิ่ง” ย้ายออกมาจากบ้านของฝ่ายชายเรียบร้อยแล้ว ล่าสุด “แพท ณปภา” ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวให้ฟังอีกครั้ง โดยเจ้าตัวได้เผยว่า ที่ให้สัมภาษณ์แบบนั้นเพราะถูกถามถึงเรื่องที่หมอลักษณ์ออกมาทำนายว่าจะมีหนุ่มใหม่เข้ามาแวะเวียนใกล้ๆ ซึ่งเธอก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าสถานะความสัมพันธ์กับสามีในอนาคตจะเป็นไปในทางไหน แต่ยืนยันว่ายังคงรักเหมือนเดิมอยู่เสมอ พร้อมชี้แจงถึงสาเหตุที่ต้องย้ายออกมาจากบ้านของฝ่ายชาย เนื่องจากเธอมีแม่ที่ป่วยต้องดูแล ลูกชายเริ่มโตขึ้นทุกวันก็ต้องการพื้นที่ในการเลี้ยงดู รวมถึงเมื่อไม่มีสามีที่เป็นคนกลางคอยอยู่ด้วย เธอก็ไม่รู้จะอยู่ทำไม ซึ่งทางคุณแม่ของเบนซ์ก็เข้าใจ และยังติดต่อกันอยู่เสมอ
.
.
.
.
.
.
ถูกจับตามองอีกครั้ง เพราะเราให้สัมภาษณ์ครั้งที่แล้ว คนเลยตีความหมายว่า เรากับเบนซ์เลิกกันแล้ว ?
“ยังหรอก ยังไม่ได้เลิกกัน จริงๆ แพทบอกไปตั้งแต่ตอนต้นสัมภาษณ์แล้วว่า แพทยังเป็นภรรยาที่ดีให้กับพี่เบนซ์อยู่ และยังเป็นแม่ที่ดีให้กับเรซซิ่งอยู่ แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นคือว่าก่อนหน้าอาจารย์ลักษณ์ เรขานิเทศ เขาฟันธงไปไกลถึงปี 2562 แล้วพอถูกถามถึงอนาคตเราก็ตอบไม่ได้จริงๆ เพราะว่า ณ ตอนนี้สิ่งที่มันเป็นอยู่มันก็อยู่ของมัน ณ สภาพแบบนี้อยู่แล้ว หลายคนอาจสงสัยว่าแพทมีคนใหม่แล้วเหรอ คือยังไม่มีนะคะ อาจารย์ลักษณ์แค่บอกว่าถ้าเราสามารถอยู่กับมันได้ รับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้ จนเลยปี 2562 เข้าปี 2563 ทุกอย่างมันจะลงตัวกว่านี้ แต่ขอให้เราอดทน แต่ถ้าในระหว่างทางมันมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น มันจะมีสิ่งหนึ่งที่เข้ามา สิ่งที่อาจารย์บอกว่านั้นคือ ผู้ชายเข้ามาในชีวิต แต่ว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ แล้วตอนนี้มันก็ยังไม่ถึงเวลาค่ะ”
ที่คนตีความหมายแบบนั้นอาจะเพราะเราให้สัมภาษณ์ต่อว่า เราไม่ได้คุย และย้ายออกมาจากทางบ้านของเบนซ์แล้ว ?
“อันนี้มันก็เป็นเรื่องจริงที่เราเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ค่ะ”
มันเป็นเพราะอะไร ?
“เพราะว่าหนึ่งเลยนะคะ น้องด้วย แพทด้วย ครอบครัวแพทด้วย คือเราต้องบอกก่อนว่าโดยก่อนหน้านี้แพทกับพี่เบนซ์ ระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกันจนถึงมีลูก มันค่อนข้างสั้น ประมาณ 2 ปีได้มั้ง พอมันสั้นคือตัวกลางเขาไม่อยู่ ในการที่จะเชื่อมอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งกับแพท กับแม่พี่เบนซ์ กับโน้นนี่ รวมถึงพอเรามีน้อง ด้วยสถานที่ เพราะน้องโตขึ้นทุกวันค่ะ น้องก็ต้องการพื้นที่มากขึ้น ไม่ใช่แค่อยู่ในห้องแล้ว ไม่ใช่แค่ตึกแล้ว และบ้านของแพทก็มีบริเวณ มีทั้งทุกๆ อย่างโอเครองรับน้องอยู่แล้ว เราก็เลยตัดสินใจว่าเราย้ายกลับมาอยู่บ้านดีกว่าค่ะ”
“ซึ่งอันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่แพทต้องมาปิดบัง คือมันก็เป็นเรื่องจริง คนแถวนั้นก็เห็นอยู่แล้วว่าแพทย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว แล้วคนที่บ้านก็รู้ รวมถึงว่าที่เราคุยกับแม่พี่เบนซ์ด้วยว่า แพทติดเรื่องของคุณแม่ ที่แพทต้องกลับมาดูแล ไม่งั้นมันจะกลายเป็นว่าแพทไปอยู่ตรงนู้นเสร็จ ถึงเวลาแพทก็ต้องกลับมาที่บ้าน วิ่งไปวิ่งมา มันเหนื่อยทั้งตัวเราทั้งลูกด้วยค่ะ แล้วเราเลี้ยงลูกเอง”
“จริงๆ ทางคุณย่าเขาก็บอกว่า โอเค ถ้าแพทไม่สะดวก หมายถึงว่าไปทำงานลำบาก ให้เอาน้องไปฝาก แต่ด้วยความที่เราเลี้ยงเขามาตลอดเวลา เราก็เลยคิดว่าเราเลี้ยงเองดีกว่า แล้วการที่น้องมากับเรามันไม่ได้ลำบากมาก เขามาก็ได้เรียนรู้ ได้รู้จักคน ได้เป็นที่รักของใครหลายๆ คน เลยเลือกทางนี้มากกว่า”
.
.
.
.
.
.
ทางแม่เบนซ์ได้มาคุยอะไรกับเราไหม พอข่าวออกไป ?
“ยังค่ะ ล่าสุดเจอกันเมื่อวาน ก็ยังไม่มี คุณแม่เขาก็บอกว่าโอเคถ้าแพทแฮปปี้ที่จะกลับมาก็กลับมา กลับมาอาทิตย์หนึ่งวันสองวันก็ได้ พาน้องมาเล่นกับแม่”
หลังจากที่ย้ายออก เรายังมีการพาน้องไปมาหาสู่กับคุณย่าอยู่ไหม ?
“ก็มีเพิ่งไปมา ทีนี้เนี่ยตรงนี้มันเป็นเรื่องภายในค่ะ อย่างที่บอกพอตัวกลางเขาไม่อยู่ คนเชื่อมทุกอย่างเขาไม่อยู่ มันก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างที่จะพูดยากเหมือนกันนะ”
ตัวเบนซ์ทราบไหม ว่าเราย้ายออกมาแล้ว ?
“คือเวลาเราไปเยี่ยม เราก็ไม่รู้ว่าเราจะพูดอะไร แต่เขารับรู้มาตลอดว่าแพทย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้ว เขาก็ไม่ได้ไม่รับรู้นะคะ เพราะแพทบอกตลอดว่าพี่เบนซ์คนตอนนี้แพทกับลูกกลับมาอยู่ที่บ้านแล้วนะ ซึ่งเขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่ได้บอกให้เราย้ายกลับไป เขาก็บอกว่าโอเค เอาที่แพทสบายใจ”
เรากลัวคุณย่ากับเรซซิ่งจะห่างกันไหม ?
“อืม...อันนี้มันก็เป็นเรื่องที่เราก็พยายามทำให้เขาไม่ห่างกันมากๆ ค่ะ แต่ก็ต้องเข้าใจแพทด้วยว่าในตอนนี้แพทรับอะไรหลายอย่างในชีวิตมากเหลือเกินนะคะ อย่างแรกเลยคือตอนนี้แพทดูน้อง 100 เปอร์เซ็นต์ หมายถึงว่าเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ใช่แค่ของน้อง แต่ของแม่ ของตัวแพทด้วย ของครอบครัวด้วย ทีนี้แพทก็รับงานเยอะขึ้น เอาจริงๆ แพทแทบจะรับทุกงานเลยค่ะ ที่มันมีเข้ามา เพราะตอนนี้เราเริ่มเห็นค่าใช้จ่ายที่มันเป็นเลขขึ้นมาแล้วว่าลูกเราจะต้องใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกเท่าไหร่”
“ทีนี้มันก็จะกลายเป็นว่าที่เราต้องห่าง ที่บอกว่าห่างกับพี่เบนซ์ด้วยความที่ตอนนี้แพททำงานเยอะขึ้น เวลาเยี่ยมพี่เบนซ์ก็จะเป็นแค่วันพฤหัสบดี 1 ชั่วโมง แล้วมันก็ไม่ได้แปลว่าแพทจะสามารถไปเยี่ยมได้เอง แพทต้องรอคุณแม่พี่เบนซ์ด้วยว่าคุณแม่ว่างไหม เขาให้เยี่ยมแค่วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นทุกอย่างมันก็ต้องตรงไปหมด บางทีเราก็ไม่อยากให้แม่รอเรา เพราะเราก็บอกไม่ได้ เราก็เลยเลือกว่าเอาเป็นว่าแม่ไปก่อน แล้วเดี๋ยวแพทสะดวกวีคไหน เดือนไหนก็ค่อยไป”
.
.
.
ขอบคุณที่มา : sanook , pat_napapa
