- 29 ม.ค. 2569
เปิดไทม์ไลน์นาทีวิกฤติ “นุ่น รมิดา” ปวดท้องฉุกเฉิน ความดันตก ผ่าตัดเร่งด่วน แพทย์เผยภาวะมดลูกแตก สูญเสียลูกในครรภ์
วันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 14.30 น. โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท หลุยส์ สก๊อต และ นุ่น รมิดา พร้อมด้วย พญ.ปานวาด หารอมร สูตินรีแพทย์ / แพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และ นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ จาก PWS Clinic Bangkok ได้ร่วมแถลงข่าวการสูญเสียลูกในครรภ์ของนักแสดงสาว ท่ามกลางกำลังใจจากแฟนคลับและผู้สื่อข่าว
โดย นุ่น รมิดา ให้ พญ.ปานวาด และ นพ.ณัฏฐ์ เป็นผู้ตอบคำถาม ไล่ไทม์ไลน์ความสูญเสีย
กำหนดคลอดเดิมวันที่ 24 มกราคม 2569
วันที่ 10 มกราคม 2569 นุ่น รมิดา มีอาการปวดท้องคลอดก่อนกำหนด เจ็บท้องจนเป็นลม นพ.ณัฏฐ์ จึงรีบประสานโรงพยาบาลสมิติเวช เพื่อเข้ารับการรักษาในนาทีวิกฤติ ภาวะฉุกเฉิน
วันที่ 10 มกราคม 2569 ช่วงสาย คุณหมอแจ้งว่า นุ่น มีอาการปวดท้อง จุกแน่นทั่วท้อง และวูบเกือบหมดสติ โรงพยาบาลรีบประสานรถฉุกเฉินรวมคุณหมอออกไปรับที่บ้าน โดยคุณหมอที่ไปถึงได้โทรแจ้งว่า ขณะนั้น นุ่น รมิดา มีความดันโลหิตต่ำมาก ประมาณ 80/40 หัวใจเต้นเร็วมาก 140 ครั้งต่อนาที หายใจเร็ว ร่วมกับข้อมูลที่คุณหมอเคยแจ้งว่า นุ่นเคยผ่าตัดเนื้องอก ทำให้มีแผลที่มดลูก
พญ.ปานวาด เผยว่า จากประวัติทั้งหมดทำให้คาดว่าเกิดภาวะมดลูกแตก เป็นสาเหตุที่ทำให้ความดันโลหิตต่ำลง และมีเลือดออกในช่องท้องจำนวนมาก ทางโรงพยาบาลรีบเตรียมการผ่าตัดทันที เมื่อมาถึง โรงพยาบาลได้ส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที เนื่องจากต้องผ่าตัดเร่งด่วน โดยก่อนหน้านั้นมีการอัลตร้าซาวด์ประเมินสัญญาณชีพของทารกในครรภ์ ซึ่งขณะนั้นไม่พบสัญญาณชีพแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องตัดสินใจผ่าตัดเพื่อรักษาและเซฟชีวิตของคุณแม่ไว้ก่อน
ขณะนั้นแพทย์ได้ทำการผ่าคลอดทารกออกมา และพบว่ามีเลือดออกในช่องท้องปริมาณมาก เมื่อตรวจมดลูกพบว่ามีแผลขนาดใหญ่ เป็นแผลปริแตกด้านหลังมดลูก มีเลือดออกจากบริเวณดังกล่าว คาดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเลือดออกในช่องท้องจำนวนมาก และทำให้ความดันโลหิตต่ำ
แพทย์ได้ทำการรักษาโดยเย็บมดลูกที่ฉีกขาด ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 3 ชั่วโมง จึงสามารถหยุดเลือดได้ และสามารถประคองสัญญาณชีพไว้ได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเสียเลือดในปริมาณมาก จึงยังต้องเข้ารับการรักษาในห้อง ICU เพื่อให้เลือดและสารน้ำในการประคองสัญญาณชีพของ นุ่น รมิดา ให้กลับมาเป็นปกติ
อย่างไรก็ตาม ภายหลัง นุ่น รมิดา มีอาการน้ำท่วมปอด เนื่องจากได้รับเลือดและสารน้ำในปริมาณมาก ทำให้ยังไม่สามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้ ในช่วงเวลาดังกล่าวมีการระดมทีมแพทย์จากหลายสาขามาร่วมดูแลรักษา จนสัญญาณชีพทุกอย่างกลับมาคงที่ ใช้เวลารักษาในห้อง ICU 4 วัน และเข้ารับการรักษาต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูร่างกาย โดยรวมพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 6 วัน ก่อนกลับบ้านได้
นุ่น รมิดา กล่าวว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากภาวะมดลูกแตก เนื่องจากเคยผ่าตัดมาก่อน พร้อมระบุว่า วันนี้เกือบไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้แล้ว พร้อมขอบคุณทีมแพทย์ทุกคน รวมถึงกำลังใจที่ได้รับอย่างล้นหลามในช่วงที่ผ่านมา
ส่วนเรื่องอนาคตหลังจากนี้ ต้องขอใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายก่อน สำหรับการมีบุตรในอนาคตนั้น “ยังมีความหวังอยู่” แต่ในช่วงนี้ขอโฟกัสการใช้ชีวิตคู่เป็นหลัก






