ปู กนกวรรณ เพิ่งรู้ก่อนออกรายการ เด๋อ-ผู้หญิงอีกคน จดทะเบียนสมรส

แหลกสลาย "ปู กนกวรรณ" ปล่อยโฮ เพิ่งรู้ความจริงอีกเรื่องก่อนออกรายการ "เด๋อ ดอกสะเดา" จดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงอีกคนแล้ว

เป็นประเด็นร้อนในวงการบันเทิง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ปู กนกวรรณ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า สามีตลก เด๋อ ดอกสะเดา มีโลกอีกใบมา 29 ปี และตอนนี้ยุติความสัมพันธ์กันแล้ว

 

ปู กนกวรรณ เพิ่งรู้ก่อนออกรายการ เด๋อ-ผู้หญิงอีกคน จดทะเบียนสมรสกัน

ล่าสุด ปู กนกวรรณ ได้เปิดใจผ่านรายการ Club Friday Show เปิดใจเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังทั้งน้ำตา โดยระบุว่า


ให้พี่ปูค่อยๆ เล่าตั้งแต่เรื่องของการที่พี่ปูโพสต์ว่า “หมดบุญ” มันเกิดอะไรขึ้น?
ปู กนกวรรณ : เราหมดบุญ หมดวาสนากันไปแล้วค่ะ คือวันที่ 22 พฤศจิกายน วันเสาร์ เวลา 10 โมงเศษ ไปหาพี่เด๋อที่ศูนย์ ไปเจอโลกอีกใบที่เขาซ่อนไว้ 29 ปี 29 ปีที่ผ่านมาเราไม่เคยได้รับรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย


เคยคุยกับพี่ปู พี่ปูพูดว่า พี่ปูอยากให้ความลับนี้มันตายไปพร้อมพี่ และอยากให้ความลับนี้มันตายไปพร้อมเราสองคนด้วยซ้ำ ไม่ได้ตั้งใจจะพูดเรื่องนี้?
ปู กนกวรรณ : ไม่ได้ค่ะ พูดไม่ได้ คือว่าความเป็นเด๋อ ดอกสะเดา มันค้ำคอเราอยู่ เราพูดไม่ได้ คนรักพี่เขาเยอะ ตั้งแต่พี่เขาป่วย ปูก็พยายามไม่ให้ภาพที่ไม่สวยงามของพี่เด๋อออกมาภายนอกด้วยซ้ำ ไม่มีเลย มันไม่น่าดู

 

แล้วมันเกิดอะไรขึ้นที่พี่ปูอยากจะพูดในจุดนี้?
ปู กนกวรรณ : ตอนแรกเราจะปิดเป็นความลับใช่ไหมคะ จะให้มันตายไปกับตัวเลย เสร็จแล้วพอเราได้เจอเหตุการณ์ในวันนั้น 22 พฤศจิกายน ที่ได้เจอผู้หญิงคนนั้น เราไม่ไปเลยค่ะ ปูไม่ไปเลย ไม่ไปเยี่ยมอีกเลย คือจบ จบเลย ทีนี้คนไปเยี่ยมไม่เจอเรา ปูก็ไม่โพสต์ถึงพี่เด๋อเลย เขาก็เอาปูไปพูดว่าปูไม่ดูแลแล้วก็ทิ้ง มันเลยเป็นจุดเริ่มต้นในวันนั้น แล้วปูจะไปพูดเรื่องนี้กับใครได้ ที่ปูคุยกับพี่อ้อยที่ปูร้องไห้คือปูดีใจว่าพี่ฟัง

 

ปู กนกวรรณ เพิ่งรู้ก่อนออกรายการ เด๋อ-ผู้หญิงอีกคน จดทะเบียนสมรสกัน

หรือแม้แต่ก่อนหน้านี้จะมีเรื่องของการช่วยกันหาเงินเพื่อดูแลพี่เด๋อ พี่เป็ด (เชิญยิ้ม) ก็จัดคอนเสิร์ต แต่จากวันนั้นพี่ปูไม่ได้อยู่ในงาน ก็เริ่มมีคนพูดถึงอีกว่า พี่ปูหายไปไหน ในโซเชียลก็บอกว่า ทิ้งเขาตอนเขาป่วยเลยนะ ซึ่งตอนนั้นพี่ปูเองก็ยิ่งเจ็บปวดกับคำนี้เข้าไปอีก?
ปู กนกวรรณ : ก็คือคนที่พูดว่าทิ้งเขา ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เหตุผลว่าปูไปเจอผู้หญิง ปกติปูไปหาพี่เด๋อทุกวันพุธ แต่มันมีพุธนั้นที่มันออกจากบ้านไม่ได้ เพราะบ้านเขาทำถนน วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน ก็นั่งกินข้าวอยู่แล้วก็นึกว่า ไปหาพี่เด๋อดีกว่า ไปรายงานดีกว่า เพราะต้องไปอัพเดตเรื่องลูกให้ฟังว่าตอนนี้ลูกอยู่ไหน พอไปเจอ ตอนแรกเราก็ช็อก แล้วผู้หญิงก็พูดกับปูว่า “ที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วยนะ ไม่โกรธกันแล้วนะ แก่ๆ กันแล้ว


มันคือการเฉลยทุกอย่าง?
ปู กนกวรรณ : ใช่ค่ะ ก็พูดไม่ออก


พี่ปูคิดว่าตรงนั้นคือการไปเยี่ยมเฉยๆ หรือเปล่า อันนี้ด้วยความแฟร์?
ปู กนกวรรณ : ไม่ใช่ค่ะ ปูเปิดประตูเลื่อนเดินเข้าไป ปูเจอผู้หญิงคนนี้ นั่งกินข้าวอยู่ ใส่เสื้อยืดกางเกงสี่ส่วนธรรมดาเหมือนอยู่บ้าน แล้วปูก็เหลือบไปมองที่นอนคนเฝ้านิดหนึ่ง ก็เจอผ้าห่มซึ่งมันไม่เรียบร้อย แปลว่ามานอนเฝ้า ปูก็ถามเพื่อความแน่ใจว่า "ขอโทษนะคะ คุณชื่ออะไรคะ" เขาก็ตอบมาชื่อนี้ อ่ะถูกต้อง "คนที่เคยโทรคุยกับปูใช่ไหมคะ" เขาก็ตอบว่า "ใช่"


เคยมีการโทรคุยกันมาก่อนหน้านี้แล้ว?
ปู กนกวรรณ : มีค่ะ เพราะว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่จับได้ตอนที่พี่เด๋อยังคุยอยู่ตอนที่อยู่กับปูใหม่ๆ เมื่อ 29 ปีที่แล้ว คือคนนี้ค่ะ เพิ่งจะไปอัดรายการกันมา ตอนนั้นที่สยามสแควร์ เราก็ไปออกแบบหวานซึ้ง กลับมาบ้านเขาก็มาส่งปู แล้วพี่เขาก็บอกว่าเขาต้องไปซ้อมตลก เราก็เอ๊ะนิดหนึ่ง เพราะการเล่นตลกคาเฟ่มันจะไม่มีการซ้อม มันจะไปนัดๆ กันที่นั่นแล้วก็ขึ้นเวทีเล่นเลย เราก็ตามไปค่ะ เราก็ไปเจอรถเขาจอดอยู่ข้างอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง จะเลิกกันหรือจะกลับบ้าน เขาก็รีบกลับมาบ้าน ปูก็บอกว่าออกไปเลย เลิกกันเลย ปูไม่เอาแล้ว พอเขามาอยู่บ้านปู เขาก็บอกว่าเป็นเด็กของลูกน้องในคณะ มันไม่ใช่พี่ เด็กลูกน้องในคณะเราจะขึ้นไปหาเขาทำไม เขาก็บอกว่าจะไปเคลียร์ ขอโอกาส ปูก็จะเลิกอยู่แล้ว แต่ทีนี้ข่าวเพิ่งจะออกวันนี้ว่าคบกัน แล้วปูจะเลิกอีกแล้ว มันก็สับสนหน่อยหนึ่ง


ตอนนั้นมีข้อตกลงกันใช่ไหมคะว่า พี่เด๋อต้องไปเคลียร์ตัวเองก่อนนะ?
ปู กนกวรรณ : ใช่ค่ะ ก่อนอยู่ด้วยกัน คือเรารู้อยู่แล้วว่าไม่รู้ว่าคุณจะผ่านอะไรมา ตอนนั้นเราก็มีคนคุยอยู่นะ คุณไปเคลียร์ให้ใสๆ นะ วันไหนที่คุณใสก็มาคบกัน ปูก็ไปเคลียร์ของปู

 

ปู กนกวรรณ เพิ่งรู้ก่อนออกรายการ เด๋อ-ผู้หญิงอีกคน จดทะเบียนสมรสกัน


ซึ่งจริงๆ พี่เด๋อเคยผ่านการมีครอบครัวมาก่อนหน้านั้นแล้ว?
ปู กนกวรรณ : อันนั้นเราทราบ เขาเลิกกันแล้ว เขาหย่ากันแล้ว


แล้วในที่สุด ณ วันนั้นที่บอกว่าจะไปเคลียร์ ตลอดทางมามันยังมีความรุงรังอยู่ใช่ไหม?
ปู กนกวรรณ : มันยังมาวนเวียน ยังมีโทรศัพท์ ยังมีอะไรที่รุงรังเข้ามาในชีวิตตลอด เราก็คิดว่า ถ้าผู้หญิงโทรมาแสดงว่าคนของเราไม่ไป เหมือนกับเขาโทรตาม อันนี้ผิดถูกปูต้องขอโทษด้วย คิดว่าเขามาขอเงินค่ะ เหมือนกับว่าเราไปยุ่งกับชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งแล้ว แล้วเราจะไปมีครอบครัวใหม่ แต่เธอเคยได้ฉันนะ เธอต้องรับผิดชอบสิเวลาฉันจำเป็น ก็คิดแต่ว่าเขามาขอเงิน


เคยถามไหม?
ปู กนกวรรณ : พอเราถามเขาก็จะแบบ มันก็มีเหตุผลต่างๆ นานา จนหลังๆ ถ้ามีโทรศัพท์ผิดปกติเขาก็เดินออกไปคุยนอกบ้าน หรือทำเป็นว่าไม่ได้ยิน ‘ฮัลโหล ฮัลโหล’ แล้วก็กดสายทิ้งไปเลย


แต่เราก็ไม่ตามสืบ ตามดู?
ปู กนกวรรณ : ไม่ตามค่ะ ปูเป็นคนที่ไว้ใจ เชื่อใจ ปูคิดว่าคนจะไป ล่ามโซ่ไว้เขาก็ไป


แต่ ณ ตอนนั้นในใจเราคิดว่าไม่มีอะไร?
ปู กนกวรรณ : คิดว่าขอตังค์ค่ะ เท่านั้น ลึกๆ เราเชื่อว่าไม่มีอะไร ถ้าเขาไป ผู้หญิงไม่โทรมาหรอก แต่ทีนี้ผู้หญิงโทรมานั่นคือคนของเราไม่ไป คนของเราขาดแล้ว


แล้วมีจังหวะไหนที่พี่ปูมีโอกาสได้คุยกับผู้หญิงคนนี้?
ปู กนกวรรณ : คือตอนทำลูกชิ้น มันจะมีเบอร์บ้านติดอยู่ที่ถุงลูกชิ้น อันนี้เขาโทรเข้าบ้าน พี่เด๋ออาจจะหลบหรือยังไงไม่ทราบ แต่เขาจะบอกว่าขอสายพี่เด๋อหน่อย เสียงแข็งแบบนี้เรารู้แล้ว "ไม่อยู่" "ไม่อยู่ได้ไง ตามมาสิ" คือเขาจะตามแต่พี่เด๋อ บางทีเราไม่อยากพูดก็ให้ลูกน้องรับแทนบ้าง แต่จริงๆ เราไม่เคยคิดจะแผลงฤทธิ์ไปตามให้เจอ เบอร์โทรเขารู้นะ อย่าหนีนะ วันใดที่พี่เขาไม่สบาย จะเอาเบอร์นี้ให้โรงพยาบาลแล้วแจ้งว่าเป็นเจ้าของไข้


แล้วมีวันไหนที่โทรเข้ามาด้วยไลน์แล้วทำให้เราได้เห็นรูปเขา?
ปู กนกวรรณ : 2 ปีเศษได้ เที่ยงคืนโทรมาหาพี่เด๋อ ไลน์มันก็ดัง ปูก็กดไป "ฮัลโหล" เขาบอก "เรียกพี่เด๋อมาคุยหน่อย" ปูก็บอกว่า "เที่ยงคืน ตีหนึ่งแล้วยังไม่นอนเหรอ" เขาก็บอก "เรียกมาคุยหน่อย" แต่พี่เด๋อก็ยังไม่ยอมออกมา ปูก็เลยตัดสายทิ้งไป แล้วกดโปรไฟล์ไลน์เขาดู ก็เห็นหน้าเขา เพิ่งรู้หน้าตาเป็นแบบนี้


ลูกก็ตกใจ?
ปู กนกวรรณ : พอปูเล่าให้ลูกฟัง ถามว่าลูกรู้สึกยังไง ปรายเขาก็บอกว่า "หนูก็ไม่อะไรนะคะแม่ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว แต่หนูอยู่ข้างแม่เสมอค่ะ" ปูก็ โอเค จบ ขอบคุณมาก ไปเรียนต่อได้ แต่แม่ไม่มาแล้ว


ตอนที่พี่ปูไม่ได้ออกมาอธิบายในมุมของพี่ปู ทุกคนก็จะบอกว่า เอ๊ะ เพราะว่าตอนนี้ลูกที่เกิดจากภรรยาเก่าของพี่เด๋อดูแลอยู่ เป็นเพราะว่าเขากีดกันไม่ให้พี่ปูเข้ามาหรือเปล่า อยากให้พี่ปูอธิบายตรงนี้?
ปู กนกวรรณ : ไม่ได้กีดกันค่ะ ช่วงแรกๆ เราคู่ขนานดูแลไปด้วยกัน เพราะเราเคยแบ่งแยกหน้าที่กันแล้ว ตั้งแต่ตอนที่พี่เด๋อยังแข็งแรงใช่ไหมคะว่า วันหนึ่งถ้าพ่อไม่สบายจะทำยังไง ลูกเขาบอกว่า คุยกันไว้แล้ว ลูกเขาบอกว่ามันก็ต้องดูแล ต้องช่วยกันดูแล แล้วปูก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นเรื่องโรงพยาบาลอะไรอ่ะ ไปจัดการนะเพราะพี่ไม่เป็น เขาก็บอกว่า "โอเค" เรามีเพียงหน้าที่ว่า รีบมารับพ่อเดี๋ยวนี้ วันนี้ผิดปกติ


พี่ปูได้จดทะเบียนสมรสไหม?
ปู กนกวรรณ : ไม่จดค่ะ มันเป็นความต้องการของปูอยู่แล้วว่าปูไม่จด


เพราะฉะนั้นลูกทำน่ะโอเค มันถูกต้องแล้ว?
ปู กนกวรรณ : ใช่ค่ะ ถูกต้องค่ะ แต่เราแบ่งแยกหน้าที่กันแบบนี้ เราจะเป็นฝ่ายเหมือนการเงินอย่างนี้ค่ะ เวลามีค่าใช้จ่ายอะไรเราก็จะโอนๆ อย่างเดียว เรื่องนั้นให้ลูกเขาไป มันก็เป็นลักษณะการช่วยกันดูแลอย่างนี้ค่ะ

ซึ่งในตอนที่เรารู้ว่าพี่เด๋อมีโลกอีกใบหนึ่ง เราได้แจ้งกับลูกที่ดูแลพี่เด๋อหรือเปล่าครับ?
ปู กนกวรรณ : บอกค่ะ ก็พี่เด๋อเข้าโรงพยาบาลใหม่ๆ ใช่ไหมคะ ปูต้องไปเลื่อนรถเขา เราก็จะเจอสติ๊กเกอร์คอนโดอะค่ะ สติ๊กเกอร์จอดรถติดอยู่ที่หน้ากระจกรถ เสร็จแล้วพอเราเห็นปุ๊บเหมือนมันก็ทราบได้โดยปริยายว่าไปคอนโดอะไรประมาณนี้นะคะ ปูก็ไปบอกลูกเขาว่า "พี่เจอสติ๊กเกอร์คอนโดติดอยู่ในรถพ่อนะ" ลูกเขาก็ตอบว่า "พี่ต้องอโหสิให้พ่อนะ" ปูก็เลยเงียบ เพราะรู้ว่าพูดต่อไม่ได้แล้ว

 

ปู กนกวรรณ เพิ่งรู้ก่อนออกรายการ เด๋อ-ผู้หญิงอีกคน จดทะเบียนสมรสกัน


แต่แปลว่า ณ วันนั้นในความเป็นจริง คำนั้นแปลว่าลูกรู้?
ปู กนกวรรณ : รู้ หรือลูกอาจจะรักพ่อใช่ไหมคะ แล้วก็ตัดจบ มันก็เป็นได้ เราก็ใจเขาใจเราถูกไหมคะ เหมือนอย่างถ้าเรารักพ่อแล้วใครมาพูดเหตุการณ์แบบนี้ในขณะที่พ่อยังไม่สบายอยู่ เราก็ไม่อยากรู้อยากได้ยินเรื่องอะไรแบบนี้ แต่ในมุมของเราเรามีความรู้สึกว่าเราไม่มีพวก”


ในความเป็นจริงมันเท่ากับเฉลยแล้วเหมือนกันนะ?
ปู กนกวรรณ : ปูไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น คิดแค่ว่าเราไม่มีพวก วันนั้นแค่อยากหาใครสักคนแบบกอดหน่อยสิ รู้สึกไหมว่าเราแย่จังเลย ลึกๆ เราก็รู้ว่าเราไม่มีพวก เราก็แค่นั้น


พี่ปูเคยคิดจะถามพี่เด๋อตรงๆ ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดระยะเวลา 28-29 ปีไหม?
ปู กนกวรรณ : ถามค่ะ เวลาถามเขาก็จะเหมือนกับเดินหนี เบี่ยงเบน อายุเยอะแล้ว ใครจะมาเอา อะไรประมาณนี้ค่ะ พูดให้เราหยุด


ถ้าถามในวันนั้น เรื่องราวอาจจะไม่ได้เปิดเผยขนาดนี้ แต่วันนี้มันเหมือนเจอตัวตนจริงๆ แล้ว คิดไหมคะว่ายังอยากจะกลับไปถามเขาอีกสักที?
ปู กนกวรรณ : ไม่ค่ะ ในความรู้สึกปูคือปูชัดเจนแล้วคือปูเลิก แต่พี่เด๋อเขาคิดได้ไหมว่าคำพูดนั้นคือปูเลิกแล้ว เขาคิดแค่ว่าไปนะ เดี๋ยวกลับบ้าน ตอนแรกปูคิดว่าปูอยากจะกลับไปเคลียร์กับเขาให้มันรู้เรื่องไปเลย แต่ก็คิดอีกทีว่ามันจะเป็นการไปตอกย้ำเขาหรือเปล่า เขาก็ไม่สบายอยู่ เพราะฉะนั้นเราไปดีกว่า เราหายไปเลยดีกว่า


มันมีคำพูดที่บางทีคนพูดกันโดยไม่รู้ แต่มันเป็นประโยคที่ทำร้ายสะเทือนใจ "เงินจาง นางจร"?
ปู กนกวรรณ : พี่เด๋อเขาจางมานานแล้วค่ะ เขาจางมาหลายปีแล้วค่ะ คืออายุเยอะ งานก็ไม่ค่อยมี ปูเป็นหัวหน้าครอบครัวนะคะ ปูหาเลี้ยงทุกคนหมดเลย น้ำไฟในบ้าน ดูแลพี่เด๋อ เห็นคลิปทำกับข้าว แต่ปูจ่ายหมดเลยนะคะ เช้าพัน เย็นพัน เวลาเขาไปไหนก็เติมน้ำมัน 3,000 ก็ปูจ่ายหมดเลย ค่าเทอมลูก ตั้งแต่ลูกปูเรียนจนจะจบปริญญาตรี เงินปูคนเดียวนะ ปูหาส่งลูกคนเดียวเลย รถที่มีสติ๊กเกอร์ของคอนโด ก็คือเงินของพี่ปู


โรงงานลูกชิ้นล่ะ?
ปู กนกวรรณ : ตั้งแต่ตอนทำลูกชิ้นก็เป็นปู ปูเป็นคนคิด ปูเป็นคนทำ เพราะปูมีลูกแล้ว ปูอยากมีธุรกิจอะไรที่มันยั่งยืนกว่าการเป็นนักแสดง เราไม่ใช่ตัวหนึ่งตัวสองไงคะ เราอยากหาธุรกิจอะไรที่มันมั่นคงเพื่อจะเอาไว้เลี้ยงลูกเพราะเรามีลูกแล้ว ตอนท้อง 6 เดือนครึ่ง มีคนชวนไปงานกาชาดไปเปิดบูธขายของ ปูรับลูกชิ้นไปขายค่ะ 9 วันปูขายได้ 4 แสน ปูไปซื้อเครื่อง ตอนนั้นปูได้กำไรเท่าไหร่ปูเอาไปซื้อเครื่องหมดเลยค่ะ แล้วก็ลองผิดลองถูกเอง ทำ 8 เดือน ทดลองอยู่ 8 เดือน โทรหาพี่เด๋อว่า ‘คุณ ทำลูกชิ้นได้ มาชิมนะ’ เขาก็ถามว่าไปซื้อที่ไหนมา ปูบอก "ไม่ได้ซื้อ วันนี้ทำอย่างนี้ได้" เขาก็บอกว่า "เราจะรวยกันแล้ว" ในวันที่การแสดงก็ไม่อุ่นหนาฝาคั่งเหมือนแต่ก่อน ตอนนั้นอาจจะต้องมีคนสงสัยว่าแล้วพี่ปูเอาเงินจากจุดไหนมาทำโรงงานของตัวเอง เราเช่าที่เขาก่อนค่ะ แต่วันหนึ่งที่เราส่งทั่วประเทศเนี่ย มันทำเยอะขึ้น มันก็เริ่มอยู่ที่เล็กๆ ไม่ได้แล้ว เราก็เลยเริ่มหาที่ ที่เนี่ยซื้อเงินสดคือเงินปูค่ะ แต่สร้างโครงสร้างเราส่งลูกชิ้นไปแล้วเราให้ผู้รับเหมาเป็นงวดๆ ค่ะ จนจนเสร็จ


เข้าใจความเหนื่อยของพี่ปู เพราะฉะนั้นเวลาที่มันมาเจอเรื่องที่มันคือการถูกทำลายจิตใจ มันก็เลยทำให้พี่ปูพังหนักมาก?
ปู กนกวรรณ : คือคนนอกเขาก็ไม่รู้ไงคะ ปูก็ทำทุกอย่าง ตอนท้องค่ะ ที่เขาฮิตถ่ายซีดีกัน อัดซีดีตลก ปูก็ทำค่ะ เพราะปูเห็นคนอื่นเขาทําแล้วเขาขายได้ปูก็ทำค่ะ เราก็โทรไปเลยค่ะ CVD อย่างนี้ค่ะ CVD Light Pictures หรืออะไรที่เขาจัดจำหน่าย เขาก็รับแล้วเขาก็ไปกระจายให้เราไงคะ พอคลอดลูกก็ทำหนังอีกค่ะ ทำเป็นหนังสั้น ก็เขียนบทเอง กำกับเอง พี่เด๋อเขาก็ได้มาเป็นแค่ที่ปรึกษาไงคะ เราเป็นคนคิด เราเป็นคนทำ เราเป็นทุน พี่เด๋อก็ "เออ คุณทำสิๆ" ซึ่งบางทีเราก็คิดนะคะ แวบหนึ่งเราก็คิดว่าที่ผ่านมาเขาเห็นเราเป็นคู่ชีวิต หรือแค่ม้าใช้ เพราะอะไรๆ ก็ปู อะไรๆ ก็ปู


วันนี้เราอาจจะเสียใจและผิดหวัง แต่จริงๆ แล้วในโมเมนต์ที่ผ่านมา มันก็มีช่วงเวลาที่มันเป็นช่วงเวลาที่สวยงามมาก พี่ปูลองเล่าย้อนสักนิดหนึ่ง?
ปู กนกวรรณ : คืออยู่กับพี่เขาแล้วเนี่ย สบายใจค่ะ พี่เขาเป็นคนน่ารักและเขาคุยตลก มุมที่ดี มุมที่น่ารักเขาก็มีนะคะ อย่างวันเกิดปูเนี่ย เขากลับจากคาเฟ่ตีสอง ซื้อปลากระป๋อง ซื้อผลไม้ แล้วกลับมาบ้าน เขาหุงข้าว ตีห้าเขาตื่นเขาปลุกปู ขับรถพาปูไปใส่บาตรหน้าวัด ไม่ต้องซื้ออะไรให้ปู แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว


ในวันที่เรามาเสียใจถึงที่สุดในวันนี้ พี่ปูมองอนาคตของตัวเองไว้ยังไงบ้าง?
ปู กนกวรรณ : มองให้มันเป็นไปตามธรรมชาติอย่างที่ปูเคยฟังพี่ฉอดพูดว่า เราต้องยอมรับความจริง พอเรายอมรับความจริงแล้วเราก็ก้าวเดินออกมา ปูมีความในใจอยู่นิดหนึ่ง ปูจะเล่าให้พี่ฟังว่า เรามีลูก สมมุติว่าวันหนึ่งลูกเราไม่สบาย ไม่ว่าเราจะดูแลลูกดีหรือไม่ดี จะไม่มีใครว่าเราได้ เพราะเราเป็นเจ้าของลูกคนเดียว แต่พี่เขาเจ้าของเยอะมาก ไม่เคยมีใครมาถามปูนะว่า เหนื่อยไหมกับการดูแลผู้ป่วยติดเตียงมาเกือบเดือน เขาก็จะพูดว่า "หนูก็แค่บอกว่า พี่ดูพ่อมา 26 วัน" ไม่เคยมีใครถามปูเลยว่าปูจ่ายเงินไปเท่าไหร่แล้ว ‘มันคือหน้าที่’ ไม่เคยมีใครถามปูว่า ทำไมปูถึงต้องไปหาพี่เด๋ออาทิตย์ละวัน "นั่นเพราะเธอทิ้งและไม่ดูแล"


พี่ปูยังโกรธไหม?
ปู กนกวรรณ : เรียนตามตรงถ้าแวบหนึ่งก็มีบ้างค่ะ เพราะทุกอย่างมันเหมือนว่าเราโดนหักหลัง ความเชื่อใจ ความไว้ใจ อยู่ในลูกโป่งแล้วมันมีคนมาเจาะ เราดูแลเลี้ยงดูอย่างดีด้วยนะคะพี่ อย่างดีเลย”

 

ปู กนกวรรณ เพิ่งรู้ก่อนออกรายการ เด๋อ-ผู้หญิงอีกคน จดทะเบียนสมรสกัน


ถ้าบังเอิญว่าทุกเรื่องได้รับการเคลียร์กับพี่เด๋อแล้ว มันมีโอกาสไหมคะพี่ปู ที่อนาคตเราจะกลับมาเดินด้วยกันต่อ?
ปู กนกวรรณ : ไม่ค่ะ ปูไม่ ปูไม่แล้ว ปูเป็นคนแบบนี้ค่ะ ปูเป็นคนชัดเจน ถูกต้องค่ะ ขาวคือขาว ดำคือดำ หลอกเงินปูก็ได้ แต่เรื่องนี้มันใหญ่มากค่ะ มันเหมือนมันเหยียดหยามแล้วมันหักหลังมาก มันเลือดเย็นแล้วมันใจร้ายมาก และถึงแม้ว่าถ้าปูเจอผู้หญิงซึ่งหน้าแบบนั้น พูดจากับปูแบบนั้น ในวันที่พี่เขาแข็งแรงหรือโด่งดัง ปูก็ไปค่ะ ปูก็ติดใจอยู่นิดหนึ่งว่าทำไมเขาออกมาช้า ทำไมเขาไม่ให้ปูเห็นหน้าเร็วๆ หน่อย ปูจะได้ไม่โดนคนว่าๆ ว่าทิ้งตอนไม่สบาย "วันนี้ก่อนมารายการ (ร้องไห้) เพิ่งทราบอย่างหนึ่ง เขาจดทะเบียนสมรส"


กับคนที่เฝ้าเขาใช่ไหม?
ปู กนกวรรณ : ปูไม่ทราบ เพราะปูไม่รู้จักชื่อจริงเขา ปูรู้แต่ชื่อเล่น แต่ไม่ใช่แม่ของลูกเขา อันนั้นเลิกกันไปแล้ว แต่เขาจดทะเบียนสมรสกัน แล้วก็… จดก่อนปู (ร้องไห้หนัก) แล้วพี่คิดว่าปูต้องทำไง แล้ววันนี้ปูก็อยากจะพูดอะไรกับพี่เขาด้วยนะคะ ปูก็อยากจะบอกกับพี่เด๋อว่า เราอยู่ด้วยกันมานาน เรามีทั้งสุข มีทั้งทุกข์ เราผ่านทุกเหตุการณ์มาด้วยกันหมดแล้ว


กี่ปีคะ?
ปู กนกวรรณ : 29 ปีค่ะ เราผ่านด้วยกันมาหมดแล้วนะคะ แต่พี่เขาเลือกเส้นทาง กำหนดให้มันเป็นแบบนี้ แล้วปูไปเดินกับพี่เขาไม่ได้ ปูไปเดินไม่ได้ มันก็เลยต้องแยกทางออกมา แต่พอมา ณ ตอนนี้ ปูรู้อะไรหลายๆ อย่างหมดแล้ว ปูเห็นผู้หญิงแล้ว ปูรู้พี่มีทะเบียนแล้วอย่างนี้ อยากจะบอกกับพี่เด๋อเลยว่า ที่ดิน 4 ไร่ที่เป็นชื่อพี่เด๋อ เขามาขอเงินปูไปซื้อนะคะ เมื่อ 21 ปีที่แล้วตอนปูท้อง 8 เดือน ปูก็ให้น้องขับรถไปแบงก์แล้วก็ไปเบิกเงินแล้วก็ให้ไปให้เขา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเงินปู แต่ชื่อที่เป็นชื่อเขา ปูยกให้หมดเลยค่ะ ปูให้พี่ฉอด พี่อ้อย ปูให้คุณอั๋นเป็นพยานได้เลยว่าโฉนดนี้ค่ะ วันไหนให้ใครมาเอาได้เลย ปูยกให้เลยค่ะ ปูเอาแค่ลูกพอ


อยากบอกอะไรกับลูกซึ่งเป็นหัวใจของพี่ปูบ้าง?
ปู กนกวรรณ : ลูกชอบพูดทุกครั้ง พูดบ่อยๆ ว่า "ขอบคุณที่ทำให้หนูเกิดมา" ปูก็อยากจะบอกกับปรายว่า ปูก็ขอบคุณปรายที่เกิดมาเป็นลูกแม่ และอยู่เคียงข้างแม่ แม่ก็จะบอกกับปรายว่า ตราบเท่าที่แม่ยังมีลมหายใจ แม่จะอยู่เคียงข้างปราย และเป็นลมใต้ปีกให้ปรายเสมอ