- 03 มี.ค. 2569
"เปิ้ล" ลูกสาวเด๋อ ดอกสะเดา เล่าเบื้องลึก สิ่งที่ "ปู กนกวรรณ" ทำไว้ ก่อนบอกอโหสิกรรม - แถลงข่าวเรื่องมีโลก 2 ใบมา 29 ปี
กลายเป็นประเด็นร้อนกลางรายการดัง เมื่อเรื่องราวความสัมพันธ์ในอดีตของตลกรุ่นใหญ่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง ท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่อง “โลก 2 ใบ” ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนทั้งครอบครัว
ในรายการ โหนกระแส วันที่ 3 มีนาคม 2569 มีการพูดคุยกรณีดรามาของ เด๋อ ดอกสะเดา ตลกรุ่นใหญ่ที่ขณะนี้กำลังป่วยติดเตียง หลังจากภรรยา ‘ปู กนกวรรณ’ ออกมาเปิดเผยว่าได้แยกทางกันแล้ว โดยอ้างว่าจับได้ว่าเด๋อจดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่น และมีโลก 2 ใบ อีกทั้งผู้หญิงคนดังกล่าวมาก่อนตนเสียอีก
อย่างไรก็ตาม ‘เปิ้ล ณภัทร’ ลูกสาวของเด๋อ ซึ่งเป็นลูกกับภรรยาคนแรก ได้ออกมายืนยันผ่านรายการว่า คุณพ่อไม่ได้มีโลก 2 ใบ ไม่มีเมียน้อย และไม่มีการจดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่น โดยสามารถยืนยันได้ด้วยเอกสารทางราชการ
เปิ้ลเล่าย้อนถึงช่วงที่คุณพ่อเริ่มป่วยว่า อาการเริ่มตั้งแต่ช่วงเย็น แต่ตนได้รับแจ้งในเช้าวันถัดมา และได้เข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง เมื่อคุณพ่อต้องย้ายไปอยู่ศูนย์พักฟื้น คุณปูจะมาเยี่ยมสัปดาห์ละ 1 วัน
ส่วน ‘คุณขวัญ’ ซึ่งถูกเข้าใจว่าเป็นโลกอีกใบของเด๋อ เปิ้ลยอมรับว่าในอดีตเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน ทั้งสองเคยติดต่อพูดคุยกันจริง แต่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ปัจจุบันไม่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว โดยคุณขวัญเข้ามาช่วยดูแลเพราะต้องการตอบแทน และบางครั้งตนติดธุระไม่สามารถหาใครมาเฝ้าไข้ได้
เปิ้ลย้ำชัดว่า การออกมาพูดครั้งนี้ไม่ได้ต้องการทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ใด ๆ เพียงต้องการความยุติธรรมให้คุณพ่อ และอยากให้สังคมเห็นว่าพ่อไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา
เหตุที่พี่ต้องพาพ่อมาอยู่ที่ศูนย์ฯ ตั้งแต่ที่พ่อป่วยครั้งแรก 23 มีนาคม พี่ได้รับโทรศัพท์จากพี่ปูว่าพ่ออาการไม่ดี ลิ้นแข็ง ขาชา พูดไม่ชัด พี่ปูบอกเป็นตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม เราก็คิดในใจว่าทำไมไม่พาไปก่อน แต่ไม่ได้พูดไป ตนอยู่คนละที่กัน เราก็รอสามีพี่พาไปรับคุณพ่อ ตนก็ทำเรื่องทุกอย่าง พี่ว่ามันช้าเกินไป เขาเข้าใจว่าพ่อพูดเล่น ก็ไม่ได้ว่าอะไร จนคุณพ่อไปอยู่ได้ประมาณ 1 อาทิตย์และออกมา คุณพ่อเริ่มฝึกเดินได้ กำลังจะเดินได้ดี อยู่ไป 2 อาทิตย์ ระหว่างนั้นพี่ไปเทกระบอกฉี่ทุกวัน พี่ก็ต้องดูแลครอบครัวพี่ด้วย
พอ 2 อาทิตย์นี้ได้รับโทรศัพท์จากพี่ปูอีก ว่าลิ้นแข็ง ขาชา ณภัทรมาพาพ่อไปโรงพยาบาลหน่อย และที่เลือกโรงพยาบาลรัฐเพราะว่าอยากช่วยเซฟค่าใช้จ่าย เพราะการเป็นสโตกใช้เงินเยอะในการรักษา พอพ่อเริ่มไม่ดีมากแล้ว ก้านสมองของพ่อลิ้นไหลลงไปจุกท่อหายใจ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ก็อยู่ได้ 14 วันนะแล้วต้องเจาะคอ
ทุกอย่างพี่ปรึกษาพี่ปูตลอด เขาบอกแล้วแต่เรา เป็นอะไรที่เราลำบากใจนะ เราตัดสินใจเองคนเดียวทั้งหมด ในฐานะลูก เราทำได้ ในตอนเจาะคอ พี่อยู่คนเดียวกับพ่อ ดูแลคนเดียวตลอด พอเริ่มจะออกจากโรงพยาบาล จะให้พ่อไปอยู่ศูนย์ไหมหรืออยู่บ้าน เขาก็แล้วแต่เราคิดเห็นยังไง สภาวะของพ่อตอนนั้นคือติดเตียง พูดไม่ได้ มีภาวะซึมเศร้า หงุดหงิด นอนไม่หลับ เคาะเรียกตลอด ก็สรุปว่าพ่อมาอยู่บ้าน เพราะจะได้ไม่เหงา จากนั้นเราไม่สามารถสรุปอารมณ์ได้ว่าพ่อชอบหรือไม่ชอบคนนั้นคนนี้ จนพี่เลี้ยงไปถึง 2 คน
จากนั้นพี่ปูก็บอกว่าจะไม่จ้างพี่เลี้ยงแล้วนะ ณภัทรได้ยินนะคะ เพราะนั่งอยู่ด้วย เพราะไม่ชอบให้ใครอยู่ในบ้าน เราก็คิดว่าเขาคงไม่สะดวก จากนั้นณภัทรทำอาหารส่งทุกอาทิตย์ เพราะพี่ปูดูแลเอง ทำให้ณภัทรไม่ได้เข้าไป 26 วัน แต่ถ้ามีอะไรณภัทรเป็นคนตัดสินใจทั้งหมด
จากนั้นก็มีการแจ้งมาว่า ถ้าพ่อเป็นอะไรไป จะให้เขาจัดการหรือณภัทรจัดการ เราก็ไม่ใจดี เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า เขาก็แจ้งกลับมาว่าคุณพ่อซึมไม่ดูทีวีแบบเมื่อก่อน นอนอย่างเดียว มีเสมหะเป็นสีเลือด ณภัทรก็ไม่รู้ว่าพ่อจะเป็นอย่างไร ณภัทรเลยรอรับพ่อที่โรงพยาบาล
สภาพพ่อที่ลงมาจากรถ ณภัทรคิดว่าพ่อคงอยู่ได้ไม่นาน เลยโทร. หา อาเป็ด เชิญยิ้ม แล้วบอกว่าพ่อเป็นแบบนี้ หนูไม่รู้จะทำยังไง อาเป็ดบอกใจเย็น ๆ เดี๋ยวอามาหา ไม่ต้องคิดอะไรมาก ตลอดเวลาเราคุยกับอาเป็ดก็รู้สึกดีขึ้น พอตรวจหมอก็ให้เซ็นว่าพ่อติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และที่ปอด แต่ไม่มั่นใจว่ายาจะช่วยเหลือพ่อได้มากแค่ไหน เพราะไม่รู้ยาพ่อจะตอบรับยาได้แค่ไหน แต่ก็เซ็นและรายงานครอบครัวพ่อตลอดและอาเป็ด แล้วก็มานอนโรงพยาบาล จนมีข่าวที่ตลกมาถ่ายพ่อแล้วต่อมาคนเลยรู้ว่าพ่อป่วยหนักเป็นข่าวออกมา
คุณปูบอกจะช่วยเดือนละ 1 หมื่นเพราะเขาบอกว่าไม่ไหวแล้ว เราก็คิดว่ายังไงก็ต้องดูแลพ่อ พ่อเป็นพ่อที่ดีมาก ๆ รักลูกและทุกคน รักเพื่อนทุกคน ไม่เคยทิ้งเราเลย พอมาอยู่ศูนย์ฯ คุณปูก็มา อาทิตย์ละวัน แต่การพูดคุยของณภัทรเริ่มน้อยลงกับคุณปู มันน้อยลงไปเรื่อย ๆ เขาอาจจะเหนื่อยหรือเปล่าที่ดูแลพ่อติดเตียง หรือเหตุผลอื่นหรือเปล่าไม่รู้ แต่เขามาดูแลพ่อในหนึ่งอาทิตย์แค่ 1 วันในฐานะความเป็นเมีย มันน้อยไปไหม จะมาคิดว่าอยู่ศูนย์ฯ มีคนดูแลมันไม่ได้ เพราะพ่อมีเสมหะได้ตลอดเวลา ชักเกร็งได้ตลอดเวลา มันต้องดูแลตลอด
ณภัทรก็ไม่เคยไปทวงถามหรืออะไร พี่ปูโอนเงินมาให้ครั้งแรกเดือนกันยายน 1 หมื่นบาท พ่อจะอยู่ที่ไหน ถ้าบอกจะช่วยก็ต้องช่วยใช่ไหม ตั้งแต่เดือนตุลาคมจนพฤศจิกายน ก็ไม่มีพูดถามอีกเลยว่าจะจ่ายเมื่อไหร่ ก็สิ้นสุดการพูดคุยกับณภัทรและคุณปูแล้ว เขามาแล้วก็เดินออกไป ณภัทรดูพ่อตลอด เราทำคนเดียว ณภัทรดึงคุณพ่อคนเดียว ณภัทรอยู่กับพ่อตลอด
ด้าน ‘คุณขวัญ’ ได้โฟนอินเข้ามาชี้แจงในรายการ ยอมรับว่าเคยมีความสัมพันธ์ในอดีตกับเด๋อเมื่อกว่า 30 ปีก่อน แต่จบไปแล้ว ปัจจุบันไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวใด ๆ และยืนยันว่าเหตุการณ์ที่ถูกมองว่าไปเยาะเย้ยหรือแสดงตัวต่อหน้าคุณปูนั้นไม่เป็นความจริง โดยวันดังกล่าวเพียงไปเยี่ยมในฐานะคนเคยรู้จัก และได้ขอโทษสำหรับเรื่องในอดีต พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจตนาเป็นมือที่สาม
ลูกสาวของคุณขวัญก็ออกมายืนยันเช่นกันว่า แม่ไม่ได้เป็นโลกอีกใบของเด๋อ การไปเยี่ยมเป็นไปตามคำขอให้ช่วยเฝ้าไข้ และเป็นเพียงการช่วยเหลือตามมนุษยธรรม เพราะมองว่าเมื่อคนล้มป่วยและเคยรู้จักกันมาก่อน การไปเยี่ยมถือเป็นเรื่องปกติ
ทั้งนี้ ฝั่งคุณขวัญระบุเพิ่มเติมว่า หากมีข้อสงสัยควรพูดคุยกันก่อนออกสื่อ เพราะครอบครัวของตนต้องเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ทั้งที่ยืนยันว่ามีเจตนาบริสุทธิ์ในการไปดูแลผู้ป่วยเท่านั้น โดยหวังว่าสังคมจะพิจารณาอย่างรอบด้านและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย






