โอละพ่อแรง "สายเชีย" สารภาพ ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาวตัวจริง

หักมุมแรง “สายเชีย” นักแสดงสายสู้ชีวิตชื่อดัง เจ้าของวลีอมตะ "จน เครียด กินเหล้า" เปิดหน้ากากความรวยที่สังคมเข้าใจผิดมานาน

เป็นประเด็นช็อกวงการ เมื่อนักแสดงสายสู้ชีวิตชื่อดัง สายเชีย วงศ์วิโรจน์ เจ้าของวลีอมตะ "จน เครียด กินเหล้า" เปิดหน้ากากความรวยที่สังคมเข้าใจผิดมานาน สารภาพเองจากปากไม่ได้รวยล้นฟ้าหรือเป็นเจ้าของหาดทรายขาวตามที่เคยเป็นข่าวโด่งดัง

 

โอละพ่อแรง สายเชีย สารภาพ ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาวตัวจริง

โอละพ่อแรง สายเชีย สารภาพ ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาวตัวจริง

 

เวลา 11.00 น. วันที่ 1 พ.ค. 69 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายภัทรพงศ์ ศุภอักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” พานาย “สายเชีย วงศ์วิโรจน์” อายุ 57 ปี นักแสดงและสตั๊นท์แมน ซึ่งเป็นที่รู้จักจากโฆษณาชุด “จน เครียด กินเหล้า” ของ สสส. นอกจากนี้ยังมีผลงานการแสดงภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ โฆษณาทางโทรทัศน์ รวมถึงผลงานในการเป็นนักแสดงตัวประกอบในภาพยนตร์ต่างประเทศและภาพยนตร์ไทยจำนวนมาก เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)

 

โอละพ่อแรง สายเชีย สารภาพ ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาวตัวจริง

 

ที่ผ่านมา สังคมและสื่อมวลชนต่างนำเสนอข่าวความสำเร็จของนายสายเชีย ในฐานะนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้บุกเบิกโครงการ "หาดทรายขาว" เนื้อที่กว่า 500 ไร่ จนถูกยกให้เป็นต้นแบบของคนสู้ชีวิตจาก "จน" สู่ "รวย" แต่ทนายอั๋นระบุว่า ข้อมูลดังกล่าว "ไม่เป็นความจริงทั้งหมด" โดยมีประเด็นสำคัญว่าเป็นเพียงนอมินี/พรีเซนเตอร์ นายสายเชียไม่ได้เป็นเจ้าของโครงการตัวจริง แต่เป็นการรับจ้างสวมบทบาท "พรีเซนเตอร์" และ "เจ้าบ้าน" เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับโครงการเท่านั้น
 

โอละพ่อแรง สายเชีย สารภาพ ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาวตัวจริง

 

โดยได้ค่าตอบแทนหลักหมื่น แม้ภาพลักษณ์จะดูเป็นเจ้าของที่ดินมูลค่ามหาศาล แต่แท้จริงแล้วได้รับค่าตอบแทนเป็นเพียงเงินเดือน จำนวน 15,000 บาทต่อเดือน

ชนวนเหตุเนื่องจากระยะหลังโครงการมีประเด็นอื้อฉาวเกี่ยวกับ "แรงงานต่างด้าว" ทำให้นายสายเชียในฐานะหน้าฉากถูกเพ่งเล็งจากเจ้าหน้าที่และสังคม จนได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงอย่างหนัก

 

โอละพ่อแรง สายเชีย สารภาพ ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาวตัวจริง

 

วอนผู้จัด “ผมยังรับงานแสดง” การเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน นายสายเชียต้องการปรึกษาและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตนไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการหรือตัดสินใจใด ๆ ในเชิงลึกของโครงการ

และขอโอกาสทำงาน ต้องการชี้แจงต่อผู้จัดละครและเอเจนซี่โฆษณาว่า ตนไม่ได้ร่ำรวยจนเลิกรับงานตามที่คนเข้าใจผิด แต่ยังคงยึดอาชีพ "นักแสดง" เป็นอาชีพหลักในการเลี้ยงชีพเช่นเดิม

"ผมไม่ได้เป็นเศรษฐีร้อยล้านอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ผมยังเป็นนักแสดงที่พร้อมสู้งานเหมือนเดิม"