- 15 พ.ค. 2569
สิ่งเดียวที่เยียวยาจิตใจ "ทราย สก๊อต" ลั่น จะเอาพี่ชายเข้าคุก สิ่งที่ต้องการไม่ใช่การคืนดีกัน แต่คือความยุติธรรมตามกฎหมาย
ยังติดตามอย่างต่อเนื่องกับประเด็นดราม่าครอบครัวตระกูลดัง หลัง “ทราย สก๊อต” ออกมาเปิดใจผ่านรายการ “ห้องข่าวบันเทิง” ทางช่องเวิร์คพอยท์ ถึงประเด็นความขัดแย้งในครอบครัว รวมถึงข้อกล่าวหาที่เจ้าตัวระบุว่าเคยถูกพี่ชายแท้ ๆ ล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก พร้อมย้ำชัดว่า สิ่งที่ต้องการไม่ใช่การคืนดีกัน แต่คือความยุติธรรมตามกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ มายด์ ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล ภรรยาของ พาย สุนิษฐ์ (ภิรมย์ภักดี) สก๊อต ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมแนบเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยยืนยันว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่คุณแม่มอบให้ทั้งพายและทราย ไม่ได้เป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงคนเดียว
ขณะที่ก่อนหน้านี้ ทราย สก๊อต เคยให้สัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ว่า การออกมาเคลื่อนไหวของตน ไม่ใช่เรื่องของการแบ่งมรดกหรือทรัพย์สิน แต่เป็นการเรียกร้องความเป็นธรรม หลังผู้เป็นแม่มีการฟ้องร้องขอที่ดินคืน และตนไม่สามารถยอมรับได้ หากทรัพย์สินดังกล่าวจะกลับไปอยู่กับคนที่เคยทำร้ายตัวเอง
ล่าสุด ทรายยังพูดถึงกรณีที่เคยได้รับการ์ดเชิญไปงานแต่งของพายและมายด์ โดยยอมรับตรง ๆ ว่าไม่เข้าใจว่าทำไมตนต้องไปร่วมงานของคนที่เคยทำร้ายตัวเอง พร้อมกล่าวว่า
“ทรายจะไปงานคนที่ข่มขืนทรายทำไม การเชิญไม่ใช่การแก้ปัญหา การเข้าคุกคือการแก้ปัญหา”
เจ้าตัวยังกล่าวต่อว่า การให้ตนไปร่วมงานแต่ง หรือไปยืนร่วมฉลองในวันสำคัญ เป็นเรื่องที่ตนไม่สามารถทำใจได้
“จะให้ผมไปปาร์ตี้ ไปยืนตัดเค้กกับคนที่ทำร้ายผมทำไมครับ เป็นสิ่งที่เพี้ยนมาก”
นอกจากนี้ ทรายยังมองว่า ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องทรัพย์สินหรือที่ดิน แต่คือการที่คนที่ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุ ยังไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย
“มันมีเรื่องที่ใหญ่กว่าที่ดิน คือคนที่ข่มขืนน้องแล้วยังไม่เข้าคุก คิดไปคิดมาให้เค้าเข้าคุกก็ดี”
พร้อมแสดงความเห็นว่า พฤติกรรมลักษณะนี้อาจเกิดซ้ำกับผู้อื่นได้อีกในอนาคต
“คนที่วิปริตแบบนี้ นิสัยเค้าไม่เปลี่ยน เค้าจะทำกับคนอื่นหรือเปล่า ทำแบบนี้หนึ่งครั้ง มันยังทำอีกครับ”
เมื่อถูกถามถึงคลิปชี้แจงของพาย สุนิษฐ์ ทรายตอบสั้น ๆ ว่าไม่ได้ดู พร้อมพูดตรงไปตรงมาว่า
“ผมเบื่อหน้าผู้ชายที่ข่มขืนผมแล้ว”
อีกทั้งยังกล่าวถึงกรณีที่มายด์ออกมาชี้แจงเรื่องที่ดิน โดยมองว่าควรให้ความสำคัญกับประเด็นที่เกิดขึ้นมากกว่า
“อยากให้ชี้แจงเรื่องที่สามีเค้าข่มขืนน้องตัวเองดีกว่า ไม่ต้องสนเรื่องที่ดินที่ไม่เกี่ยวกับเค้าดีกว่า”
ขณะเดียวกัน ทรายยังยืนยันว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ตนเป็นผู้จ่ายภาษีบ้านที่หัวหินเพียงคนเดียว พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดผู้เป็นแม่จึงต้องการเรียกคืนทรัพย์สิน ทั้งที่รับรู้เรื่องราวทั้งหมดมาตลอด
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังเผยว่า มีหลักฐานเกี่ยวกับบุคคลในครอบครัวและเครือญาติหลายฝ่ายเก็บไว้ทั้งหมด และพร้อมจะเปิดเผยในเวลาที่เหมาะสม
“ทรายไม่ไว้ใจและเก็บหลักฐานมาหมด อยู่ที่ว่าเราจะปล่อยเมื่อไหร่”
พร้อมทิ้งท้ายว่า หากอีกฝ่ายต้องการพูดคุยหรือดำเนินการทางกฎหมาย ก็สามารถให้ทนายติดต่อมาได้เช่นกัน
