แม่ดา เปิดหมดเปลือก ปมแตกหักน้องฟ้าใส ลั่นคุ้มครองลูกไม่ได้แล้ว

แม่ดา เปิดใจหมดเปลือก ปมแตกหักน้องฟ้าใส ยอมรับเลี้ยงลูกต่อไม่ไหว ตัดสินใจส่งให้หน่วยงานดูแล เผยลูกไม่อยากเจอหน้า ลั่นแม่คุ้มครองลูกไม่ได้แล้ว

จากกรณีดราม่าระหว่าง "แม่ดา" และ "น้องฟ้าใส" กับ นายนิวัฒน์ การะเกตุ อายุ 25 ปี หรือ "นุ้งตี้" อินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการทำคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียของน้องฟ้าใส

แม่ดา เปิดหมดเปลือก ปมแตกหักน้องฟ้าใส ลั่นคุ้มครองลูกไม่ได้แล้ว

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  นางศศีณีกานต์ หงวนกระโทก หรือ "แม่ดา" อายุ 51 ปี มาร่วมหารือเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น

ผลการหารือได้ข้อสรุปว่า สำนักงานอัยการจะมีคำสั่งคุ้มครองเด็กชั่วคราว โดยให้น้องฟ้าใส หรือ ด.ญ.อัจฉริยาพร หงวนกระโทก อายุ 13 ปี อยู่ในความดูแลของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี ซึ่งแม่ดายินยอมตามข้อสรุปดังกล่าว ขณะที่น้องฟ้าใสแสดงความประสงค์ว่าไม่ต้องการพบหน้าแม่ในขณะนี้

แม่ดา เปิดหมดเปลือก ปมแตกหักน้องฟ้าใส ลั่นคุ้มครองลูกไม่ได้แล้ว

แม่ดายืนยัน "น้องฟ้าใส" เป็นลูกแท้ ๆ

ด้านแม่ดาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยขอชี้แจงทีละประเด็น เริ่มจากข้อสงสัยว่าน้องฟ้าใสเป็นลูกแท้ ๆ ของตนหรือไม่ โดยยืนยันว่าปัจจุบันตนมีลูกทั้งหมด 4 คน จากสามี 2 คน และน้องฟ้าใสเป็นลูกคนสุดท้อง พร้อมระบุว่ามีเอกสารสูติบัตรยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกอย่างชัดเจน
 

ส่วนความขัดแย้งกับ "สไปรท์ SPD" แม่ดาระบุว่า ตนไม่ชอบสภาพแวดล้อมในโลกโซเชียล สังคม และการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ จึงต้องการแยกตัวออกมาใช้ชีวิตอย่างอิสระ เดิมทีต้องการกลับมาเพียงคนเดียว แต่ลูกสาวขอร้องไม่ให้กลับ เพราะอยากเป็นยูทูบเบอร์ ตนจึงตามใจลูก

แม่ดาเล่าว่า ในช่วงแรกสไปรท์และอุงเอิงพยายามรั้งให้อยู่ต่อ แต่สุดท้ายตนรู้สึกไม่ไหว ประกอบกับน้องฟ้าใสมากอดร้องไห้และบอกว่าอยากกลับบ้าน จึงตัดสินใจแยกตัวออกมา โดยได้รับเงินจากสไปรท์และอุงเอิง 2 ครั้ง จำนวน 90,000 บาท และ 40,000 บาท รวมเป็นเงิน 130,000 บาท

 

เผยอยู่กับ "นุ้งตี้” ช่วงแรกดี ก่อนรู้สึกอึดอัด

หลังกลับมาอยู่พัทยา แม่ดาได้ไปพักอาศัยกับ "นุ้งตี้" โดยยอมรับว่าช่วงแรกทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แต่ระยะหลังเริ่มรู้สึกอึดอัด เปรียบชีวิตเหมือนอยู่ในละคร โดยเฉพาะการถ่ายคอนเทนต์ที่ตนต้องไปยืนถ่ายใต้ต้นมะพร้าว จนถูกชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

แม่ดา เปิดหมดเปลือก ปมแตกหักน้องฟ้าใส ลั่นคุ้มครองลูกไม่ได้แล้ว

แม่ดายืนยันว่าไม่ได้เต็มใจทำคอนเทนต์ดังกล่าว และไม่ต้องการอยู่ในโลกโซเชียล เพราะมองว่าเป็นดาบสองคม ส่วนรายได้จากการทำคอนเทนต์มีการแบ่งให้ตนประมาณ 20-30% อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่านุ้งตี้ดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างดี พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าตนอิจฉาลูกสาว โดยย้ำว่าปัญหาสำคัญคือไม่ต้องการใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์

สำหรับเหตุการณ์ที่ตนมีปากเสียงกับกลุ่มของนุ้งตี้อย่างรุนแรง รวมถึงกรณีปาก้อนหินใส่ชาวต่างชาติ แม่ดายอมรับว่าในวันนั้นรู้สึกโกรธและเหนื่อยล้าจากการยืนเสิร์ฟอาหารตลอดทั้งวัน โดยยังไม่ได้รับประทานอาหาร จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ส่วนกรณีที่พูดว่าจะฟ้องร้องเรียกเงิน 40 ล้านบาทนั้น ยอมรับว่าเป็นคำพูดที่เกิดจากความโมโห

แม่รับเลี้ยงลูกต่อไม่ไหว ลั่น "แม่รักลูกเสมอ"

แม่ดายอมรับว่า หลังจากนี้ตนไม่สามารถเลี้ยงดูน้องฟ้าใสได้ จึงขอมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล เพราะหากลูกยังอยู่กับตน ปัญหาเรื่องโซเชียลมีเดียก็อาจวนเวียนอยู่ในชีวิตของลูกต่อไป พร้อมเผยว่ารู้สึกว่านิสัยของลูกเปลี่ยนไปมาก มีพฤติกรรมดื้อและโต้เถียงกับแม่อย่างหนัก

ส่วนประเด็นเรื่องการไม่ซักกางเกงชั้นใน แม่ดายืนยันว่าเกิดขึ้นจริง โดยต้องการให้ลูกทำด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าลูกสาวโตขึ้นทุกวันแล้ว แต่ยอมรับว่าระยะหลังลูกมีพฤติกรรมประชดประชันและโต้เถียงมากขึ้น

แม้ขณะนี้น้องฟ้าใสจะไม่ต้องการพบหน้าแม่ แต่แม่ดายืนยันว่าตนยังรักลูกเสมอ พร้อมกล่าวว่า "ตอนนี้แม่คุ้มครองน้องไม่ได้ แต่กลายเป็นว่าน้องคุ้มครองแม่" และอยากให้ลูกได้รับรู้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่ก็ยังรักลูกเหมือนเดิม

ส่วนกรณีคลิปเสียงที่มีการกล่าวหาว่าแม่ใช้ให้ลูกไปซื้อยาบ้าจากชาวเมียนมา รวมถึงบังคับให้น้องซื้อเหล้า แม่ดาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันว่าตนพร้อมไปสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และยอมรับว่าไม่เข้าใจว่าทำไมน้องฟ้าใสจึงพูดถึงตนในลักษณะดังกล่าว หรืออาจเป็นเพราะความโกรธที่มีต่อแม่

แม่ดา เปิดหมดเปลือก ปมแตกหักน้องฟ้าใส ลั่นคุ้มครองลูกไม่ได้แล้ว

แม่ดาขอโทษสไปรท์-อุงเอิง ปฏิเสธข้อเสนอส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรี

ในช่วงท้าย แม่ดาได้กล่าวขอบคุณสไปรท์ อุงเอิง และทีมงานบริษัทเดิมที่เคยให้ความช่วยเหลือดูแลตนกับน้องฟ้าใส รวมถึงกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่เคยร่วมงานกัน เช่น นุ้งตี้ ออดี้ พี่เบนซ์ และเจ๊เบียร์ พร้อมกล่าวขอโทษทุกคน หากระหว่างทำงานร่วมกันเคยแสดงพฤติกรรมล่วงเกินหรือกระทำสิ่งใดที่ไม่เหมาะสม โดยยอมรับว่าเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ

สำหรับกรณีที่สไปรท์และอุงเอิงเคยเสนอให้ส่งน้องฟ้าใสเรียนจนจบระดับปริญญาตรี แม่ดายืนยันว่าตนไม่ขอกลับไปรับข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากลูกสาวได้ปฏิเสธไปแล้ว และตนก็ไม่ต้องการรับข้อเสนอนี้เช่นกัน แม้ก่อนหน้านี้เคยมีความตั้งใจอยากส่งเสียให้ลูกเรียนจนจบปริญญาตรีก็ตาม

ทั้งนี้ แม่ดาได้กล่าวขอโทษสไปรท์และอุงเอิงอีกครั้งที่ปฏิเสธความหวังดี พร้อมยืนยันว่ารู้สึกขอบคุณในความปรารถนาดีที่ทั้งคู่มีให้กับตนและลูกสาวมาโดยตลอด