- 15 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เป็นโลกออนไลน์ของจีน ได้แชร์เรื่องราวที่หลายคนต่างทึ่งกับสิ่้งที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่มรายหนึ่ง ที่ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครทำกัน และถูกชาวบ้านมองว่าเขาสติไม่ดีเป็นแน่ โดยสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ในหมู่บ้านชนบทเล็กๆ ซึ่งห่างใกล้ความเจริญ เมื่อพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน จู่ๆหนุ่มที่ใครคิดว่าเขาสติไม่ดีก็เดินกลับบ้านพร้อมกับแบกชายชราคนหนึ่งไว้ที่หลัง คนในหมู่บ้านถามว่า "ชายชราคนนี้คือใคร? ไปพบที่ไหน? อย่าเอาเรื่องเดือดร้อนมาใส่ตนเองดีกว่านะพ่อหนุ่ม" หนุ่มคนดังกล่าวจึงตอบว่า "ผมเห็นชายชราคนนี้นอนสลบอยู่ที่ข้างทาง ไม่มีคนสนใจผมจึงแบกเขากลับมา"
.
ชาวสวนคนหนึ่งจึงตอบไปว่า "หนุ่มเอ้ย ชายชราอายุมากขนาดนี้แล้วยังจะแบกกลับมาอีกทำไม หากบังเอิญมาตายที่บ้านจะทำอย่างไง?" หนุ่มจึงหัวเราะแล้วพูดว่า "เขาดูน่าสงสารมากนะ"
.
.
หลังจากที่ชาวบ้านกำลังจะเดินจากไป หนุ่มสติไม่ดีจึงพูดขี้นมาว่า "พวกคุณพอจะมีข้าวสารหรืออาหารเหลือบ้างไหม? บ้านผมไม่มีอะไรเหลือแล้ว ขออาหารที่เหลือให้ชายชราคนนี้หน่อยได้ไหม? ผมสัญญาว่าจะไม่กิน" แต่ละคนมองๆแล้วก็เดินจากไป แต่มีเพื่อนบ้านคนหนึ่งแซ่จางเธอพูดขึ้นมาว่า "บ้านฉันมี เดี๋ยวส่งไปให้" หนุ่มสติไม่ดีคนนี้มีชื่อว่า หลิวเอ้อ อายุเกือบจะ 30 ปีแล้ว เป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่ตายตั้งแต่ยังเล็ก เหลือเพียงบ้านที่สร้างจากโคลน
.
ถึงแม้ว่าหลิวเอ้อจะดูโง่ไปหน่อย แต่เขาก็เป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจมาก สามารถทำงานเลี้ยงตนเองจนอยู่รอดได้ เขามีชื่อแต่คนส่วนมากในหมู่บ้านมักเรียกเขา "เจ้าโง่" เพราะคุ้นเคยกับชื่อนี้มากกว่า และเพราะว่าเขาได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้กลายเป็นคนสติไม่ดี
.
.
รุ่งขึ้น เพื่อนบ้านแซ่จางคนนั้นก็เห็นชายชราคนนั้นเดินไปมาในบ้านของหลิวเอ้อ เธอจึงเดินเข้าไปถามว่า "พี่ชาย มีญาติไหม? อยู่ที่ไหน?" ชายชราได้แต่ถอนหายใจแล้วพูดว่า "ฉันไม่มีญาติพี่น้องอีกแล้ว" ในขณะที่พูดจู่ๆน้ำตาก็ไหลริน
.
เพื่อนบ้านแซ่จางจึงสงสัยว่าจะต้องมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นกับชายชราคนนี้แน่นอน จึงไม่ได้ถามอะไรต่อ แต่เมื่อมองเข้าไปในบ้านก็ไม่พบหลิวเอ้อ จึงถามว่า "หลิวเอ้อไม่อยู่หรอ ปกติเขาตื่นเช้ามากนะ? นี่ยังไม่ตื่นหรอ?" ชายแก่จึงตอบว่า "เขาออกไปหาของกินตั้งแต่เช้าแล้ว ก่อนออกไปยังบอกให้ฉันอย่าหนีจากไปไหน" เมื่อเธอได้ยินแบบนี้แล้วก็คอตกคิดในใจว่า "เลี้ยงตนเองก็จะไม่รอดแล้ว ยังอยากจะเลี้ยงคนอื่นอีก ช่างเหอะของที่บ้านยังเหลืออาหารบ้าง ถ้าอย่างงั้นก็แบ่งให้พวกเขานิดหน่อยก็แล้วกัน"
.
.
เมื่อเพื่อนบ้านเอาอาหารมาแบ่งให้ ชายชราจึงบอกว่า "ขอบใจมากนะที่อุตสาห์มีน้ำใจ" ผ่านไปสักระยะหนึ่ง หลิวเอ้อถึงกลับถึงบ้าน สองมือว่างเปล่า เดินก้มหน้าเข้าบ้าน เห็นบนโต๊ะมีข้าวต้มถ้วยหนึ่ง จึงถามชายชราว่า "ไปเอามาจากไหน?" ชายชราจึงชี้ไปที่เพื่อนบ้านพูดว่า "เธอเอามาให้" หลิวเอ้อเข้าใจแล้วว่าที่แท้แล้ว เพื่อนบ้านแซ่จางคนนี้ดีกับเขามากที่สุด
.
เมื่อถึงตอนเย็น ชายชราจึงบอกหลิวเอ้อว่า "ขอบคุณมากนะที่ช่วยฉัน" หลิวเอ้อถาม "นี่จะไปไหนหรอ?" ชายชราจึงตอบว่า "เดินได้เท่าไหร่ก็ต้องเดินก้าวไปในชีวิต เพราะเราก็ตัวคนเดียว" หลิวเอ้อมองบ้านของตนเองจากนั้นพูดว่า "อยู่กับผมต่อไปเถอะนะ อย่างน้อยเราก็เป็นเพื่อนซึ่งกันและกันได้ เพราะผมก็ไม่มีใคร" ชายชรากล่าว "ฉันอายุจะเข้าโรงแล้ว มาอยู่กับเธอรั้งจะทำให้เธอลำบากเปล่าๆ" หลิวเอ้อตอบแบบไม่รังเลว่า "ไม่เลย ขอเพียงชายชราไม่หนีผมไปไหนก็พอแล้ว" ตอนนั้นเองชายชราน้ำตาร่วงลงถึงพื้น "พวกเรามาตกลงกัน หากวันไหนหลิวเอ้อเบื่อฉันแล้ว ฉันก็จะไปจากทันที" หลิวเอ้อก็ตกลง
.
.
เวลาผ่านไปเร็วมากจาก 1ปีเป็น 10 ปี สุขภาพของชายชรายิ่งแก่แย่ลงมาก จนต้องนอนอยู่กับเตียง หลิวเอ้อก็ไม่หนีไปไหน ยังอยู่เคียงข้างคอยดูแลชายชรา ป้อนน้ำ ป้อนข้าว ไม่ว่าจะฉี่หรือขี้หลิวเอ้อก็จะเช็ดให้
.
คืนวันหนึ่งชายชราจึงเรียกกลิวเอ้อมาพูดคุยดีๆว่า "หลิวเอ้อ เธอยอมเป็นลูกบุญธรรมของฉันไหม?" หลิวเอ้อ "ยอมซิ ทำไมจะไม่ยอมล่ะ ลูกชายก้มหัวคำนับพ่อบุญธรรม" จากนั้นเขาก็คุกเข่าลงโค้งคำนับ ชายชราหัวเราะดีใจมาก ฉันยังมีอีกเรื่องที่จะบอกเธอ "ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านไกลออกไป 100 กิโลเมตร มีหมู่บ้านหลิวแห่งหนึ่งที่นั้น และเดินต่อไปทางทิศใต้ของหมู่บ้านนั้นจะพบพื้นที่ว่างเปล่า ที่นั้นจะหลุมฝังศพที่แกะสลักชื่อของฉันไว้ ให้ฝังฉันไว้ที่นั้น หากฉันเสียชีวิตไป ต้องฝังไว้ที่นั้นเท่านั้นนะ จำไว้" หลิวเอ้อพยักหัว
.
ผ่านไป 2 วัน ชายชราก็จากไป หลิวเอ้อร้องไห้เสียใจอย่างมาก แต่เขาก็ไม่ลืมสิ่งที่ชายชราสั่งเสียไว้ หลิวเอ้อรีบไปยืมเงินจากเพื่อนบ้านเพื่อซื้อโลงศพให้ชายชรา และขอร้องให้คนในหมู่บ้านช่วยกันแบกโรงศพข้างในมีศพชายชราไปตามที่เขาบอก เมื่อไปถึงก็พบป้ายหลุมฝังศพที่มีชื่อชายชราด้วย จากนั้นพวกเขาก็เริ่มขุดสักพักก็ขุดเจอโรงศพขนาดใหญ่ที่นั้น ชาวบ้านไม่กล้าเปิดโรงศพดู หลิวเอ้อจึงเดินเข้าไปเปิดโรงศพ เมื่อเปิดออกมาทุกคนกลับตะลึงกันมาก
.
.
"ฉันมีเงินนับไม่ถ้วน,แต่ก็มีชีวิตที่ไม่ได้มีความสุข,จนทำให้ภรรยาและลูกชายต้องกระจัดกระจายกันไป,ไม่มีชีวิตที่งดงามสดใส,จึงจำต้องซ่อนโชคลาภของครอบครัวไว้ที่นี่ เพื่อรอคนที่มีน้ำใจ จิตใจงดงาม! "
.
ทุกคนตะโกนใส่หลิวเอ้อว่า: "เจ้าโง่ นายเนี้ยโชคดีจริงๆ! สมบัติมากมายเหล่านี้เป็นของนายแล้ว" หลิวเอ้อ ร้องไห้ทั้งน้ำตาและพูดว่า "ทุกคนแบ่งกันไปเถอะนะ ถ้าไม่ใช่เพราะทุกคนช่วยกันออกเงินและแบกเขามา ปานนี้ผมและพ่อก็คงตายไปนานแล้ว"
.
.
หลังจากที่หลิวเอ้อเอาเงินแบ่งให้ชาวบ้านทุกคน สุดท้ายหลิวเอ้อก็กลับมามีชีวิตยากจนเหมือนเดิม เพราะสิ่งที่หลิวเอ้อต้องการไม่ใช่เงิน แต่เป็นคนที่จะคอยอยู่เคียงข้าง เนื่องจากเขาโดดเดี่ยวคนเดียวมาตั้งแต่เล็ก หลิวเอ้อต้องอยู่คนเดียวตามลำพังเหมือนเดิม ทุกครั้งที่เขามองดูรอบบ้านที่ว้าเหว่น้ำตาก็ไหลออกมา
คนต่างหากที่สำคัญมากที่สุดในชีวิต ไม่ใช่เงินทอง!
.
.
.
ที่มา : LIEKR
.
.
.
.
