ชาวศรีลังกา เผาบ้านผู้นำ ยังไม่พอใจนายกฯแค่ลาออก หลังทำประเทศล่มจม

ชาวศรีลังกา เดือดหนัก เผาบ้านผู้นำ ยังไม่พอใจนายกรัฐมนตรีแค่ลาออก หลังทำล่มจมครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศ

ชาวศรีลังกา เผาบ้านผู้นำ ยังไม่พอใจนายกฯแค่ลาออก หลังทำประเทศล่มจม กำลังเดือดอย่างหนักในศรีลังกา เมื่อมีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีมหินทา ราชปักษา ของ ประเทศศรีลังกา ยอมลาออกจากตำแหน่งแล้วหลังเผชิญกระแสโกรธแค้น และการประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีและรัฐบาล สืบเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศ

โดยโฆษกนายกรัฐมนตรียืนยันว่านายกรัฐมนตรีมหินทา ราชปักษา วัย 76 ปี ยื่นหนังสือลาออกต่อประธานาธิบดีโคตาบายา ราชปักษา น้องชายแล้วในวันเดียวกัน การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากผู้สนับสนุนของรัฐบาลบุกเข้าปะทะกับผู้ประท้วงที่ปักหลักชุมนุมอยู่ด้านนอก ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงโคลอมโบ เมืองหลวงมานานหลายสัปดาห์ และยังปะทะกับตำรวจที่พยายามใช้แก๊สน้ำตา และฉีดน้ำเข้าสลายกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลออกไป 

 

เหตุรุนแรงดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครัฐบาล และมีผู้บาดเจ็บราว 190 คน และมีการประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ การปะทะระหว่างผู้สนับสนุนและต่อต้านรัฐบาลครั้งนี้เป็นครั้งแรก นับจากเริ่มมีผู้ประท้วงออกมาเดินขบวนขับไล่ประธานาธิบดีโคตาบายา เมื่อเดือน มี.ค. 

ชาวศรีลังกา เผาบ้านผู้นำ ยังไม่พอใจนายกฯแค่ลาออก หลังทำล่มจมครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศ

การประท้วงมีชนวนเหตุจากราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น การขาดแคลนสินค้าทั้งอาหาร ยา และเชื้อเพลิง ทำให้ต้องมีการตัดไฟวันละ 13 ชม. ต่อมาการประท้วงบานปลายเป็นการขับไล่ประธานาธิบดีโคตาบายา นายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีจากตระกูลราชปักษาให้พ้นอำนาจไปให้หมด และคาดว่าการลาออกของนายกรัฐมนตรี จะยังไม่อาจสร้างความพอใจให้กับผู้ประท้วงได้

 

ศรีลังกาซึ่งมีประชากร 22  ล้านคน เผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี 2491 โดยมีภาระหนี้มหาศาลและขาดแคลนทุนสำรองระหว่างประเทศ ทำให้ไม่สามารถนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศได้ และต้องประกาศระงับชำระหนี้ต่างประเทศชั่วคราว ขณะนี้กำลังเจรจาขอเงินกู้จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF รวมถึงจีนและอินเดีย 

affaliate-2

นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า ผู้ประท้วงศรีลังกาที่โกรธแค้นตระเวนเผาบ้านของผู้นำตระกูลราชปักษา และนักการเมืองในเหตุจลาจล ที่มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และผู้บาดเจ็บเกือบ 200 คน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยผู้ชุมนุมไม่พอใจที่นายกรัฐมนตรีลาออก แต่ประธานาธิบดียังไม่ยอมลงจากตำแหน่ง 


ความรุนแรงในกรุงโคลอมโบ เมืองหลวงศรีลังกา ตลอดวัน เริ่มจากผู้สนับสนุนรัฐบาลปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วง ที่พยายามบุกบ้านพักประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และปะทะกับผู้ประท้วงที่ด้านนอกทำเนียบประธานาธิบดี ทำให้ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาและฉีดน้ำเข้าสลาย ผู้ประท้วงปักหลักชุมนุมที่ทำเนียบประธานาธิบดีตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. เพื่อขับไล่ประธานาธิบดีโคตาบายา ราชปักษา สืบเนื่องจากการบริหารล้มเหลว ทำให้เผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศ นับตั้งแต่ได้รับเอกราช 

ชาวศรีลังกา เผาบ้านผู้นำ ยังไม่พอใจนายกฯแค่ลาออก หลังทำล่มจมครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศ
แม้การปะทะกันครั้งแรกระหว่างผู้สนับสนุนและต่อต้านรัฐบาล ทำให้นายกรัฐมนตรีมหินทา ราชปักษา ยอมลาออกจากตำแหน่ง แต่ยังไม่อาจสร้างความพอใจให้กับผู้ประท้วงที่อยากให้ประธานาธิบดีโคตายายา น้องชายลาออกด้วย ผู้ประท้วงหันไปพุ่งเป้านักการเมืองฝ่ายรัฐบาล รวมถึงล้อมรถของ ส.ส.คนหนึ่ง และ ส.ส. ยิงใส่ฝูงชนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน ก่อนหลบหนีไปและปลิดชีวิตตัวเอง


นอกจากนี้ในช่วงดึกผู้ประท้วงทั่วประเทศตระเวนเผาทำลายบ้านพักของตระกูลราชปักษา รัฐมนตรี และส.ส. รวมถึงบ้านที่ถูกปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ของตระกูลราชปักษา ในบ้านเกิดของครอบครัวทางภาคใต้ของประเทศ และพื้นที่รอบบ้านพักประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีในกรุงโคลอมโบก็ถูกเผาวอด กลุ่มชายฉกรรจ์ถือท่อนไม้และเหล็กตั้งเครื่องกีดขวางถนน ในเส้นทางขาเข้าและออกจากสนามบินในกรุงโคลอมโบอีกด้วย

 


เหตุรุนแรงทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย รวมถึง ส.ส.พรรครัฐบาล  1 คน และมีผู้บาดเจ็บเกือบ 200 คน และทางการขยายการประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ไปจนถึงเช้าวันพุธจากกำหนดเดิมสิ้นสุดเช้าวันนี้ ชาวศรีลังกาเริ่มออกมาเดินขบวนประท้วงตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. ด้วยความไม่พอใจต่อปัญหาราคาสินค้าพุ่งสูง การขาดแคลนสินค้าทั้งอาหาร ยา และเชื้อเพลิง และการตัดไฟ ก่อนลุกลามเป็นการขับไล่ประธานาธิบดีและตระกูลราชปักษา  
ชาวศรีลังกา เผาบ้านผู้นำ ยังไม่พอใจนายกฯแค่ลาออก หลังทำล่มจมครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศ

 

ภาพจาก เนชั่นทันโลก NTV World News