- 02 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง www.tnews.co.th
เข้าสู่วันที่ 4 ของช่วง 7 วันอันตราย ซึ่งก็มีผู้เสียชีวิตแล้ว 253 คน บาดเจ็บ 2,412 คนส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ ยังครองแชมป์เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากเมาแล้วขับ และขับรถเร็วเกิดกำหนด
นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน หรือ ศปถ. ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 โดยเฉพาะช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2558 – 4 มกราคม 2559
โดย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 1 มกราคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการรณรงค์ ภายใต้แนวคิด “สุขกาย สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย รับปีใหม่ 2559” มีการเกิดอุบัติเหตุ 674 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 75 ราย ผู้บาดเจ็บ 657 คน
ซึ่งเมื่อรวม 4 วัน มีการเกิดอุบัติเหตุรวม 2,338 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 253 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,412 คน
ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 91 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช เชียงราย สงขลา ปทุมธานี จำนวน 9 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด คือ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 91 คน
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 33.08 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 15.90 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.34
ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 60.12 บนถนนใน อบต. หมู่บ้าน ร้อยละ 38.64 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 30.45
ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 00.01 - 04.00 น.ร้อยละ 31.38 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 55.94
สำหรับการเดินทางกลับต่างจังหวัดของประชาชน ในวันนี้เป็นไปอย่างคึกคักรวมถึงยังมีผู้โดยสารที่เริ่มเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก เนื่องจากหลายหน่วยงาน เริ่มทำงานวันแรกในวันจันทร์ที่ 4 มกราคม 2559
ส่วนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ หรือหมอชิต ตลอดช่วงเช้ายังไม่ค่อยคึกคัก มีเพียงประชาชนที่โดยสารรถประจำทางและรถตู้สาธารณะในระยะทางสั้นเดินทางกลับมา ส่วนใหญ่มีการขนข้าวสาร ขนมต่างๆ กลับมาจากต่างจังหวัด เพื่อลดค่าใช้จ่ายในกรุงเทพฯ คาดการเดินทางกลับจะเริ่มหนาแน่นในค่ำวันนี้และพรุ่งนี้ (3 ม.ค.)
ที่สถานีรถไฟกรุงเทพหรือสถานีหัวลำโพงบรรยากาศเริ่มคึกคัก ประชาชนเริ่มทยอยโดยสารรถไฟกลับเข้ามาทำงานยังกรุงเทพแล้ว ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือร.ฟ.ท. จัดเพิ่มขบวนรถพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนไว้จำนวน 10 ขบวน จากขบวนรถที่เดินประจำในทุกเส้นทางอยู่แล้ว 228 ขบวนโดยเป็นการเพิ่มขบวนรถทั้งขบวนรถเชิงพาณิชย์และขบวนรถเชิงสังคม รวมถึงเพิ่มตู้โดยสารชั้น 3 จำนวน 1-2 ตู้ต่อขบวนรถ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20,000 คนต่อวัน และเป็นที่น่าสังเกตคนไทยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางโดยรถไฟเพื่อมุ่งหน้าท่องเที่ยวไปยังภูมิภาคต่างๆของไทยอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
สภาพการจราจรบนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 สายโชคชัย-เดชอุดม ช่วงอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นถนนสายหลักของภาคอีสานตอนล่าง ได้มีรถของประชาชนเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ หลังกลับมาเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่มีรถสัญจรหนาแน่นตลอดทั้งวัน บางช่วงมีรถจอดติดยาวเหยียดกว่า 1 กิโลเมตร ทำให้สถานีตำรวจภูธรประโคนชัยต้องจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยอำนวยความสะดวกตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะตามแยกที่มีสัญญาณไฟจราจร เพื่อให้รถสามารถเคลื่อนตัวได้สะดวก โดยในช่วงที่มีรถจอดติดสะสมยาวเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเปลี่ยนการควบคุมสัญญาณไฟจราจร จากระบบอัตโนมัติมาเป็นการควบคุมด้วยมือแทน เพื่อระบายรถขาล่องเข้ากรุงเทพมหานครไม่ให้ติดขัด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้แนะนำให้ประชาชนใช้เส้นทางเลี่ยงแทนถนนสายหลัก เพื่อลดความแออัดและการจราจรติดขัด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าตลอดทั้งวันนี้และพรุ่งนี้ จะมีรถสัญจรเดินทางกลับหนาแน่นตลอดทั้ง 2 วัน
บรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 2 แห่ง ประชาชนชาวโคราช และจังหวัดใกล้เคียง ได้ทยอยเดินทางมาใช้บริการรถโดยสารเพื่อเดินทางกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ ๆ ที่ตนเองทำงานกันอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนส่วนใหญ่ที่เดินทางในวันนี้ เนื่องจากเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดในการเดินทางวันพรุ่งนี้ (3 ม.ค. 59)
บรรยากาศที่อาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ช่องทางผู้โดยสารขา-ออกภายในประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง ในวันนี้ เริ่มมีประชาชนที่กลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร แล้ว เพื่อเตรียมพร้อมก่อนทำงานในวันจันทร์นี้ โดยในช่วงเช้าผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก มีจำนวนไม่มากนัก ทำให้บรรยากาศภายในตัวอาคารไม่หนาแน่น การเช็กอินสามารถทำได้โดยสะดวก
ซึ่งสำหรับผู้โดยสารขาเข้าทันที ที่ผู้โดยสารเดินทางถึงสนามบินดอนเมือง และรับกระเป๋าภาระเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีญาติมารอรับบริเวณจุดรอรับผู้โดยสารด้านหน้า ทั้งนี้ เนื่องจาก เป็นช่วงเวลาที่มีประชาชนมาใช้บริการของสนามบินดอนเมืองเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร ได้จัดกำลังพล พร้อมสุนัขตำรวจมาดูแลรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่ตลอดช่วง
