เจาะลึก !! วาทกรรม "เศรษฐกิจปี 59 ย่ำแย่" จริง..หรือแค่ดิสเครดิตรัฐบาล !?

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง www.tnews.co.th

จากความคาดหวังของประชาชนในเรื่องเศรษฐกิจปี 2559 พรรคเพื่อไทยก็สบโอกาสนำมาเป็นประเด็นโจมตีรัฐบาลรวมถึงมีการปรามาสว่าจะยังไม่ฟื้นและอาจจะย่ำแย่ด้วยซ้ำ

 

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย คาดการณ์สถานการณ์เศรษฐกิจในปี 2559 ว่า ยังคงมีสภาวะย่ำแย่ไม่ต่างจากปี 2558 แต่ประชาชนอาจจะลำบากมากกว่าเดิม เพราะเจอผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง โดยภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ดีขึ้นนัก แม้เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาจะฟื้นตัวแล้ว ถึงขนาดเริ่มต้องขึ้นดอกเบี้ยแล้ว แต่ประเทศไทยจะไม่ได้รับประโยชน์ เพราะสหรัฐประกาศตัดจีเอสพีไทยในต้นปี 2559 นี้ แถมมีการเรียกร้องไม่ให้ซื้ออาหารทะเลจากไทย การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐและคาดกันว่าอาจจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก

ดังนั้นการที่รัฐบาลคาดหวังว่าการส่งออกที่ตกต่ำในปี 2558 ที่ลดลงกว่า 5.5% จะกลับมาโต 5% ในปี 2559 คงเป็นไปได้ยาก อีกทั้งการลงทุนก็ยิ่งจะหดหายการที่รัฐบาลคาดหวังว่าจะมีการลงทุนเพิ่มหนึ่งเท่า จากปีนี้ที่ย่ำแย่เหลือแค่สองแสนกว่าล้านคงจะเป็นไปได้ยาก

ส่วนการนำเข้าที่ลดลงมากโดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าทุนแสดงถึงอนาคต การส่งออกที่จะลดลงมากตามไปด้วย การบริโภคในประเทศยังคงอยู่ในระดับต่ำ เพราะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำมากโดยเฉพาะราคายางเนื่องจากราคาน้ำมัน ในตลาดโลก ลดต่ำลง และอาจจะต่ำอีกนาน

และอยากให้รัฐบาลไทยและคนไทยได้เข้าใจบริบทใหม่ของโลกที่ราคาน้ำมันจะมีราคาถูกไปอีกนาน ซึ่งจะส่งผลกระทบในหลายเรื่อง ซึ่งในปัจจจุบันประเทศไทยที่ประหยัดการนำเข้าน้ำมันปีละหลายแสนล้านบาท แต่กลับไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจได้

แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะคาดการณ์สถานการณ์เศรษฐกิจว่าจะย่ำแย่แต่ในมุมมองของสถาบันเศรษฐกิจภาคส่วนต่าง ๆ ได้ประเมินทิศทางว่าหากไม่มีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาแทรกแทรงก็จะทำให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้นดีขึ้น

เริ่มจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ที่ใช้ฐานข้อมูลการสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในหัวข้อ  "CEO Survey ทิศทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมปี 2559"   พบว่า   ผู้บริหารระดับสูงจำนวน  43.94 %  มองเศรษฐกิจไทยปีหน้าจะอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับปี 2558  และ  37.88  % เชื่อว่าจะดีขึ้น   โดยมีเพียง  18.18 %  เท่านั้นที่เห็นว่าเศรษฐกิจในปี  2559  จะแย่ลง

สอดคล้องกับมุมมองคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มภาคอุตสาหกรรมปี  2559 ที่ผู้บริหารภาคเอกชน  50.03 %  เห็นว่าจะอยู่ในระดับทรงตัว  และ   27.27 %  เชื่อว่าจะดีขึ้น   โดยมีกลุ่มผู้บริหารที่เห็นว่าแนวโน้มภาคอุตสาหกรรมของไทยในปี  2559  จะแย่ลงในสัดส่วน 19.70 %

อย่างไรก็ตามในปี  2559  ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังในหลายประเด็นเช่นกัน  อาทิ

1.กำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ขยายตัวเท่าที่ควร

2.การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน

 3.หนี้ภาคครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

4.สถานการณ์ภาวะภัยแล้ง

5.ราคาสินค้าเกษตรกรรมที่ตกต่ำต่อเนื่อง  โดยเฉพาะพืชผลเศรษฐกิจสำคัญ ๆ   อาทิ  ข้าว  ยางพารา   ปาล์มน้ำมัน  เป็นต้น 

 6.มาตรการเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ  และ ความไม่ชัดเจนในแนวนโยบายการเข้าร่วมเขตการค้าเสรี  อย่าง  TPP  และ FTA สหภาพยุโรป  จนทำให้เกิดความเสียเปรียบต่อคู่แข่งทางการค้า  อย่าง  เวียดนาม และมาเลเซีย    

สอดคล้องกับรายงานภาวะเศรษฐกิจประจำเดือน พ.ย. 2558    ของธนาคารแห่งประเทศไทยในวันนี้ ( 30 ธ.ค.)  ที่เห็นว่าโอกาสการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทยเป็นไปในทิศทางค่อยเป็นค่อยไป   เนื่องจากยังคงมีแรงถ่วงจากภาวการณ์ส่งออกสินค้า   ที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวเศรษฐกิจจีนและอาเซียน   รวมถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงต่อเนื่องก็ทำให้ราคาสินค้าส่งออกหลายชนิด  ไม่เอื้ออำนวยการต่อการขยายฐานการผลิตของภาคเอกชน

นอกจากนายพิชัย ที่ออกมาพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจแล้วก็ยังมีอีกหลายคนที่ออกมาเคลื่อนไหวผ่านคำอวยพรปีใหม่

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความและภาพผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว ว่า “ปีนี้ลูก ๆ บินมาฉลองพร้อมหน้าพร้อมตา และยังเป็นปีแรกที่มีหลานทั้งสองคนสมาชิกใหม่มาร่วมฉลองด้วย เป็นคืนที่อบอุ่นและมีความสุขมาก ผม และครอบครัวขอสวัสดีปีใหม่กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ขอให้ทุกคนมีความสุข และสุขภาพดีตลอดปี พ.ศ.2559 นี้

ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความและภาพผ่านอิสตราแกรมสวัสดีปีใหม่ 2559 ส่งถึงประชาชนว่า “Happy New Year 2016 ขอส่งความสุข กำลังใจ และขอให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวัง”

ขณะที่วัฒนา เมืองสุข อดีต รมช.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว อวยพรปีใหม่เช่นกัน ว่า "ผมขอส่งความปรารถนาดีมายังทุกท่าน และขอตั้งความหวังร่วมกับทุกท่านว่า ขอให้ประเทศไทยผ่านพ้นภาวะวิกฤติทั้งปวงไปด้วยดี ขอให้เราได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยบนหลักนิติธรรม มีรัฐบาลที่มาจากประชาชนและทำเพื่อประชาชน

ส่วนนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็นด้วยที่ผู้นำบอกว่าต้องการให้ปีนี้เป็นปีปฏิรูปและอยากให้คนไทยทุกคนร่วมกันปฏิรูปประทศ แต่การปฏิรูปจะสำเร็จได้ถ้าประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ใช่เพียงการทำงานของแม่น้ำ 5 สายเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ล่าสุด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ออกมาระบุว่า รัฐบาลไม่ให้ราคา"เพื่อไทย" กรณีที่วิจารณ์เศรษฐกิจปี 2559 พร้อมทั้งยืนยันว่าปัจจัยบวกปีนี้ดีกว่าเดิม มั่นใจทีมเศรษฐกิจมีไม้เด็ดกระตุ้นส่งออกไทย

พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไม่ได้กังวลหรือให้ราคากับกรณีอดีตสส.พรรคเพื่อไทยออกมาคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2559 ว่าจะย่ำแย่   เพราะเป็นความเห็นที่มิได้ประเมินทุกปัจจัยอย่างครบถ้วน รวมทั้งสวนทางกับการวิเคราะห์ขององค์กรเศรษฐกิจชั้นนำ ทั้ง สภาหอการค้า  สถาบันการเงิน และองค์กรเศรษฐกิจชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งต่างลงความเห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2559 จะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว และเงินบาทที่อ่อนค่าทำให้สินค้าไทยได้เปรียบคู่แข่งจากหลายประเทศ

"นอกจากนี้ ในปี 2559 รัฐบาลยังคงเดินหน้าเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐ  การลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่หลายโครงการที่จะเข้าสู่เฟสการก่อสร้าง  การท่องเที่ยวที่ขยายตัวสูงกว่าเป้าหมาย รวมทั้งทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลซึ่งจะทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหนือความคาดหมายออกมาเป็นระยะๆ  จึงมั่นใจว่าในปี 2559 นี้ การส่งออก และเศรษฐกิจไทยในภาพรวมจะเติบโตขึ้นตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้"

พลตรีสรรเสริญ กล่าวต่อว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่า มีความแตกต่างระหว่างคนมุ่งทำงานกับคนจ้องเล่นงาน  เพราะคนมุ่งมั่นทำงานต้องลงแรงเต็มที่ รวมทั้งตั้งเป้าหมายและพยายามจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด  ขณะที่คนจ้องเล่นงาน ไม่ต้องลงแรง เพียงแค่เลือกมองเฉพาะเรื่องร้ายแล้วจงใจมองข้ามเรื่องดีๆ เพราะอคติและอาจคาดหวังผลทางการเมืองบางประการ