- 05 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ประเด็นโครงการรับจำนำข้าวหลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิด ขอเพิ่มพยานอีก 18 ปาก ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะไม่ขยายเวลาสืบพยานเพิ่มเติมในคดี หลังครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 58
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการสืบพยานเพิ่มเติมในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ว่าจะไม่มีการขยายเวลาสืบพยานเพิ่มแล้ว เพราะศาลต้องใช้เวลาในการปิดสำนวนเพื่อประชุมกันเองอีก 4 ครั้ง ก่อนสรุปสำนวนคดี หากมีอะไรเพิ่มเติมก็ขอให้ส่งมาเป็นในรูปแบบลายลักษณ์อักษรมาได้จนถึงสิ้นเดือนมกราคมนี้ เนื่องจากไม่ได้แจ้งชื่อไว้ตั้งแต่ต้น เพราะหากเป็นตัวบุคคลเดี๋ยวจะเลื่อนให้ปากคำไปอีก เพราะขนาดการขอเพิ่มพยานครั้งล่าสุดอีกสิบกว่าคน
ขณะเดียวกัน 5 มกราคม 59 แหล่งข่าวพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯเร่งรีบสรุปสำนวนการสอบสวน ทั้งที่ อายุความจะส้ินสุดในเดือน ก.พ.60 เข้าใจได้ว่า มาจากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาพูดก่อนหน้านี้ว่า จะไม่ให้ขยายเวลาการไต่สวนสวนในคดีจำนำข้าว ซึ่งเป็นข้อเสียที่ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่สอบสวน ไม่กล้าจะดำเนินการสอบสวนต่อ และ เพื่อให้นำข้อสรุปสำนวน ความรับผิดทางละเมิด ไปประกอบการเป็นพยานหลักฐานในคดีอาญา เนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและป.ป.ช. และอัยการ ไม่ได้สอบสวนไว้
ทั้งนี้ คณะกรรมการต้องไต่สวนพยานบุคคลเหล่านั้น เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง และพยานเหล่านั้นไม่อาจส่งเป็นพยานหลักฐาน ตามที่นายวิษณุ กล่าวได้ เพราะ เป็นพยานบุคคลที่ต้องไปให้ถ้อยคำในลักษณะถามตอบต่อหน้า.
ด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่รู้สึกแปลกที่ พรรคเพื่อไทย ปกป้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถึงข้อดีนโยบายจำนำข้าว รวมทั้งยกตัวเลขทางเศรษฐกิจมาเปรียบเทียบ แต่ก็ไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาการปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตของนางสาวยิ่งลักษณ์
ทั้งนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ขอเพิ่มพยานและได้ขอขยายมาถึง 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดวันที่ 30 ธันวาคม 2558 เพราะฉะนั้นในสัปดาห์หน้าจึงต้องติดตามว่าคณะกรรมการจะอนุญาตให้เพิ่มพยานแะลขยายระยะเวลาอีกหรือไม่
ที่ผ่านมาคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้จำแนกการรวบรวมพยานหลักฐานเป็น 2 ส่วน
1.กรมการค้าต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ซึ่งส่งหลักฐานไปให้คณะกรรมการเป็นที่เรียบร้อย
2.กรมบัญชีกลางกระทรวงการคลังซึ่งอยู่ระหว่างการสอบพยานของฝ่ายถูกร้องคือน.ส.ยิ่งลักษณ์
ทั้งนี้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่พ.ศ. 2539
ข้อ 21 ในการพิจารณาของกระทรวงการคลัง ให้มี "คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง" เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นต่อกระทรวงการคลัง
ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งประกอบด้วยอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และผู้แทนกระทรวงการคลังตามจำนวนที่จำเป็นซึ่งปลัดกระทรวงการคลังแต่งตั้งเป็นกรรมการ
คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่มอบหมายได้
โดยก่อนหน้าที่มีการตั้งข้อสังเกตุจากผู้เชี่ยวชาญว่ามีความเสียหายน่าจะอยู่ที่500,000ล้านบาท
ทั้งนี้ การคัดแยกคุณภาพข้าวได้แบ่งเป็น ข้าวที่คุณภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐาน หรือข้าวเกรดพี และ ข้าวที่คุณภาพหย่อนหรือต่ำกว่ามาตรฐาน
การคัดแยกคุณภาพข้าวแยกออกเป็น 3 ระดับ คือ
1.เกรดเอ เป็นข้าวที่คุณภาพใกล้เคียงมาตรฐานและตลาดยอมรับได้
2.เกรดบี เป็นข้าวต่ำกว่ามาตรฐานมากกว่าเกรดเอ ตลอดยังพอรับได้
3.เกรดซี เป็นข้าวต่ำกว่ามาตรฐานมาก ไม่คุ้มค่าใช้จ่ายในการปรับปรุง
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าแนวทางการระบายข้าวเกรดซีและข้าวเสียปริมาณ5.89ล้านตันซึ่งแยกเป็นข้าวเกรดซี 4.6 ล้านตัน และข้าวเสีย 1.29 ล้านตันไว้ 2 แนวทางคือ
แนวทางที่ 1 ขายแบบยกคลัง คือจะทำให้ขายข้าวได้ราคาถูกกว่าปกติ แต่สามารถระบายได้หมดในครั้งเดียว ซึ่งช่วยรัฐประหยัดค่าใช้จ่ายและลดค่าจัดเก็บ
แนวทางที่ 2 แยกขาย คือ การคัดแยกก่อนแล้วขายจะขายได้ราคาดีขึ้นแต่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการคัดแยกซึ่งอาจจะไม่คุ้มค่า
ขณะเดียวกัน การดำเนินการตรวจสอบโกดังในส่วนของ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรแล้วจำนวน 270 คลัง จากทั้งหมด 271 คลัง ปริมาณ 1.37 ล้านตัน
โดยเป็นข้าวกลุ่มที่ไม่ตรงตามมาตรฐาน มากที่สุด 248 คลัง ปริมาณ 1.31 ล้านตัน กลุ่ม ข้าวเสีย 16 คลัง ปริมาณ 3.9 หมื่นตัน และกลุ่ม ผิดชนิดข้าว 7 คลัง ปริมาณ 1.7 หมื่นตัน
ส่วนคลังของ องค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์ จำนวน 792 คลัง ตรวจเสร็จสิ้นแล้ว 788 คลัง คงเหลือ เพียง4 คลัง โดยเป็นกลุ่มข้าวไม่ตรงตามมาตรฐานสูงสุด 688 คลัง รองลงมา กลุ่ม ข้าวเสีย 94 คลัง และ กลุ่มข้าวผิดชนิด 10 คลัง
ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ว่ากันว่าการคิดสูตรคำนวณตัวเลขความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าวนั้นในสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องมีการนำเอาความเสียหายของข้าวในกังและผลของการะบายข้าวที่สามารถทำเงินได้จำนวนหนึ่งมาหักลบโดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
โดยวงเงินโครงการรับจำนำ ปี 2554/55 – ปี 2556/57
จ่ายเงินกู้เฉพาะข้าว ปี 2554/55 นาปรังปี 55 และปี 55/56 688,982 ล้านบาท
ปี 2555/56 จ่ายจากงบกลาง 621 ล้านบาท
ปี 2556/57 รวมทุกงบ 191,657 ล้านบาท
ระบายข้าว – มันสำปะหลัง 281,202 ล้านบาท
งบปี 2557 งบกลาง-เงินถัวจ่าย 52,200 ล้านบาท
งบกลางปี 2557 621 ล้านบาท
งบปี 2558 28,270 ล้านบาท
ไถ่ถอน ปรับปรุงข้อมูลบันทึกคลาดเคลื่อน 383 ล้านบาท
ซึ่ง ณ ตอนนี้เหลือภาระหนี้ 518,584 ล้านบาท
สำหรับโครงการจำนำพื้นผลทางการเกษตร ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีดังนี้
จ่ายเงินรวม 880,000 ล้านบาท
โดยมีกรอบวงเงิน 500,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินกู้ 410,000 ล้านบาท และ เงินทน ธ.ก.ส. 90,000 ล้านบาท
ส่วนข้าวที่อยู่ในสต๊อกนั้นมี 18.777 ล้านตัน
คณะที่มติของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีดังนี้
8 กรกฎาคม 2557 จ่ายหนี้คืนชาวนาโครงการรับจำนำข้าวราว 80,000 ล้านบาท
2 กันยายน 2557 ขยายเวลาวงเงินโครงการจำนำ 500,000 จากวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ถึง 30 กันยายน 2558
29 กันยายน 2558 ขยายเวลาวงเงินจาก 30 กันยายน 2558 ถึง 30 กันยายน 2559
แต่ก็ไม่สามารถปิดบัญชีได้ เพราะเกินวงเงิน 500,000 ล้านบาท
ส่วนระหว่างที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติเข้ามาบริหารประเทศ
กรมการค้าต่างประเทศ ระบายข้าว 4.615 ล้านตัน คิดเป็นเงิน 50,148 ล้านบาท
และยังมีการประมูลข้าวทั่วไป 10 ครั้ง รวม 4.556 ล้านตัน คิดเป็นเงิน 49,578 ล้านบาท
สำหรับคำสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศ 0.0059 ล้านตัน คิดเป็นเงิน 570 ล้านบาท
ทั้งหมดนี้ก็คือสูตรการคิดคำนวณมูลค่าความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าวในสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนและข้อมูลที่สำคัญก่อนที่จะนำไปสู่การออกคำสั่งทางปกครองเพื่อเรียกค้าเสียหายจากผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
