- 20 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ส่วนสถานการณ์ภายนอกก็ยังคงออกมากดดันกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20
เครือข่ายพระธรรมทูตไทย กลุ่มชาวพุทธไทยในยุโรป และสหราชอาณา จักร ออกแถลงการณ์ด่วน ฉบับที่ 1 ลงนามโดยพระโสภณพุทธิวิเทศ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายพระธรรมทูตไทย เรื่องขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มีคำสั่งให้ดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มแอบอ้างทั้งหมดให้ยุติการข่มขู่ คุกคาม ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
1.ให้ดีเอสไอยุติการใช้กำลังเข้าไปข่มขู่ และคุกคามต่อพระมหาเถระผู้นำสูงสุดของคณะสงฆ์ไทยถึงภายในวัด
2.ให้ความอารักขาและคุ้มครองผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และกรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูปอย่างสูงสุด
3.สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ยุติ ยับยั้ง และปรามกลุ่มผู้เคลื่อนไหวสุดโต่งข้างต้นให้ยุติโดยทันที เพื่อป้องกันความแตกแยกของสถาบันพระพุทธศาสนาในประเทศไทยก่อนที่จะสายเกินแก้
4.ให้ใช้อำนาจรัฏฐา ธิปัตย์ตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
5.มีคำสั่งให้ข้าราชการไทยทุกภาคส่วนทุกระดับอย่าเลือกปฏิบัติ หรือให้ความร่วมมือกับผู้ทำผิดกฎหมายบ้านเมืองกลุ่มข้างต้นเหล่านี้โดยเด็ดขาด
ขณะเดียวกัน ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ว่า เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาดังนี้
1.ขอสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้รัฐบาลปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง และจารีตประเพณีอันดีงามที่เคยปฏิบัติมาแล้วในอดีต
2.ขอให้รัฐบาลเคารพมติที่ประชุมมหาเถรฯ เมื่อวันที่ 5 ม.ค.2559 ที่คณะสงฆ์ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน
3.ขอให้รัฐบาลเคารพต่อความเห็นของคณะสงฆ์ส่วนใหญ่ ที่อยากให้บ้านเมืองมีความสงบไร้ความขัดแย้ง โดยปฏิบัติต่อประมุขสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทยด้วยความเคารพ นอบน้อม เมื่อเทียบกับการปฏิบัติต่อผู้นำในศาสนาอื่นๆ
4.ขอให้กลุ่มที่กดดันต่างๆ ยุติการเคลื่อนไหว ยุติการสร้างเงื่อนไข เพื่อให้รัฐบาลปฏิบัติตามความเห็นของตน โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องของกฎหมาย ที่จะส่งผลให้รัฐบาลและคณะสงฆ์ทำงานไม่สอดคล้องประสานกัน
5.ศูนย์พิทักษ์ฯ ไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับฝ่ายใด เพียงต้องการให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความถูกต้องตามกฎหมายและประเพณีปฏิบัติ ไม่ควรหยิบยกมาเป็นข้อพิพาทให้กระบวนการสถาปนาผิดไปจากขั้นตอนกฎหมายและจารีตประเพณี
พระราชญาณกวี (สุวิทย์ ปิยวิชฺโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กทม. กล่าวว่าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มีความเหมาะสมที่จะเป็นสมเด็จพระสังฆราช อาตมาในฐานะพระผู้น้อย ต้องการให้สังคมเข้าใจ เพราะทั้ง 2 นิกายต่างไม่มีอะไรขัดข้อง การพิจารณาแต่งตั้งก็เป็นไปตามกฎหมาย
ดังนั้นขอให้ผู้ที่กล่าวหาสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มองโลกในแง่ดี เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดความแตกแยกของคณะสงฆ์ แต่หากสถานการณ์ยังคงขัดแย้งกัน รัฐบาลไม่ควรรีบเร่งนำขึ้นทูลเกล้าฯ หรือควรรอไปอีก 6 เดือนให้สถานการณ์คลี่คลายลงก่อน
พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม กล่าวว่ามหาเถรสมาคม พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว และเป็นไปตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ และขนบธรรมเนียม ควรเป็นหน้าที่ของพระสงฆ์เท่านั้น ดังนั้น นายกฯ มีหน้าที่อย่างเดียวคือนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เพราะไม่เช่นนั้นการรับฟังกลุ่มที่ออกมาคัดค้าน ก็เหมือนเป็นการรับฟังเสียงเพียงคนกลุ่มเดียวเท่านั้น
ด้าน พระพุทธอิสระ ได้โพสข้อความผ่านทาง เฟสบุ๊ค โดยระบุถึงเหตุการณ์คัดค้านสมเด็จช่วงขึ้นเป็นสังฆราช บางช่วงบางตอนว่า สิ่งที่สังคมได้คือ ความจริงที่สังคมไม่เคยรับรู้ ได้รับรู้ สังคมเริ่มแยกแยะว่าสิ่งถูกต้องชอบธรรมกับสิ่งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรมมีความแตกต่างกันอย่างไร ทำให้สังคมหันมาให้ความสนใจ ใส่ใจต่อปัญหาที่เกิดในพุทธศาสนากันมากขึ้น และพร้อมที่จะปกป้องสิ่งที่ถูกต้องกันเยอะขึ้น
สังคมพุทธบริษัทไทยเริ่มที่จะตื่นรู้ถึงพิษภัยของผู้ที่เข้ามาอาศัยพระธรรมวินัยหากิน ผู้คนในสังคมโดยเฉพาะลัทธิธรรมกายเริ่มที่จะรวมตัวกันต่อต้านสิ่งเลวร้ายและความไม่ถูกต้องกันมากขึ้น
