จ่อคอหอย!! ก.คลัง-พาณิชย์ ลุยไฟฟ้องค่าเสียหาย "จำนำข้าว"

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 

 


ในขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีออกมาโหมกระแสผ่านการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศอย่างหนักในช่วงนี้ ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าเป็นช่วงเวลาที่คดีอันเกี่ยวเนื่องกับโครงการรับจำนำข้าวกำลังมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

 

 

 


โดยเฉพาะคดีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ และบริษัทเอกชน จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างใดถ้าหากว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์และเครือข่ายจะออกมาตอบโต้เพื่อสร้างกระแสความชอบธรรมให้เกิดขึ้นกับตนเอง เหมือนกับที่เคยทำมาโดยตลอด

 


นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว กล่าวว่า นโยบายจำนำข้าวไม่ผิด แต่การจำนำข้าวของรัฐบาลของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผิดแน่นอนอย่างน้อย 3 กระทงดังต่อไปนี้


1.ผิดที่จำนำทุกเม็ดด้วยราคาที่สูงเกินความเป็นจริงมากเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดทำให้ระบบข้าวของไทยเสียหาย เป็นการเร่งปลูกใช้น้ำต้นทุนในเขื่อนจนเกิดวิกฤติ ระบบตลาดข้าวไทยเสียหายไม่สามารถแข่งขันได้ มีการเร่งผลิตโดยเอาพันธุ์ข้าวอื่นที่ได้ผลเร็วมาปลูกทำให้ข้าวพันธ์ดีในพื้นที่ปลูกเดิมผสมจนกลายพันธ์

         
2.ผิดที่มีการทุจริตเช่นการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(G to G) เก๊ ซื้อราคาถูกไปขายแพงเอากำไรทำให้รัฐเสียหาย มีข้าวในโกดังหาย รัฐบาลสำรวจยอดตอบสื่อมวลชนที่ถามไม่ได้ มีการทำนั่งร้านแล้วเรียงกระสอบข้าวปิดหลอกว่าข้าวที่เก็บในโกดังอยู่ครบ


3.คณะกรรมการป.ป.ช. ทักท้วงว่าการจำนำข้าวเกิดความเสียหายแก่รัฐฯให้รัฐบาลหยุดดำเนินการแต่อดีตนายกฯไม่หยุดจึงมีความผิดฐานละเว้นฯตาม.ม.157

 


ไม่แค่เพียงการออกคำสั่งทางปกครองเรียกความเสียหายจากน.ส.ยิ่งลักษณ์เท่านั้น เพราะอีกฟากหนึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็เดินหน้าเอาผิดด้วยการฟ้องแพ่งกับบริษัทเอกชนในคดีจีทูจีเช่นเดียวกัน

 


น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งความเห็นเพิ่มเติมไปให้สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้สั่งฟ้องเอกชน 15 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) 4 สัญญา 6.2 ล้านตัน โดยอัยการจะส่งฟ้องภายในเดือน ก.พ.นี้ ก่อนที่อายุความจะสิ้นสุด

 


 

 

 

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเห็นพ้องกับสำนักงานอัยการสูงสุด ที่เสนอให้ฟ้องคดีทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายจากเอกชน พ่วงกับการฟ้องคดีอาญา เนื่องจากการฟ้องคดีอาญาจะมีอายุความมากกว่าคดีแพ่ง โดยคดีนี้อัยการสูงสุดซึ่งเป็นทนายแผ่นดินจะเป็นผู้ทำสำนวนส่งฟ้องศาล

 


สำหรับมูลค่าความเสียหายที่จะเรียกคืนจากเอกชนทั้ง 15 ราย จะแยกเป็นรายสัญญา และเวลาที่ขายข้าวจีทูจีออกไปในแต่ละช่วงว่ามีส่วนต่างจากราคาตลาดเท่าไหร่ จากนั้นจึงจะนำมาคำนวณตัวเลขค่าเสียหายที่เอกชนจะต้องจ่ายค่าเสียหาย ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังได้สรุปตัวเลขแล้ว แต่ต้องรอดูว่าสำนักงานอัยการสูงสุดจะฟ้องเรียกค่าเสียหายเท่าใด

 


น.ส.ชุติมา กล่าวถึงการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวในรอบปีบัญชี 2558 ที่กระทรวงการคลัง ระบุว่ามีข้าวหายไปจากสต็อก 3.9 แสนตันว่า ข้าวไม่ได้หาย แต่อาจเป็นการลงบัญชีที่ผิดพลาด และยังไม่ได้ข้อสรุปทางบัญชีเท่านั้น ซึ่งได้เชิญองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) มาหารือแล้ว พร้อมได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อสรุปทางบัญชี และข้อเท็จจริงภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ จากนั้นจะนำส่งให้กับคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ต่อไป

 


นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะประธานกรรมการพิจารณารับผิดทางแพ่ง เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาเรียกค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวกรณีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ โดยจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาข้อมูลอีก 2 ครั้ง โดยคาดว่าความเสียหายที่ต้องชดใช้น่าจะใกล้เคียงกับที่ทาง ป.ป.ช. แจ้งมา ส่วนกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั้น ยังไม่มีการส่งข้อมูลมาถึงคณะกรรมการฯ

 


รายงานข่าวเปิดเผยว่า กรณีคดีระบายข้าวจีทูจี ที่มีนายบุญทรง เป็นจำเลยสำคัญนั้น มีบุคคลระดับล่างที่เกี่ยวข้องกว่าร้อยคน ซึ่งจะต้องร่วมกันรับผิดชอบด้วย เบื้องต้น ประเมินตัวเลขความเสียหายที่ต้องชดใช้ราว 1.8 หมื่นล้านบาท สำหรับขั้นตอนหลังจากคณะกรรมการความรับผิดทางละเมิด ได้สรุปแล้วนั้น กรมบัญชีกลางจะส่งผลสรุปไปให้รองปลัดกระทรวงการคลัง ที่รับผิดชอบกรมบัญชีกลาง

 

 
เพื่อส่งหนังสือที่เป็นข้อสรุปไปยังกระทรวงพาณิชย์ในฐานะผู้เสียหาย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะต้องเป็นผู้ออกคำสั่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย อย่างเร็วสามารถทำได้ภายใน 1 สัปดาห์หลังจากได้รับหนังสือจากกระทรวงการคลัง ซึ่งหากผู้ที่ถูกเรียกค่าเสียหาย ไม่เห็นด้วยกับการเรียกค่าเสียหายดังกล่าว ก็สามารถยื่นเรื่องเพื่อคัดค้านต่อศาลปกครองภายใน 15 วัน นับจากได้รับหนังสือจากกระทรวง พาณิชย์

 


การเดินหน้าของกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง เพื่อทวงคืนมูลค่าความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวดังกล่าวนี้เอง ที่เป็นผลทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์และเครือข่ายต่างดาหน้าออกมาเคลื่อนไหวมากจนผิดสังเกตุ

 


นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่าเรื่องกำไรขาดทุนที่บางฝ่ายบิดเบือนมาโดยตลอดนั้น เมื่อคณะกรรมการฯ ชี้ว่าไม่ใช่การค้า ก็ชัดเจนว่าไม่มีผลขาดทุน เพราะนี่คือโครงการที่รัฐใช้งบประมาณแก้ปัญหาราคาผลผลิตให้เกษตรกร ความชัดเจนเหล่านี้ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ความผิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์คืออะไร เพราะการบริหารโครงการมีการมอบหมายรองนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกำกับดูแล ขณะที่ข้าราชการถือเป็นการปฏิบัติตามนโยบาย

 


นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผิดหรือไม่ผิดยังพูดไม่ได้ เพราะต้องย้อนไปดูว่าที่ปิดบัญชีไม่ได้ เพราะไม่มีบัญชีให้ปิดใช่ไหม ...คนรับผิดชอบที่มีหน้าที่จัดทำบัญชีก็ไม่มี ทุกวันนี้ที่ยังงมกันอยู่ นี่ก็เพราะไม่มีต้นเรื่องให้ทำ ป.ป.ช.ก็ไปยกเอาตัวเลขลอยๆ จากไหนก็ไม่รู้มาให้คลัง ตัวเลขเลยไม่เคยนิ่งเลย เดี๋ยว 300,000 ล้านบาท เดี๋ยว 500,000 ล้านบาท

 


นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมช.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า แย่ยิ่งกว่าคืออัยการสูงสุด(อสส.) นำประเด็นที่บอกว่าเป็นประโยชน์กับชาวนานี้ ยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ต่อศาล โดยอ้างว่าเพื่อทำให้เกษตรกรเสียหาย ไม่เป็นการสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้แก่เกษตรกร แต่เป็นนโยบายประชานิยมที่นำไปสู่การทุจริตเชิงนโยบาย

 


นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยก็ออกมากล่าวว่านโยบายจำนำข้าวไม่ผิด ดังนั้นผู้กำกับนโยบายจะผิดได้อย่างไร จะให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายได้อย่างไร         

 


นี่เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นของเครือข่ายพรรคเพื่อไทยและนปช.ที่ดาหน้าออกมาปกป้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ อันเนื่องมาจากคดีรับจำนำข้าวกำลังเดินหน้าไปสู่บทสรุปเต็มที