"กรธ." ปัดตั้งธงร่างรธน.ตามใจใคร หลังเข้ารับฟังข้อเสนอแนะแม่น้ำ 5 สาย - เตรียมเดินหน้าปรับแก้ 52 มาตรา!!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

ติดตามความคืบหน้าการร่างรัฐธรรมนูญ หลังจากที่ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาข้อเสนอจากฝ่ายต่างๆ ซึ่งเสนอให้ปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น 52 มาตรา

 

 

 

 

 


ซึ่งถ้าติดตามจากโรดแมป ร่างรัฐธรรมนูญ กรอบที่วางไว้จะแล้วเสร็จ สิ้นเดือน มีนาคม นี้


ตามกำหนดการหลังการเผยแพร่ร่างแรกในวันที่ 29 มกราคม 2559 คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), คณะรัฐมนตรี (ครม.), สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และพรรคการเมือง เพื่อนำข้อเสนอไปปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น


คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คาดการณ์ว่าขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณสองเดือน กรธ.จะร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสมบูรณ์พร้อมส่งให้ ครม.ประมาณวันที่ 30 มีนาคม 2559


จากนั้น ครม.ต้องส่งมาให้ กกต.ดำเนินการออกเสียงประชามติโดยเร็ว แต่รัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้ระบุระยะเวลาที่แน่ชัดว่าจะต้องส่งมาภายในเมื่อไหร่ ซึ่ง กกต.คาดว่า ครม.จะส่งมาให้ภายใน 1-2 สัปดาห์แรกของเดือนเมษายน 2559


หากเป็นไปตามที่ กกต.คาดการณ์ วันที่ 8 เมษายน 2559 จะเริ่มพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยน่าจะเริ่มจัดส่งตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2559 เป็นต้นไป ซึ่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดว่าต้องจัดส่งให้ครัวเรือนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 จึงจะสามารถประกาศวันออกเสียงประชามติได้


ทั้งนี้ กกต.เชื่อว่าน่าจะส่งเสร็จภายในวันที่ 20 มิถุนายน 2559 รวมระยะเวลาการพิมพ์และจัดส่ง 45 วัน และคาดว่าวันที่ 22 มิถุนายน 2559 กกต.จะสามารถประกาศวันออกเสียงประชามติได้ ซึ่ง กกต.กำหนดวันออกเสียงประชามติไว้เบื้องต้นคือวันที่ 31 กรกฎาคม 2559


ทั้งนี้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขานุการคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพิจารณาข้อเสนอแนะปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ กรธ. ได้พิจารณาไปแล้วประมาณ 52 มาตรา และข้อเสนอของ ครม.ที่ทาง กรธ. ยังมีข้อสงสัยโดยเฉพาะข้อที่ 16 ที่ระบุว่า ให้บัญญัติเนื้อหาและการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงเฉพาะกิจและช่วงปกตินั้น ทาง กรธ. ได้มีการพิจารณาแล้วแต่ยังไม่เข้าใจถึงเจตนารมณ์ในการเสนอเข้ามาว่ามีวัตถุประสงเพื่อสิ่งใด ซึ่งนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธาน กรธ. จะมีการหารือกับนายวิษณุ อีกครั้งเพื่อทำความเข้าใจถึงประเด็นนี้ ย้ำว่า กรธ. ไม่ได้มีการพิจารณาข้อเสนอของฝ่ายใดเป็นหลัก


ขณะที่ พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมแม่น้ำ 5 สาย เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับข้อเสนอของ คณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะข้อ 16 ที่ระบุว่า ให้บัญญัติเนื้อหาและการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วงเวลา คือช่วงเฉพาะกิจและช่วงปกติ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ที่ยังมีหลายฝ่ายไม่เข้าใจอยู่ว่า ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี แต่ส่วนตัวมองว่าข้อถกเถียงต่าง ๆ มีความเป็นประชาธิปไตยดี ขณะเดียวกัน ข้อเสนอเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ทุกคนมีสิทธิเสนอเข้ามา แต่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะนำไปใช้หรือไม่ใช้ก็ขึ้นอยู่กับ กรธ. และเชื่อว่า กรธ. จะเลือกสิ่งที่ดีให้กับส่วนรวมแต่สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอต่าง ๆ ควรเสนอกันเข้ามาเยอะๆ แต่ควรส่งไปยัง กรธ. ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ ไม่ใช่การออกมาประท้วง


พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงร่างรัฐธรรมนูญ ร่างแรกว่า ขณะนี้การดำเนินการเรื่องร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปตามขั้นตอน เพื่อให้ทุกอย่างเกิดความสมบูรณ์ให้มีรัฐธรรมนูญที่ทุกคนพึงพอใจและเหมาะสมกับประเทศของเรา เพราะตอนนี้เป็นช่วงของการศึกษา ส่วนทหารเองก็ได้รับนโยบายให้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจภาพรวมความตั้งใจในการทำงานของรัฐบาล


ส่วนร่างรัฐธรรมนูญก็จะมีการเชิญชวนให้ประชาชนออกมาลงประชามติ แต่ทุกคนก็มีหน้าที่ที่จะต้องทำการศึกษาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในมาตราต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็เป็นสิ่งที่ดีทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามอาจมีข้อคิดเห็นต่างๆ ซึ่งทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พร้อมที่จะรับฟังความเห็นและพร้อมปรับบางสิ่งบางอย่างให้เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้เป็นหน้าที่ของเราทุกคน ซึ่งตนขอเชิญชวนพวกเราทุกคนมาร่วมทำความเข้าใจในสิ่งดีๆ เหล่านี้ เพื่อเดินหน้าให้เกิดการเลือกตั้งตามขั้นตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้วางไว้


ด้าน นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ  เปิดเผย ว่า ข้อเสนอแนะของ สปท. ขณะนี้ ยังไม่เห็นว่า กรธ. จะขอซักถามหรือให้ชี้แจงข้อเสนอแนะที่ส่งไปเพิ่มเติมแต่อย่างใด


ส่วนข้อเสนอของ ครม. 16 ข้อที่ ส่งไปให้ กรธ. โดยเฉพาะข้อที่ 16 ที่ระบุว่า ให้บัญญัติเนื้อหาและการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงเฉพาะกิจและช่วงปกติ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ว่า ตนเองไม่ขอออกความคิดเห็นในเรื่องนี้


นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวย้ำถึงข้อเสนอการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ไม่ได้หวังผลทางการเมือง แต่เสนอเพื่อประโยชน์ของสังคม พร้อมเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญ


นายองอาจยังกล่าวต่อว่า มีส่วนดีหลายส่วน ที่สนับสนุนและควรคงไว้ 5 ประการ คือ

1.สนับสนุนการเพิ่มมาตรการเข้มข้นปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบ
2.สนับสนุนการเข้มงวดเรื่องคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
3.สนับสนุนการเพิ่มโทษผู้ที่ทุจริตการเลือกตั้ง
4.สนับสนุนการมีบทบัญญัติป้องกันผู้มีอำนาจฝ่ายบริหาร ใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ
5.สนับสนุนการเข้มงวดกวดขันเรื่องวินัยการเงินการคลังของประเทศ


นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติรรม และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีข้อเสนอของ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ให้แบ่งบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วงนั้น ขอถามว่าบ้ารึเปล่า และยังมาวางแผนยุทธศาสตร์ไว้ 20 ปีได้อย่างไร เพราะระหว่างนั้นต้องมีการปรับเปลี่ยนตามเหตุการณ์สถานการณ์ ที่เกิดขึ้น ทำไมไม่รอรัฐบาลใหม่ เข้ามาดำเนินการ อีกทั้งยังจะไปยังบังคับให้คนอื่นหรือรัฐบาลใหม่ทำตามที่พวกคุณคิดไว้ทุกอย่าง แบบนี้ไม่ถูกหนัก เพราะคำว่าปฏิรูป มันคือต้องค่อยๆใช้เวลาปรับปรุงไป การทำปฏิวัติ รัฐประหาร แล้วก็ออกอะไรมา แล้วทำเลยนั้นไม่รู้ข้างในเขาคิดทำอะไร บอกได้แต่ว่าไม่ปกติ คิดอะไรไม่รู้


มีคนวางแผนแค่ไม่กี่คนโดยไม่มองความถูกต้องความเหมาะสม ทำให้คนทั้งประเทศเดือดร้อน นึกกันเองในกลุ่มคนกลุ่มเดียวว่าดี แต่ถามว่าคนอื่นเห็นดีด้วยหรือไม่ การไปบังคับคนในลักษณะนี้ยากที่จะสำเร็จ ขอถามว่ามีสิทธิ์อะไรมาบังคับคนอื่น


ขณะที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ข้อเสนอแนะของ ครม.ต่อร่างรัฐธรรมนูญว่า การเสนอข้อ 16 ของ ครม.ได้แสดงถึงความต้องการมีอำนาจไว้ชัดเจน ซึ่งข้อเสนอแบบนี้สะท้อนถึงการเสพติดอำนาจ ซึ่งการมีอำนาจจะเกิดการเสพติดอำนาจ และส่วนมากจะเลิกไม่ได้ แต่มีน้อยคนที่จะเลิกได้เช่น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่บอกว่า พอแล้ว ส่วนมนุษย์หลายคนทำใจกับการเสียอำนาจไม่ได้ จนถึงห่วงสุดท้าย เมื่อมีโอกาสเลือกหนทางได้กลับไม่เลือก แต่ยังสำคัญผิดว่า อยากมีอำนาจมากกว่าเดิม จนมาถึงวันสุดท้ายจึงรู้ว่า ไม่มีอำนาจอีกแล้ว ความต้องการให้ใช้รัฐธรรมนูญ 2 ระยะนั้น กลุ่มคนในแม่น้ำ 5 สาย ออกมาเชียร์กัน จึงทำให้สิ่งที่ซ่อนอยู่ได้แสดงตัวออกมาเอง ดังนั้น ประชาชนอย่ากังวลกับผู้มีอำนาจจะอยู่นาน และอย่ากลัวจะมีการเลือกตั้งช้า เพราะความกลัวเหล่านี้ต้องไปตกกับฝ่ายผู้มีอำนาจกันเอง


ส่วนการวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นั้น จะเป็นภาระผูกพันให้รัฐบาลในอนาคตที่มาจากเลือกตั้ง เพราะถ้าทำอะไรผิดยุทธศาสตร์แล้ว ย่อมมีการฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งสำคัญคือ คนในปัจจุบันจะรู้ถึงโลกอนาคตใน 20 ปี ได้อย่างไร และต้องเจออะไร แต่ไม่รู้เรื่องในปัจจุบัน