- 23 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
พบพิรุจน์ในกระบวนการออกคำสั่งทางปกครองเพื่อเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ในสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร และขั้นตอนการปิดบัญชีในโครงการรับจำนำข้าวยอดรวมวันที่ 30 กันยายน 2558
หลังจากที่มีรายงานข่าวแจ้งมาจากกระทรวงพาณิชย์ ว่าผู้บริหารองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ไม่สามารถส่งข้อมูลมาให้กับกรมการค้าต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ได้
จากอุปสรรคที่เกิดขึ้นถูกตั้งคำถามเป็นข้อพิรุจน์ว่าการทำงานของ องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เกิดความผิดพลาดทางการทำงานหรือมีความพยายามของคนบางกลุ่ม ที่จะช่วยเหลือน.ส.ยิ่งลักษณ์
มีรายงานข่าวจากคณะทำงานปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปิดเผยว่า คณะทำงานปิดบัญชีซึ่งมีเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งแต่เดิม คาดว่าจะสามารถปิดบัญชีงวด 30 กันยายน 2558 ได้ภายในเดือนตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา
แต่ปรากฏว่า จนถึงขณะนี้ซึ่งใกล้จะสิ้นเดือน กุมภาพันธ์แล้ว คณะทำงานก็ยังไม่สามารถปิดบัญชีได้ เนื่องจากองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ยังไม่ยอมส่งข้อมูลใดๆ ให้กับคณะทำงาน ทั้งที่มีการขยายเวลาการให้ยื่น ข้อมูลมาหลายครั้งแล้ว
รายงานข่าวระบุด้วยว่า การปิดบัญชีล่าสุดไม่ได้ อาจจะส่งผลกระทบต่อการฟ้องร้องผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งศาลคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอยู่ระหว่างการพิจารณา รวมถึงการเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่เกี่ยวข้องการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ที่คณะกรรมการพิจารณาเรียกร้องทางแพ่งที่มี นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นประธาน และอยู่ระหว่างการพิจารณาสรุปในไม่ช้านี้
"ที่ผ่านมาได้ตกลงเบื้องต้นให้ อคส. และ อ.ต.ก. ส่งตัวเลขปริมาณข้าวที่เหลือ อยู่ทั้งหมดให้กับองค์การค้าต่างประเทศเป็นผู้ตรวจสอบก่อนที่จะส่งข้อมูลมาให้คณะทำงานปิดบัญชี แต่เมื่อถึงกำหนด สัปดาห์ที่ผ่านมา อคส. และ อ.ต.ก. ยังไม่ได้ ส่งข้อมูลให้กรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งคณะทำงานปิดบัญชีได้ติดต่อไปยังหน่วยงาน ทั้งสองแห่ง ปรากฏว่า อคส. ไม่สามารถติดต่อได้ ส่วน อ.ต.ก. พร้อมที่จะส่งข้อมูลให้ กับองค์การค้าต่างประเทศแล้วแต่ยังไม่ได้ส่ง"
รายงานข่าวระบุด้วยว่า ปัญหาของการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวตอนนี้อยู่ที่ข้าวที่หายจริงๆ ว่ามีจำนวนเท่าไร เมื่อได้ตัวเลขจาก อคส. และ อ.ต.ก. มาแล้ว ทางคณะทำงานจะเชิญตัวแทนจากสภาวิชาชีพเข้ามาช่วยปิดบัญชี เพื่อให้มีความเป็นสากล โดยเฉพาะการตีมูลค่าข้าวที่หายไปจะต้องลงบัญชีขาดทุนอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากที่สุด
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้บริหาร กระทรวงพาณิชย์ออกมายอมรับว่าการปิดบัญชีสิ้น 30 กันยายน 2557 ซึ่งมีผลขาดทุนกว่า 7 แสนล้านบาท เป็นผลการขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลที่ผ่านมากว่า 5 แสนล้านบาท มีข้าวหายไป จริง และทางกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการ ฟ้องร้องผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัด กระทรวงการคลัง ประธานคณะอนุกรรมการ ปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการฯ จะต้องประชุมปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวให้ได้ภายในเดือนนี้ เนื่องจากล่าช้ามามากแล้ว และทางอนุกรรมการ ต้องรายงานผลการปิดบัญชีล่าสุดให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานรับทราบเพื่อแก้ไขปัญหาขาดทุนและการปิดบัญชีโครงการให้มีความรวดเร็วขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน
เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่แท้จริงกับทั้ง องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เราจะได้ไปทำความรู้จักทั้งสององค์กร รวมไปถึงคณะกรรมการบอร์ดชุดล่าสุด
องค์การคลังสินค้า มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อทำกิจการทั้งปวงเกี่ยวกับข้าว พืชผลและสินค้าต่างๆ เพื่อให้จำนวนผลิต คุณภาพ ราคา เหมาะสมและเพียงพอกับความต้องการของรัฐและประชาชนทั่วไป และต่อมาในปี พ.ศ. 2540 ได้มีการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การคลังสินค้ากำหนดวัตถุประสงค์
ในการจัดตั้งใหม่คือ “ทำกิจการทั้งปวงเกี่ยวกับสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค”
ในระยะเริ่มต้น องค์การคลังสินค้า ได้รับโอนกิจการมาจากกองคลังสินค้า กระทรวงเศรษฐการ และในปี พ.ศ. 2524 ได้รับโอนทรัพย์สินของโรงงานกระสอบ กรมโรงงานอุตสาหกรรม เข้าด้วยกัน ซึ่งใช้เป็นที่ตั้งของสำนักงานองค์การคลังสินค้า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา
คณะกรรมการองค์การคลังสินค้า ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี
พลตำรวจตรี ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการ
พันเอก (พิเศษ) ดิเรก ดีประเสริฐ รองประธานกรรมการ
นายสมชาติ สร้อยทอง กรรมการ
นางสาลินี วังตาล กรรมการ
กรรมการผู้แทนกระทรวง
นายอิทธิพงศ์ คุณากรบดินทร์ กรรมการผู้แทน กระทรวงพาณิชย์
นางบริสุทธิ์ เปรมประพันธ์ กรรมการผู้แทน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
น.ส.ชูจิตต์ ธนภัณฑ์ภาดา กรรมการผู้แทน กระทรวงการคลัง
เลขานุการ
นางสาวอมราภรณ์ สันติวงศ์ กรรมการและเลขานุการ
รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า
สำหรับ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อังกฤษ: Marketing Organization for Farmers) หรือชื่อย่อว่า "อ.ต.ก." เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2517 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรด้านการตลาดสินค้าเกษตร การเจรจา การจำหน่าย และการเก็บรักษาสินค้าเกษตรหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2517 มีผลบังคับใช้ในวันถัดไป ในระยะแรกยังไม่มีสำนักงาน โดยใช้อาคารกรมกสิกรรม (เดิม) ของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นที่ตั้งสำนักงาน ต่อมาจึงได้ย้ายมาเช่าอาคารเอกชนบริเวณซอยกระทรวงสาธารณสุข ถนนสามเสน จากนั้นได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานบนที่ดินซึ่งเช่าจากการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งก่อสร้างตลาดกลางพหลโยธินและคลังสินค้า จำนวน 4 หลัง แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2520
องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร มีคณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกระทรวงการคลัง และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 7 คน โดยมีจำนวนผู้แทนสถาบันเกษตรกรไม่น้อยกว่า 2 คน และมีผู้อำนวยการ อ.ต.ก. เป็นกรรมการและเลขานุการ
กรรมการบริหาร องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร อ.ต.ก.
ประธานกรรมการ
ดร. ธีรภัทร ประยูรสิทธิ
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กรรมการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร อ.ต.ก.
นายชนรรค์ พุทธมิลินประทีป
รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงบประมาณ
สมชาย แสงรัตนมณีเดช
รองอธิบดีกรมสรรพากร
นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร
นายธานินทร์ ผะเอม
รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท
ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
นายวิทวัส ชัยปาณี
ประธานบริหาร บริษัทครีเอทีฟ จูซ จีวัน จำกัด
นายบุญสืบ อินทร์อุไร
วิทยากร ผู้แทนเกษตรกร
นายดิเรก ทัศนพันธุ์
กำนัน จ.สุพรรณบุรี ผู้แทนสถาบันเกษตรกร
กรรมการและเลขานุการ
นางสาวธัญลักษ์ เจริญปรุ
รองผู้อำนวยการ อ.ต.ก. รักษาการแทนในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร
