- 24 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง www.tnews.co.th
รายการเจาะข่าวร้อนล้วงข่าวลึกประจำวันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 เริ่มต้นรายการกันที่ประเด็นของพระเมธีธรรมาจารย์หรือ เจ้าคุณประสาร จนฺทสาโรเกี่ยวกับเหตุการณ์พระสงฆ์ร่วมตัวกันที่พุทธมณฑล ล่าสุดพระเมธีธรรมาจารย์ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่าถ้ามีหมายเรียกมาถึงตนเมื่อไหร่ พระทุกรูปจะขอไปแสดงตน
โดยพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า พระสงฆ์จำนวนมากที่เดินทางไปร่วมเจริญพระพุทธมนต์ที่พุทธมณฑล จนเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ถือว่ามาโดยชอบ เพราะพระต่างทนไม่ได้ที่รัฐบาลปล่อยให้กลุ่มบุคคลเพียงหยิบมือเดียวมาขัดขวางการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช และจาบจ้วงพระมหาเถระผู้ใหญ่
พระเมธีธรรมาจารย์ ระบุว่า รัฐบาลรับปากว่าจะทำตามข้อเสนอที่พระสงฆ์ได้ยื่นถึงแต่ก็ไม่มีเวลาผูกมัด ตรงกันข้ามว่าคณะสงฆ์ในวันนั้นถูกหักหลังอย่างรุนแรง เพราะกลายเป็นว่าจากนี้ไปจะได้เป็นผู้ต้องหาอย่างเต็มตัว เนื่องจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ให้สัมภาษณ์ว่า จะแจ้งข้อกล่าวหาใน 4 ข้อหา คือ ละเมิด พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และหมิ่นประมาท
พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวว่า การออกมาข่มขู่ และจะเล่นงานด้วยวิธีการแบบนี้ ไม่สามารถหยุดยั้งพระสงฆ์กลุ่มใหญ่ในประเทศนี้ได้ มีแต่จะเพิ่มไฟให้กระพือโหมไหม้ให้วายวอดมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน "พระเมธีธรรมาจารย์" ก็ระบุ ขณะนี้พระสงฆ์จำนวนมากที่เดินทางไปร่วมเจริญพระพุทธมนต์ที่พุทธมณฑลในวันนั้น ได้แสดงเจตจำนงมาที่อาตมาเป็นจำนวนมากว่า ถ้ามีหมายเรียกมาถึงอาตมาเมื่อไหร่ วันไหน พระทุกรูป
จะขอไปแสดงตนให้ล้นโรงพักพุทธมณฑลในวันนั้น เพื่อจะไปแสดงตนเป็นพระผู้ต้องหาร่วมในคดีเจริญพระพุทธมนต์ดังกล่าว และยอมให้จับกุมคุมขังพระสงฆ์หมู่ใหญ่ด้วยกันทั้งหมดในวันนั้นจึงได้แต่หวังว่ารัฐบาลจะมีสติ ไตร่ตรอง ใคร่ครวญมองอะไรให้รอบคอบ เพื่อจะได้ไม่กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวไปในที่สุด
พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย กรณี พระเมธีธรรมาจารย์ ระบุว่า ตำรวจภูธรภาค 7 ได้มีการประชุมหารือ สรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จะดำเนินคดีกับบุคคลใดได้บ้าง เบื้องต้น หากปรากฏความผิด ทางแกนนำจะต้องถูกพิจารณาก่อน ส่วนการออกมาพูดในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นการข่มขู่หรือไม่นั้น เห็นว่าการชุมนุมถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ แต่ต้องไม่ละเมิดต่อข้อกฎหมาย โดยเฉพาะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะฯ ที่มีผลบังคับใช้แล้วด้วย
พลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กล่าวภายหลังการประชุม ชุดสืบสวนสอบสวน ติดตามความคืบหน้า คดีกรณีพระเมธีธรรมาจารย์ และคณะสงฆ์จำนวนมาก ออกมาชุมนุม ที่พุทธมณฑล ว่า ในวันนี้ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนคดี และจะมีการออกหมายเรียกบุคคลใดก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจในการรวบรวมพยานหลักฐานว่าจะเชื่อมโยงถึงบุคคลใดบ้าง แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเรียกใครมาสอบปากคำ
ส่วนกรณีดังกล่าวจะเข้าข่ายการชุมนุมชอบหรือมิชอบด้วยกฏหมายหรือไม่ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมหลักฐานยังไม่สามารถตอบได้ แต่ยืนยันจะเร่งดำเนินการให้ครบถ้วนรอบครอบและเร็วที่สุด
สำหรับ กรณี ที่หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.พุทธมณฑล กับคณะสงฆ์ กลุ่มดังกล่าว ในข้อหา ชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต / ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต /ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และข้อหาหมิ่นประมาท นั้น พนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค7 ได้ทำการสอบปากคำไปแล้วเมื่อวานที่ผ่านมา และคดีดังกล่าวเป็นคนละคดีกัน
