- 24 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง www.tnews.co.th
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าภายหลังจากที่ประเทศไทยได้รัฐธรรมนูญใหม่ หรือมีการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลชุดใหม่แล้วก็ตาม ในความตั้งใจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. จะมีการใช้กลไกพิเศษเพื่อควบคุมสถานการณ์ในประเทศไม่ให้ย้อนกลับไปเหมือนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
และเพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่เดินหน้าบริหารประเทศไปตามทิศทางของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธุ์เอาไว้อย่างชัดเจนดังนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังเลือกตั้งรัฐบาลนี้จะยังอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนจะอยู่ได้อย่างไรก็ไม่รู้ เป็นเรื่องที่จะต้องไปพิจารณามา ซึ่งคิดว่าตนก็ทำไว้ให้เยอะแล้ว ก็ไปคิดกันมาบ้าง ซึ่งช่วงเปลี่ยนผ่านก็ภายใน 5ปี ถ้ามันดีขึ้นทุกปีๆ ก็ผ่อนผันลดลงไป เข้ากลไกปกติ ทำไปตามที่เราวางไว้ไม่เห็นจะยาก ถ้ามันดีและถ้าเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลจะง่ายกว่าตรงที่จะกลับมาเป็นปกติ เมื่อสถานการณ์พร้อม แต่ถ้าใส่ในรัฐธรรมนูญก็ลำบาก นี่แสดงให้เห็นถึงความจริงใจของตนไง
เมื่อถามว่า ขอความชัดเจนว่า ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน 4-5ปี หมายถึง คสช.จะยังอยู่ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จะอยู่ไปทำไม แต่เขาจะมีวิธีการอื่น แต่หากอยู่ด้วยกลไกปกติ ก็อยู่ไปตนถึงได้บอกว่า จะมีคณะ จะไม่มี หรือจะมีวิธีการไหนก็ไปว่ามา “ไม่ใช่ว่าผมจะต้องอยู่หรือไม่อยู่ ไม่ต้องมายุ่งสนใจกับผมมากนัก ผมมีหน้าที่ทำให้บ้านเมืองสงบ เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ท่านก็คิดกันต่อสิจะเอาอย่างไร และท่านอย่ามาโทษผม ว่าทำไม่เรียบร้อยไม่สำเร็จ อย่ามาโทษผมแบบนั้น ท่านอยากให้เป็นอย่างไร อยู่ที่ท่านกำหนดของท่านเองทั้งนั้น” พล.อ.ประยุทธ์
สำหรับที่มาที่ไปของเรื่องนี้เป็นไปตามข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 16 ข้อของคณะรัฐมนตรี ตามที่ระบุอยู่ในข้อที่ 16 ดังนี้
คณะรัฐมนตรีเป็นห่วงปัญหาดังก่อนเดือนพฤษภาคม 2557 จะย้อนกลับอีกภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ภายหลังการเลือกตั้ง และภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ จึงเห็นว่าหากบัญญัติเนื้อหาและการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็นสองช่วงเวลา คือ ช่วงเฉพาะกิจหรือเฉพาะกาลในระยะแรกซึ่งอาจไม่ยาวนานนัก โดยมีข้อยกเว้นตามความจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และช่วงที่จะใช้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญในระยะต่อไปซึ่งสอดคล้องกับหลักการสากลมากขึ้นและเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่ลดข้อจำกัดต่างๆ ลงให้มาก น่าจะแก้ปัญหา และอธิบายให้เป็นที่ยอมรับแก่ประชาชนและนานาชาติได้
คำว่าคณะรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงปัญหาดังก่อนเดือนพฤษภาคม 2557 จะย้อนกลับ ถือว่าเป็นข้อห่วงใยของคนไทยทั้งประเทศ ที่ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งของประเทศจนเข้าสู่ทางตัน และเกิดการเผชิญหน้าจากขั้วขัดแย้งทางการเมือง
ซึ่งสามารถอธิบายได้โดยสังเขปดังนี้
เริ่มจากในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง และตั้งรัฐบาลใหม่ แต่การบริหารประเทศที่ลุแก่อำนาจเอประโยชน์ให้พวกพ้องและนายทักษิณ จนมีการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อล้างผิดให้นายทักษิณ จนนำมาสู่การประท้วงต่อต้านของประชาชนนับล้านๆคนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
อย่างไรก็ตามการชุมนุมเริ่มมีวิวัฒนาการ นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ภายหลัง นายสุเทพตั้งคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) การชุมนุมมีความยืดเยื้อฝ่ายตรงข้ามจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธมาทำร้ายประชาชนจนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก
รวมทั้ง แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดชุมนุมเช่นกัน และส่อว่าจะนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างประชาชน 2 ฝ่าย
ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 น.ส.ยิ่งลักษณ์ยุบสภาผู้แทนราษฎรและกำหนดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 การเลือกตั้งไม่เสร็จสมบูรณ์ในวันนั้นเพราะถูกผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลขัดขวาง ศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนการเลือกตั้งในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557
ในวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์และรัฐมนตรีที่มีมติย้ายข้าราชการระดับสูงซึ่งก็คือนายถวิล เปลี่ยนศรี โดยมิชอบ รัฐมนตรีที่เหลืออยู่เลือกนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รักษาการนายกรัฐมนตรีแทนยิ่งลักษณ์
แต่การประท้วงยังดำเนินต่อ และส่อว่าจะเกิดความรุนแรง และไม่สามารถหาข้อยุติได้ กองทัพจึงเข้ายึดอำนาจเพื่อควบคุมสถานการณ์ในที่สุดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ส่วนขั้นต่อว่ากรรมาการร่างรัฐธรรมนูญจะแก้ไขให้รัฐธรรมนูญมีเนื้อหาตามข้อเสนอของครม.หรือไม่ ก็ต้องมาจับตาดูกันต่อไป
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่ายังไม่ได้หารือกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับข้อเสนอ ครม.ร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก นายวิษณุ อยู่ระหว่างปฏิบัติราชการที่ประเทศกัมพูชา คงต้องรอให้กลับมาก่อนถึงจะนัดหมายวันเวลาการหารือ เพื่อที่ กรธ.จะได้สอบถามเพิ่มเติมถึงประเด็นข้อ16ที่ ครม.เสนอให้ กรธ.เขียนเนื้อหาและการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2ช่วงเวลาว่า มีความหมายอย่างไร
นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยืนยันว่ากรธ.จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและคนไทยทุกคน ทั้งนี้คาดว่าการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 29 มีนาคมตามกำหนดเดิม จากนั้นจะเร่งทำสรุปที่เป็นเอกสารเพื่อเผยแพร่และทำเป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นแจกจ่ายให้กับประชาชนและทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อร่างรัฐธรรมนูญได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ กรธ.ได้เขีบยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่มีควมใกล้เคียงกับข้อเสนอของครม.อยู่ในบทเฉพาะกาล แต่ให้มีอำนาจพิเศษไว้เฉพาะก่อนหน้าที่จะมี ครม.ชุดใหม่เท่านั้น
มาตรา ๒๕๗ ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวัน
ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ยังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่
ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรักษาความสงบแห่งชาติยังคงมีหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑)พุทธศักราช ๒๕๕๘ และให้ถือว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรักษาความสงบแห่งชาติยังคงมีผลใช้บังคับได้ต่อไป
อย่างไรก็ตามสำหรับข้อเสนอที่ 16 ของคณะรัฐมนตรีนั้น พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิก สนช.กล่าวว่า ถือเป็นความคิดหนึ่ง ที่ว่าในที่สุดหากมีการเลือกตั้งจะกลับไปสู่สถานการณ์เมื่อวันที่ 22พฤษภาคม2557หรือไม่ หากไม่อยากให้กลับไปสู่ความขัดแย้ง นักการเมืองเลวร้ายและนำมาสู่วัฏจักรปฏิวัติอีก ต้องจัดการให้เบ็ดเสร็จ เพื่อให้นักการเมืองที่ดีๆมาให้ได้
หลังจากนี้ก็ต้องมาจับตาดูการหารือของนายวิษณุและนายมีชัยว่าจะแก้ไขเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นตามข้อเสนอของคณะรัฐมนตรีหรือไม่
