"สนธิญาณ" ชำแหละ! "จิ๋ว" โผล่แค่กลัวคนลืม-สอดรับ "นายแม้ว" ที่เคลื่อนไหวอยู่ จับตาข้อเสนอข้อ16 ของครม.จะถูกพิจารณาหรือไม่ หลัง "เครือข่ายแม้ว" เริ่มขยับ!

ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th

 

 

รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559  ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์  ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย)  กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

สนธิญาณ : สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ท่านผู้ชมทุกท่าน นึกถึงภาพของผู้หลักผู้ใหญ่ในวัยชราคนหนึ่ง คือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและบทบาททางการเมือง ทิศทางก็นำไปสู่การคัดค้าน คสช. และมีข้อคิดเห็นที่ดูเหมือนจะเป็นตัวของตัวเองแต่ว่าสอดรับสอดคล้องกับแนวทางเครือข่ายคุณทักษิณที่ออกมา ท่านผู้ชมอาจจะบอกว่าไม่มีราคาจะมาพูดถึงทำไม ผมก็อยากจะเล่าให้ฟังว่า พล.อ.ชวลิต ออกมาพูดด้านหนึ่งอาจจะดูเหมือนว่าเป็นการกลัวบทบาทที่อยู่เลือนหายไปในวัย 83 แล้ว กลัวว่าผู้คนจะจำไม่ได้แต่อีกด้านหนึ่งให้เห็นว่ากำลังมีการเคลื่อนไหวอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อที่จะระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนที่มีของคุณทักษิณออกมาหรือไม่ นี่เป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณาเป็นอย่างยิ่งเพราะว่าเราถอยหลังกลับไปผมเรียนย้ำว่าความหมายที่คุณทักษิณพูดว่าผมจะกลับบ้าน เวลาคุณทักษิณพูดคำนี้มีนัยยะและความหมายทุกที ต้องมีเหตุเพศภัยอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในประเทศทุกที ครั้งแรกที่คุณทักษิณพูดจะกลับบ้านก็ เม.ย. 2552 ต่อเนื่องมาเรียกว่าหนักหน่วงประเทศชาติวุ่นวายผู้คนบาดเจ็บและต่อเนื่องถึงปี 2553 จนถึงขั้นล้มตายเสียชีวิตภายใต้กองกำลังไม่ทราบฝ่ายแต่ชัดเจนว่าน่าจะเป็นผู้ที่สนับสนุนคุณทักษิณออกมาก่อเหตุจนบ้านเมืองวินาศสันตะโร เหตุผลเกิดจากคุณทักษิณบอกอยากจะกลับบ้านทั้งสิ้น ลองไปนึกภาพตอนที่พูดกันกับคุณวีรกานต์ คุณจตุพรเป็นเวทีที่สนามราชมังคลาฯตอนที่ตั้งเสื้อแดงครั้งแรกด้วยพระบารมีหรือพลังของประชาชนที่ทำให้ผมกลับบ้านได้ หลังจากนั้นการเคลื่อนไหวก็ต่อเนื่องจนปี2553 มาปี 2555คุณทักษิณจะกลับบ้านอีกแต่ตอนนั้นไม่ได้ก่อเหตุอะไรแต่แสดงให้เห็นธาตุแท้ว่าจะหักหลังคนเสื้อแดงอย่างไร คือพี่น้องไม่ต้องเดินมาส่งผมแล้ว ผมถึงฝั่งแล้ว พี่น้องไม่ต้องแบกต่อไปเดี๋ยวผมนั่งรถไป สภาพการณ์ตอนนั้นคล้ายๆกับว่าจะมีการเจรจากับอีกฟากฝั่งหนึ่งซึ่งคุณทักษิณเรียกว่าผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ก็คงจะพุ่งเป้าไปที่ท่านประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เพราะว่าคุณยิ่งลักษณ์ไปเชิญพล.อ.เปรมเดินทางมาร่วมงานที่ทำเนียบรัฐบาลจำได้ไหมครับ คุณทักษิณก็ขยายความไม่รู้ใครไปพูดอะไร ไปสื่อสารอย่างไรก็ไม่รู้ คุณทักษิณก็ออกมา จนสุดท้าย ปี 2556 ก็หักด้านพร้าด้วยหัวเข่า บอก ส.ส.พรรคเพื่อไทย บอกผมเหมือนคนลอยคนอยู่กลางทะเล คิดถึงบ้าน ก็เป็นที่มาของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ลักหลับ แล้วนำพามาสู่การชุมนุมของพี่น้องประชาชนมวลมหาประชาชน และเกิดการบาดเจ็บล้มตายโดยผู้ที่เรียกตัวเองว่ากองกำลังไม่ทราบฝ่าย แต่พวกนี้เกิดขึ้นจะทำร้ายหรือเข่มฆ่าคนที่ต่อต้านคุณทักษิณ วันนี้คุณทักษิณบอกว่าจะกลับบ้าน เพราะฉะนั้นจะคิดว่าสถานการณ์เฉย ๆ ไม่ได้หรอกครับ มีเรื่องที่มีความผิดปกติบางอย่าง ทีนี้พล.อ.ชวลิตออกมา สิ่งที่จะทำให้เกิดขึ้นก็เหมือนกับคล้ายว่าจะทำให้เกิดกระแส เดี๋ยวคนนั้นนี้ออกมา ชวลิต จตุพร บรรดา ส.ส.พรรคเพื่อไทย เครือข่ายทั้งหลายขยับตัวให้เห็นว่าขยับกันเป็นแผง และยิ่งเมื่อมีข้อเสนอข้อที่16 ของคณะรัฐมนตรีต่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ก็ยิ่งทำให้เงื่อนไขในการที่จะขยับตัวพร้อมทั้งความหมายของคำว่าจะกลับบ้านของคุณทักษิณก็มีประเด็นมากยิ่งขึ้นและวันนี้ก็ต้องถือว่าชัดเจนแล้วนะ ในแง่ของการพูดคุยระหว่างอาจารย์มีชัยกับคุณวิษณุ ถ้าตามภาษาณัฐวุฒิ จตุพรว่าก็คือจะมาสร้างฉากทำไมเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ความจริงรับเกณฑ์พูดคุยกันมาก่อนแล้ว ที่พูดกันเป็นเรื่องสร้างฉากขึ้นมาทั้งนั้น จะไม่คุยกันได้อย่างไรการสืบทอด จากการติดตามข่าวที่ผ่านมาผมก็ได้รับการยืนยันจากอาจารย์มีชัยว่าไม่เคยมีการพูดคุยเลยแม้แต่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังนั้นการเดินหน้าไปของแนวทางตามข้อเสนอข้อ16 ของคณะรัฐมนตรีวันนี้ยังไม่เห็นรูปธรรมว่าจะจัดการอย่างไรให้เกิดการเชื่อมโยงของอำนาจและเกิดการรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองเอาไว้ได้ ก็ต้องเอาจากที่อาจารย์วิษณุออกมาพูดว่าแนวทางของรัฐธรรมนูญปี2521 ช่วงหนึ่งเป็นประชาธิปไตยได้ครึ่งใบ แต่อยู่ได้นาน อาจารย์มีชัยบอกว่าไม่มีครึ่งใบเพียงแต่บางเรื่องกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลได้ตามอายุ การจะรักษาความสงบให้ต่อเนื่องจะเดินทางดุลอำนาจอย่างไร แนวทางรัฐธรรมนูญปี2521 ก็เรียนท่านผู้ชมอย่างนี้ครับว่า ให้ ส.ว. อยู่ในสับส่วนที่เรียกว่าเกือบใกล้เคียงกับ ส.ส. แต่จำไม่ผิดสัดส่วน 3 ใน 4 อย่างนี้เป็นคน มี ส.ส.500ก็เหมือนมี ส.ว. 300 และให้ ส.ว. มีสิทธิในการโหวตเหมือนกับ ส.ส.ในเรื่องของการเลือกนายกรัฐมนตรีและในเรื่องการโหวตกฎหมายต่าง ๆ อันนี้ของปี 2521 ทีนี้รัฐธรรมนูญฉบับที่อาจารย์มีชัยเขียนไว้แล้วว่า ส.ว. มาจากการคัดสรรของกลุ่มสาขาอาชีพหรือกลุ่มคนต่าง ๆ ที่เราเรียกว่าไม่ได้เลือกจากพื้นที่แต่เลือกสายตรง ถ้าเป็นแบบนั้นดูในทางภาคปฏิบัติการจะคัดเลือก ส.ว.แบบนั้นก็ไม่น่าที่จะคัดเลือกได้ในทันที ในตอนรัฐธรรมนูญกำหนด และเพราะ RoadMap การเลือกตั้งต่อเนื่องกันเลย ดังนั้นก็เป็นไปได้ที่จะกำหนดให้มีการคัด ส.ว.ขึ้นมาโดย คสช. วิธีการเขียนก็คือให้เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยมี คสช. รับสนองพระราชโองการ ก็จะทำให้ได้ ส.ว. แบบนี้มา อันนี้อ่านตามคิวของรัฐธรรมนูญปี 2521 นะครับ หลังจากนั้นพอถึงตอนคัดเลือกย้ำว่าคัดเลือกนายกรัฐมนตรีก็มาจากที่พรรคการเมืองนำเสนอมาก็อาจจะเป็นเหมือนกับที่ทางฟากฝั่งพวกนี้เขาพูดไว้ว่า ก็อาจจะมีคนเสนอนายกรัฐมนตรีที่มาจากฟากฝั่งของ คสช. และสายทหารส่วนจะเป็นพล.อ.ประยุทธ์หรือใครก็ไม่รู้ก็ว่ากันไป และต่อเนื่องด้วยการสร้างบทเฉพาะกาลในการที่จะให้เห็นภาพของการทำงานเรื่องการปฏิรูป และการเชื่อมโยงแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ซึ่งหมายความว่าในช่วงระยะเวลานี้จะต้องมีการขยายความให้ประชาชนเข้าใจ ว่ายุทธศาสตร์ 5 ปี 10 ปีเป็นอย่างไร จะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศนำพาไปสู่การคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร และไม่ให้สถานการณ์มาอยู่ภายใต้การเผชิญหน้ารบราฆ่าฟันเหมือนตอนเหตุการณ์ปี 2557 อย่างไรนี่เป็นเรื่องที่ คสช.และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ต้องอธิบายให้เข้าใจเชื่อมโยงกับข้อ16 เป็นงานที่เรียกว่าหินและเหนื่อยพอสมควร และท้ายสุดต้องมาดูว่าประชาชนจะเอาแบบไหน ประชาชนจะเชื่อคุณ จตุพร ณัฐวุฒิ ทักษิณ ฝ่ายคัดค้าน หรือประชาชนจะเชื่อ คสช. อยู่ที่ประชาชนเสียงส่วนใหญ่ ถ้าส่วนใหญ่ไม่เอาก็น่าจะเป็นเรื่องตามที่คุณทักษิณและเครือข่ายคาดการณ์ไว้ ก็คืออาจจะเกิดเหตุการณ์แบบพฤษภา35 ได้ คือประชาชนออกมาคัดค้านไม่เป็นประชาธิปไตย เผด็จการ หรือว่าประชาชนออกมาลงประชามติ ตามรัฐธรรมนูญที่ได้มีบทเฉพาะกาลแบบนี้อย่างท่วมท้น หมายความว่าชนะเด็ดขาด 4-5 ล้านเสียง แสดงว่าประชาชนต้องการให้เกิดการปฏิรูปโดย คสช.และรัฐบาลประยุทธ์จริง ๆ ถ้าชนะกัน 4-5แสนเสียงยังดูเหมือนกับแปลก ๆ แต่ถ้าชนะกันเยอะน่าสนใจแสดงว่าต้องมีผู้ที่นอนหลับทับสิทธิ์ออกมาและบอกว่าอยากเห็นบ้านเมืองเป็นแบบนี้เพราะตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าเสียงของพรรคประชาธิปัตย์จะคัดค้านหรือไม่เพราะว่าพอเดินบทเฉพาะกาลแบบนี้ แสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์เองก็รับผลกระทบแม้ว่าเลือกตั้งแล้วคุณอภิสิทธิ์จะไม่มีสิทธิ์ชนะ แต่ก็มีแรงเหวี่ยงแรงกระทบ พรรคอันดับสองนะครับ ถ้าพรรคอันดับ 3, 4, 5 ไม่เอาเพื่อไทย ทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสได้เป็นรัฐบาลขึ้นมาได้ ก็คิดได้หลายรูปแบบ ตอนนี้สถานการณ์ต้องเกาะกันวันต่อวัน สนุกสนานคึกคัก ไม่ใช่เอาเรื่องบ้านเมืองสนุกสนานนะครับ แต่หมายความว่าคนติดตามข่าวจะใจระทึกว่าทิศทางจะออกอย่างไร
 

 

สถาพร : จะทำอย่างไรให้คนออกมาลงประชามติแบบล้นหลามแบบที่พี่ต้อยว่าครับ

 

สนธิญาณ : ไม่ต้องทำอย่างไรครับเพราะเป็นกระแส การประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติ แต่ตอนนี้รัฐธรรมนูญมาตรานั้นนี้ก็แค่นั้นผมก็เรียนแบบนี้ ตอนนี้อยู่ที่กระแสว่าประชาชนเอาข้างไหน ประชาชนเชื่อถือข้างไหน ตอนนี้เกาะติดและดูกระแสกันอย่างเดียวครับ