รับฟ้องอีก 7 คดีโกงระบายข้าว "จีทูจี" ...สาวไส้ "เจียงเม้ง" ส่อทุจริต !?

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 


นอกเหนือจากคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรแล้ว ที่ตีคู่ขนานกันมาก็คือคดีทุจริตจีทูจีที่มีผู้ต้องหาเป็นจำนวนมากทั้งกลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ บริษัทเอกชนทั้งที่เป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา 

 


ล่าสุดมีรายงานแจ้งว่าศาลเพิ่งมีคำสั่งประทับรับฟ้องผู้ต้องหาอีกถึง 6 กลุ่มด้วยกัน
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง
ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร,
นายทวี อาจสมรรถ  หุ้นส่วนผู้จัดการ,
บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด ที่มีนายทวี อาจสมรรถ เป็นกรรมการ ,
บริษัท เค.เอ็ม.ซี. อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด,
นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท,
บริษัท เจียเม้ง จำกัด
 และนางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท

เป็นจำเลยที่ 1-7 ในคดีสนับสนุน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวกอดีตนักการเมือง ข้าราชการและเอกชน รวม 21 ราย ทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี แล้ว

 


แหล่งข่าวสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งประทับรับฟ้อง เป็นคดีหมายเลขดำ อม.1/2559 โดยนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การเอกชน จำเลยทั้ง 7 ราย ในวันที่ 2 มี.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ศาลนัดไต่สวนพยานครั้งแรกคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 ที่นายบุญทรง กับพวก 21 รายตกเป็นจำเลย

 


แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า แต่เนื่องจากการฟ้องเอกชนเพิ่ม 7 ราย อัยการได้ยื่นคำร้องขอรวมสำนวนพิจารณาเป็นคดีเดียวกับนายบุญทรง และพวก ดังนั้นศาลจึงนัดฟังคำสั่งว่าจะให้รวมสำนวนคดีหรือไม่ ในวันที่ 2 มี.ค.เช่นกัน โดยองค์คณะผู้พิพากษาคดี อม.1/2559 ก็เป็นองค์คณะเดียวกับคดีนายบุญทรง

 


ดังนั้นคาดว่าในวันที่ 2 มี.ค.ศาลจะยังไม่ได้ไต่สวนพยานคดีของนายบุญทรง อย่างไรก็ดีในวันดังกล่าวจำเลยทั้ง 2 สำนวน จะต้องเดินทางมาศาลตามนัด

 


ส่วนการยื่นคำร้องในส่วนคดีแพ่ง เพื่อให้เอกชน 15 ราย ในคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 ที่มีนายบุญทรง กับพวกรวม 21 ราย ชดใช้ค่าเสียหายแก่กระทรวงพาณิชย์ ตามที่กระทรวงมีมติให้อัยการสูงสุด ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายนั้น แหล่งข่าวกล่าวว่า หลังจากอัยการ ได้รับมติจากคณะกรรมการตรวจสอบของกระทรวงพาณิชย์แล้ว คณะทำงานอัยการก็ได้พิจารณาและสรุปแนวทางที่จะยื่นคำร้องเพิ่มเติมในคดีอาญาสำนวนคดีของนายบุญทรงกับพวก ต่อศาลฎีกาฯ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1         

 


โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอแนวทางดังกล่าวให้ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด พิจารณาเพื่อมีคำสั่งดำเนินการต่อไป โดยหากจะยื่นคำร้องในส่วนคดีแพ่งนี้ ก็จะต้องยื่นก่อนที่ศาลจะเริ่มไต่สวนพยานในคดี ซึ่งอัยการเตรียมความพร้อมในการร่างคำร้องแล้ว และหากยื่นคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในวันที่ 2 มี.ค.นี้

 


เชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 7 รายตามที่ได้นำเสนอไปนั้น มีหลายชื่อเลยทีเดียวที่คุ้นหูเป็นอย่างยิ่ง และเพื่อให้คุณผู้ชมได้เห็นภาพที่ชัดเจนของผู้ต้องหากลุ่มนี้ เราจะยกตัวอย่างสัดหนึ่งรายชื่อ อย่างบริษัท เจียเม้ง จำกัด ว่าที่ผ่านมาเข้าไปเกี่ยวโยงกับโครงการรับจำนำข้าวอย่างไรกันบ้าง

 


ย้อนกลับไปเมื่อปี2556 ในสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการระบายข้าวถุง ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ที่มีพล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี ส.ว.สรรหา เป็นประธาน สำหรับบริษัท เจียเม้ง จำกัด หลัง นายศุภกร แซ่เฮ้ง ให้ปากคำว่า ได้รับคำชักชวนจากบริษัทเจียเม้ง ให้เข้ามาทำสัญญารับช่วงเป็นตัวแทนจำหน่ายข้าวถุง จากอคส. ต่อจากบริษัท สยามรักษ์ จำกัด

 


ข้อมูลการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เจียเม้ง จำกัด พบว่า จดทะเบียนเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2536 ปัจจุบันมีทุน 172,600,000 บาท


(ช่วงจดทะเบียนจัดตั้งมีทุน 40 ล้านบาท ก่อนจะปรับเพิ่มเป็น 70 ล้านบาท เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2537 และปรับเพิ่มอีกครั้ง เป็น 172,600,000 บาท เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2545)


แจ้งที่ตั้งเลขที่ 119 หมู่ที่ 8 ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา ประกอบธุรกิจคัดคุณภาพข้าว,ขายส่งออก,ขายในประเทศ - ส่งออก,ผู้ผลิต


เป็นธุรกิจคนในตระกูล มานะธัญญา โดยนาง ประพิศ มานะธัญญา เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่


เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2556 บริษัทฯ ได้นำส่งงบดุลปี 2555 ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับทราบ


โดยแจ้งว่า มีรายได้รวม 7,315,767,933 บาท มีกำไรสุทธิ 367,078,551 บาท
ส่วนรายได้ย้อนหลังไปอีก 5 ปี นั้น

ปี 2554 บริษัทฯ แจ้งว่า มีรายได้รวม 7,489,800,384 บาท มีกำไร 44,560,782 บาท

ปี 2553 บริษัทฯ แจ้งว่ามีรายได้รวม 6,921,853,331 บาท มีกำไร 152,463,663 บาท

ปี 2552 บริษัทฯ แจ้งว่ามีรายได้รวม 8,068,865,160 บาท มีกำไร 54,788,680 บาท

ปี 2551 บริษัทฯ แจ้งว่า มีรายได้รวม 6,277,951,398 บาท แต่ขาดทุน 94,422,138 บาท

ปี 2550 บริษัทฯ แจ้งว่า มีรายได้รวม 4,462,661,543 บาท มีกำไร 10,707,882 บาท

คิดรวมตัวเลขรายได้ 6 ปี เป็นจำนวนทั้งสิ้น 40,536,899,749 บาท

 


จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า คนในตระกูล มานะธัญญา ยังปรากฏชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทไม่น้อยกว่า 6 แห่ง ทำธุรกิจ ขายสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มและผลิตกระแสไฟฟ้า ขนส่ง