รัฐบาลอินโดฯ เดินเรื่องปลดแบน ส.บอล

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

รัฐบาลของอินโดนีเซีย ประชุมพิจารณาเพื่อยกเลิกโทษของสหพันธ์ฟุตบอลอินโดนีเซีย (พีเอสเอสไอ) ห้ามข้องเกี่ยวกับกิจกรรมฟุตบอลระดับนานาชาติแบบไม่มีกำหนด ตั้งแต่เมื่อเดือน พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา

 

สำนักข่าว “อันตาร่า” ของอินโดนีเซียรายงานว่า ประธานาธิบดี โจโก้ วิโดโด้ แห่งอินโดนีเซีย เป็นประธานการประชุมนัดพิเศษ เพื่อพิจารณายกเลิกการลงโทษสหพันธ์ฟุตบอลแห่งอินโดนีเซีย (พีเอสเอสไอ) โดยมีรองประธานาธิบดีที่รับผิดชอบงานด้านกีฬา, รมว.กระทรวงเยาวชนและกีฬา และประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปฟุตบอลแห่งชาติเข้าร่วม

 

ที่ประชุมมีมติให้กระทรวงเยาวชนและกีฬา โดยสำนักงานกีฬาอาชีพแห่งชาติ (บีโอพี) ซึ่งเป็นองค์กรในสังกัด พิจารณายกเลิกการลงโทษ “พีเอสเอสไอ” ให้เร็วที่สุด โดยมีข้อแม้ให้ “พีเอสเอสไอ” ต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลงข้อบังคับ และวิธีปฏิบัติให้มีธรรมาภิบาล โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นรูปธรรม ให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และข้อบังคับกีฬาอาชีพของอินโดนีเซียทุกประการ

 

 

นายอิม่าม นาห์ราวี  รมว.กระทรวงเยาวชนและกีฬาของอินโดนีเซียกล่าวว่า เมื่อรัฐบาลอินโดนีเซียประกาศยกเลิกการลงโทษแล้ว สหพันธ์ฟุตบอลแห่งอินโดนีเซีย (พีเอสเอสไอ) ต้องปฏิรูปองค์กร ข้อบังคับและการทำงาน แล้วเลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด ภายใน 6 เดือนหรืออย่างช้าไม่เกิน 1 ปี

 

“รัฐบาลอินโดนีเซียจะดำเนินการทุกอย่างให้สิ้นสุดโดยเร็ว เพื่อจะได้ไม่เป็นปัญหาสำหรับการเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ในปี 2018 และการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ในปีหน้า 2017 ต่อไป” รมต.กีฬาอินโดฯกล่าวยืนยัน

 

ทั้งนี้ อินโดนีเซียประสบปัญหากรณีฟุตบอลในประเทศ จนถูก “ฟีฟ่า” ลงโทษห้ามข้องเกี่ยวกับกิจกรรมฟุตบอลระดับนานาชาติแบบไม่มีกำหนด เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา เนื่องจากสหพันธ์ฟุตบอลแห่งอินโดนีเซีย (พีเอสเอสไอ) จัดการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ โดยใช้งบประมาณจากภาครัฐสนับสนุนเกือบ 100% ท่ามกลางสารพันปัญหา

 

กรณีดังกล่าวกลายเป็นปัญหาขึ้นมา เมื่อมี 2 สโมสรใหญ่ติดหนี้เงินเดือนนักฟุตบอลจำนวนมาก และถูกร้องเรียนไปถึง “ฟีฟ่า” อีกทั้ง ยังไม่ดูแลสวัสดิการนักฟุตบอลต่างชาติที่ว่าจ้างมา ทำให้นักฟุตบอลจากอเมริกาใต้รายหนึ่งเสียชีวิต เพราะป่วยหนักจากโรคติดต่อบางอย่าง จึงทำให้กระทรวงเยาวชนและกีฬา ห้าม 2 สโมสรเข้าร่วมแข่งขัน แต่ “พีเอสเอสไอ” ไม่ยินยอม เนื่องจาก 2 สโมสรใหญ่เป็นหัวคะแนนในการเลือกตั้งผู้บริหารสหพันธ์ชุดปัจจุบัน

 

ดังนั้น กระทรวงเยาวชนและกีฬาจึงมีคำสั่งยกเลิกกรรมการบริหาร “พีเอสเอสไอ” แล้วแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปฟุตบอลแห่งชาติเข้ามาทำหน้าที่แทน ผุ้บริหาร “พีเอสเอสไอ” ร้องเรียนไปยัง “ฟีฟ่า” ว่า มีการเมืองเข้ามาแทรกแซง ทำให้ “ฟีฟ่า” มีคำสั่งลงโทษอินโดนีเซียโดยไม่มีกำหนดดังกล่าว

 

 

ทั้งนี้หากทางฟีฟ่า สั่งยกเลิกโทษแบน ส.บอล อินโดนีเซีย จะทำให้พวกเขาสามารถกลับมาลงเล่นในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ในช่วงปลายปีนี้ โดยการปลดแบนจะต้องเสร็จสิ้นก่อนเดือนกรกฏาคมที่จะมีการจับสลาก นอกจากนี้ยังมีการแข่งขัน อาเซียน คัพ รอบคัดเลือกอีกด้วย