เกาะติด!! วิกฤตซิม 2 จีดับ ผู้บริโภคกลายเป็นตัวประกันของค่ายทุนสื่อสาร !?

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 

 

ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องเกาะติดสำหรับปรากฎการณ์ในวงการโทรคมนาคมไทย  หลังกสทช.ยืนหลักการเปลี่ยนผ่านผู้รับสัมปทานคลื่น  900 MHz จากบมจ.เอไอเอส  ไปเป็น  บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด  ส่งผลให้ลูกค้าคงค้างในระบบ GSM 900  หรือ  2 จีเดิมจะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปหลังเวลา 24.00 น. หรือหลังเที่ยงคืนของวันนี้ ( 15 มี.ค.)   

 

 

 


โดยเบื้องต้นตัวเลขผู้ที่อยู่ในข่ายจะต้องเกิดปัญหาซิมดับ  ถ้าไม่โอนย้ายผู้ให้บริการจากบมจ. เอไอเอส  ไปยังผู้ให้บริการรายอื่น  หรือไม่ได้มีการอัพเกรดซิมโทรศัพท์จากระบบ 2 จี เป็นระบบ 3 จี หรือ  4 จี    เชื่อว่าน่าจะมีผลกระทบทางธุรกิจไม่น้อย    เพราะก่อนหน้านี้  บมจ.เอไอเอสได้ขอเปิดโรมมิ่งคลื่น 2 จี 1800 MHz  กับบมจ.ดีแทค เพื่อรองรับลูกค้าเดิมของบมจ.เอไอเอสไว้ถึง 8 ล้านราย   

 


และด้วยจำนวนฐานลูกค้าในระบบ GSM 900  หรือ 2  จีเดิม   ซึ่งมีการอ้างอิงว่าอยู่ในระดับ  4 แสนราย แต่หลายมุมมองเชื่อว่าผลกระทบอาจมีมากกว่านั้น ถ้าประเมินสถานการณ์จากการที่ บมจ.เอไอเอส     ยอมรับว่าใช้เงินกว่า 1 หมื่นล้านบาทไปเจรจาขอให้บมจ.ดีแทคเปิดโรมมิ่งให้ลูกค้าของบมจ.เอไอเอส    เพื่ออุดรอยรั่วลูกค้าใน 3 กลุ่มที่อาจเปลี่ยนใจย้ายค่ายโทรศัพท์มือถือ เพราะอาจได้รับผลกระทบจากกระบวนการเปลี่ยนผ่านสัญญาสัมทานคลื่นความถี่   900 MHz   คือ
        
1.ลูกค้าในระบบ GSM  900    จำนวน  4  แสนราย

2.ลูกค้าคงค้างในระบบ 900 MHz  กับบมจ.ทีโอที  คู่สัญญาเดิม จำนวน  2 แสนราย

3.ลูกค้าในกลุ่มบริษัทย่อยของบมจ.เอไอเอส  หรือ  AWN   ที่ยังคงถือเครื่องโทรศัพท์ระบบ 2 จี  จำนวน  7.6  ล้านราย  
              

 

ทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนว่า บมจ.เอไอเอส มีความพยายามจะปกป้องฐานลูกค้าเดิมกลุ่มนี้มากน้อยแค่ไหน   หลังจากถูกกลุ่ม ทรูมูฟ เอช   ใช้กลไกทางการตลาดแย่งชิงลูกค้าในทุกรูปแบบ   โดยเฉพาะการอัดแคมเปญโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคตระหนักถึงปัญหาซิมดับ   จากการสิ้นสุดอายุสัมทานคลื่น 900 MHz ของบมจ.เอไอเอส   

 


จนล่าสุดบมจ.เอไอเอส  เลือกวิธีการสุดท้ายเพื่อการต่อสู้   ด้วยการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง   คัดค้านมติกทค.ที่ไม่อนุมัติให้ขยายมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการ    พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ศาลฯมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้เอไอเอส  สามารถให้บริการในช่วงคลื่นความถี่ 900 MHz  ชุดที่ 1      ซึ่งบริษัท แจสโมบาย บรอดแบนด์  จำกัด  ชนะการประมูล   แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้ถูกจัดสรรให้แก่ผู้ชนะการประมูลใบอนุญาต  ตามมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค

 


ทั้งนี้ในการยื่นคำร้องของบมจ.เอไอเอส  แ ม้ว่าจะเป็นการปกป้องผู้บริโภคแต่อีกมุมหนึ่งก็คือการรักษาสถานภาพทางธุรกิจไม่ให้เพลี่ยงพล้ำทางธุรกิจต่อทรูมูฟ 

 


โดยทางด้าน  นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอส   ได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงเหตุผลที่ต้องดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง  ว่า  เป็นผลที่เกิดขึ้นจากข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้คลื่นความถี่ ชุดที่ 2   ซึ่งทรูมูฟเอชได้รับใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ดังกล่าวว่าดังนั้นหากจะให้เอไอเอสโอนย้ายลูกค้าที่อยู่ในคลื่นชุดที่ 1  มายังคลื่นชุดที่ 2 จำเป็นต้องใช้เวลาในการโอนย้ายนานถึง 1 เดือน  และเป็นเหตุให้มีความจำเป็นที่กทค.จะต้องขยายระยะเวลาคุ้มครองเยียวยาผู้ใช้บริการออกไปเป็นเวลา 3 เดือน จากมติเดิมของ กสทช. ที่สั่งให้เอไอเอสยุติการให้บริการคลื่นความถี่ดังกล่าวในวันที่ 16 มี.ค.นี้

 


อย่างไรก็ตามในกรณีที่ศาลมีคำสั่งไม่ขยายระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการ 2 จี  ตามคำร้อง ทางบมจ.เอเอไอสได้เตรียมการบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกค้า  โดยการเตรียมเครื่องโทรศัพท์มือถือและซิมการ์ดใหม่ให้กับลูกค้า  400,000 รายที่ได้รับผลกระทบจากซิมดับหลังเที่ยงคืนวันนี้  ( 15 มี.ค.)  แต่คงต้องใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 2 วัน ถึงจะครอบคลุมผู้ใช้บริการครบทั้ง   400,000 ราย

 

 

ขณะที่ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.  ยืนยันว่ามีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศกสทช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 900 MHz   เนื่องจากขณะนี้   บริษัททรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด ได้รับใบอนุญาตไปแล้ว   ส่วนแจสโมบาย  แม้จะยังไม่ได้จ่ายเงินประมูลงวดแรก แต่ กสทช.  ถือว่าคลื่นดังกล่าวยังเป็นสิทธิของแจสโมบายอยู่จนถึงวันที่ 21 มี.ค.นี้

 


ดังนั้นแนวทางที่พอเป็นไปได้ก็คือการให้เอไอเอสยอมรับข้อเสนอใช้คลื่นความถี่ 900MHz  ของทรูมูฟเอชฯ   ในการเยียวยาผู้ใช้งานที่เหลือ 400,000 ราย ตามที่ทรูมูฟเอช ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการมายัง กสทช. แสดงความจำนงค์ว่ายินดีให้เอไอเอสใช้งานคลื่นความถี่(โรมมิ่ง)ได้ฟรี  ในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน 3 เดือน  ภายใต้เงื่อนไขว่าทรูมูฟเอช ในฐานะเจ้าของคลื่นจะต้องเป็นผู้ดำเนินการติดต่อขอใช้โครงข่ายของบมจ.ทีโอที  

 


และด้วยภาพอันฉุกละหุกเพื่อการแย่งชิงฐานลูกค้าโทรศัพท์มือถือในระบบ 2 จีเดิม ทำให้วันนี้เราเห็นได้ภาพและรับรู้ว่าแต่ละค่ายมือถือมีการกระหน่ำกลยุทธ์การตลาดกันอย่างคึกคักเพื่อจูงใจผู้บริโภคให้เกิดการย้ายค่าย  ส่วนบมจ.เอไอเอสก็พยายามเต็มที่ในการรักษาฐานลูกค้าไว้ให้ได้มากที่สุด 

 


ประเด็นสำคัญก็คือว่าในกรณีที่เกิดปัญหาซิมดับ  ผู้บริโภคจะสามารถดำเนินการอะไรได้บ้างและกสทช.มีข้อแนะนำอย่างไร เราจะไปพูดคุยกับนพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา  กรรมการกสทช. เกี่ยวกับข้อเท็จจริงปัญหาซิมดับและการดูแลผู้บริโภคต่อจากนี้