- 15 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องเกาะติดสำหรับปรากฎการณ์ในวงการโทรคมนาคมไทย หลังกสทช.ยืนหลักการเปลี่ยนผ่านผู้รับสัมปทานคลื่น 900 MHz จากบมจ.เอไอเอส ไปเป็น บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ส่งผลให้ลูกค้าคงค้างในระบบ GSM 900 หรือ 2 จีเดิมจะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปหลังเวลา 24.00 น. หรือหลังเที่ยงคืนของวันนี้ ( 15 มี.ค.)
โดยเบื้องต้นตัวเลขผู้ที่อยู่ในข่ายจะต้องเกิดปัญหาซิมดับ ถ้าไม่โอนย้ายผู้ให้บริการจากบมจ. เอไอเอส ไปยังผู้ให้บริการรายอื่น หรือไม่ได้มีการอัพเกรดซิมโทรศัพท์จากระบบ 2 จี เป็นระบบ 3 จี หรือ 4 จี เชื่อว่าน่าจะมีผลกระทบทางธุรกิจไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้ บมจ.เอไอเอสได้ขอเปิดโรมมิ่งคลื่น 2 จี 1800 MHz กับบมจ.ดีแทค เพื่อรองรับลูกค้าเดิมของบมจ.เอไอเอสไว้ถึง 8 ล้านราย
และด้วยจำนวนฐานลูกค้าในระบบ GSM 900 หรือ 2 จีเดิม ซึ่งมีการอ้างอิงว่าอยู่ในระดับ 4 แสนราย แต่หลายมุมมองเชื่อว่าผลกระทบอาจมีมากกว่านั้น ถ้าประเมินสถานการณ์จากการที่ บมจ.เอไอเอส ยอมรับว่าใช้เงินกว่า 1 หมื่นล้านบาทไปเจรจาขอให้บมจ.ดีแทคเปิดโรมมิ่งให้ลูกค้าของบมจ.เอไอเอส เพื่ออุดรอยรั่วลูกค้าใน 3 กลุ่มที่อาจเปลี่ยนใจย้ายค่ายโทรศัพท์มือถือ เพราะอาจได้รับผลกระทบจากกระบวนการเปลี่ยนผ่านสัญญาสัมทานคลื่นความถี่ 900 MHz คือ
1.ลูกค้าในระบบ GSM 900 จำนวน 4 แสนราย
2.ลูกค้าคงค้างในระบบ 900 MHz กับบมจ.ทีโอที คู่สัญญาเดิม จำนวน 2 แสนราย
3.ลูกค้าในกลุ่มบริษัทย่อยของบมจ.เอไอเอส หรือ AWN ที่ยังคงถือเครื่องโทรศัพท์ระบบ 2 จี จำนวน 7.6 ล้านราย
ทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนว่า บมจ.เอไอเอส มีความพยายามจะปกป้องฐานลูกค้าเดิมกลุ่มนี้มากน้อยแค่ไหน หลังจากถูกกลุ่ม ทรูมูฟ เอช ใช้กลไกทางการตลาดแย่งชิงลูกค้าในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการอัดแคมเปญโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคตระหนักถึงปัญหาซิมดับ จากการสิ้นสุดอายุสัมทานคลื่น 900 MHz ของบมจ.เอไอเอส
จนล่าสุดบมจ.เอไอเอส เลือกวิธีการสุดท้ายเพื่อการต่อสู้ ด้วยการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง คัดค้านมติกทค.ที่ไม่อนุมัติให้ขยายมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการ พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ศาลฯมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้เอไอเอส สามารถให้บริการในช่วงคลื่นความถี่ 900 MHz ชุดที่ 1 ซึ่งบริษัท แจสโมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ชนะการประมูล แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้ถูกจัดสรรให้แก่ผู้ชนะการประมูลใบอนุญาต ตามมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค
ทั้งนี้ในการยื่นคำร้องของบมจ.เอไอเอส แ ม้ว่าจะเป็นการปกป้องผู้บริโภคแต่อีกมุมหนึ่งก็คือการรักษาสถานภาพทางธุรกิจไม่ให้เพลี่ยงพล้ำทางธุรกิจต่อทรูมูฟ
โดยทางด้าน นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอส ได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงเหตุผลที่ต้องดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ว่า เป็นผลที่เกิดขึ้นจากข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้คลื่นความถี่ ชุดที่ 2 ซึ่งทรูมูฟเอชได้รับใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ดังกล่าวว่าดังนั้นหากจะให้เอไอเอสโอนย้ายลูกค้าที่อยู่ในคลื่นชุดที่ 1 มายังคลื่นชุดที่ 2 จำเป็นต้องใช้เวลาในการโอนย้ายนานถึง 1 เดือน และเป็นเหตุให้มีความจำเป็นที่กทค.จะต้องขยายระยะเวลาคุ้มครองเยียวยาผู้ใช้บริการออกไปเป็นเวลา 3 เดือน จากมติเดิมของ กสทช. ที่สั่งให้เอไอเอสยุติการให้บริการคลื่นความถี่ดังกล่าวในวันที่ 16 มี.ค.นี้
อย่างไรก็ตามในกรณีที่ศาลมีคำสั่งไม่ขยายระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการ 2 จี ตามคำร้อง ทางบมจ.เอเอไอสได้เตรียมการบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกค้า โดยการเตรียมเครื่องโทรศัพท์มือถือและซิมการ์ดใหม่ให้กับลูกค้า 400,000 รายที่ได้รับผลกระทบจากซิมดับหลังเที่ยงคืนวันนี้ ( 15 มี.ค.) แต่คงต้องใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 2 วัน ถึงจะครอบคลุมผู้ใช้บริการครบทั้ง 400,000 ราย
ขณะที่ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ยืนยันว่ามีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศกสทช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 900 MHz เนื่องจากขณะนี้ บริษัททรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด ได้รับใบอนุญาตไปแล้ว ส่วนแจสโมบาย แม้จะยังไม่ได้จ่ายเงินประมูลงวดแรก แต่ กสทช. ถือว่าคลื่นดังกล่าวยังเป็นสิทธิของแจสโมบายอยู่จนถึงวันที่ 21 มี.ค.นี้
ดังนั้นแนวทางที่พอเป็นไปได้ก็คือการให้เอไอเอสยอมรับข้อเสนอใช้คลื่นความถี่ 900MHz ของทรูมูฟเอชฯ ในการเยียวยาผู้ใช้งานที่เหลือ 400,000 ราย ตามที่ทรูมูฟเอช ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการมายัง กสทช. แสดงความจำนงค์ว่ายินดีให้เอไอเอสใช้งานคลื่นความถี่(โรมมิ่ง)ได้ฟรี ในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน 3 เดือน ภายใต้เงื่อนไขว่าทรูมูฟเอช ในฐานะเจ้าของคลื่นจะต้องเป็นผู้ดำเนินการติดต่อขอใช้โครงข่ายของบมจ.ทีโอที
และด้วยภาพอันฉุกละหุกเพื่อการแย่งชิงฐานลูกค้าโทรศัพท์มือถือในระบบ 2 จีเดิม ทำให้วันนี้เราเห็นได้ภาพและรับรู้ว่าแต่ละค่ายมือถือมีการกระหน่ำกลยุทธ์การตลาดกันอย่างคึกคักเพื่อจูงใจผู้บริโภคให้เกิดการย้ายค่าย ส่วนบมจ.เอไอเอสก็พยายามเต็มที่ในการรักษาฐานลูกค้าไว้ให้ได้มากที่สุด
ประเด็นสำคัญก็คือว่าในกรณีที่เกิดปัญหาซิมดับ ผู้บริโภคจะสามารถดำเนินการอะไรได้บ้างและกสทช.มีข้อแนะนำอย่างไร เราจะไปพูดคุยกับนพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกสทช. เกี่ยวกับข้อเท็จจริงปัญหาซิมดับและการดูแลผู้บริโภคต่อจากนี้
