- 17 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 17 มีนาคม 2559 ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สนธิญาณ : สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ทุกท่านก็เข้าสู่สถานการณ์ที่เรียกว่าชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ แล้วสำหรับทิศทางและท่าทีของการเมืองของประเทศไทย ว่าหลังจากที่แม่น้ำ 4 สาย โดย คสช. ได้ทำหนังสือเสนอต่อ กรธ. ในเรื่องของให้บรรจุรัฐธรรมนูญในบทเฉพาะกาลในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องใช้ว่าเป็นระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เป็นการระบุเวลาอย่างชัดเจน ระบุสิ่งที่ต้องการขับเคลื่อนและผลักดันอย่างชัดเจนคือไม่ให้บ้านเมืองมีความวุ่นวาย มีการกระทบกระทั่งถึงขั้นรบราฆ่าฟันกัน ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการผลักดันแนวทางยุทธศาสตร์ของประเทศให้เดินไปตามที่ คสช. วางเอาไว้ แน่นอนครับทันทีที่กระแสเสียงข้อเสนอของ คสช. และแม่น้ำ 4 สาย ตรงไปยัง กรธ. การคัดค้านเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ต้องเกิดขึ้น ในแง่ของการคัดค้านก็ต้องกลับมาดูว่าการคัดค้านนั้นเป็นการคัดค้านจากใคร จากคู่ความขัดแย้งก็คือผู้ที่เป็นด้านตรงข้าม คนละฝ่ายกันวันนี้ ใครกับใครก็ชัดเจนฝ่ายหนึ่งก็ คสช. และรัฐบาล อีกฝ่ายคือพรรคเพื่อไทยและเครือข่ายระบอบทักษิณ และตอนนี้มีแถมมาอีกหน่อยหนึ่งคือ พรรคประชาธิปัตย์ คือเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับนักการเมืองเมื่อเจอรัฐธรรมนูญที่ทำให้พวกเขาต้องถูกจำกัดหรือลดลงไม่คัดค้านก็แปลกแล้ว แต่ส่วนของการคัดค้านจะรุนแรงเหมือนกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ หรือไม่สามารถจะแยกแยะได้ว่ารุนแรงหรือไม่ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป ทีนี้พรรคเพื่อไทยที่ต้องคัดค้านอย่างรุนแรงไม่ได้หมายความว่าเอาความรุนแรงมาใช้นะครับ แต่โดยเนื้อหาต้องคัดค้านกันอย่างรุนแรงอยู่แล้วเพราะว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาจะเห็นได้ชัดว่าไม่ว่าจะตัวคุณทักษิณและบรรดาเครือข่ายทั้งหลาย ก็มุ่งเข้าโจมตี คสช. และรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์อย่างตรงเป้าไม่มีการอ้อมค้อมหลบเลี่ยงไม่กลัว ส่วนด้านพล.อ.ประยุทธ์ เราก็สังเกตเห็นได้ว่าในระยะช่วงหลังก็ชัดเจนเหมือนกันในการนำเสนอข้อมูลและปัญหาที่คุณทักษิณและเครือข่ายระบอบทักษิณได้ก่อให้เกิดกับประเทศไทยอย่างชัดเจนเหมือนกัน เป้าก็พุ่งตรงชี้ตรงเหมือนกันระบุเลย ใครที่อยู่ต่างประเทศทำลายชาติบ้านเมืองปากอ้างว่ารักชาติอยากกลับบ้านอะไรแบบนี้ ผมคิดว่าชัดเจนจึงทำให้เห็นว่าเป็นคู่ขัดแย้ง วันนี้กลับมาดูว่าฝ่ายคัดค้านข้อเสนอของแม่น้ำ 4 สาย ก็คือส่วนหนึ่งคือพรรคประชาธิปัตย์ในแง่นักการเมือง ส่วนพรรคเพื่อไทยและระบอบทักษิณถือเป็นคู่ความขัดแย้ง ประเด็นที่เอามาให้ดูคือเขาคัดค้านอย่างไร แย้งอย่างไร 1.สืบทอดอำนาจ 2.ทำให้ประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะไปตั้ง ส.ว.สรรหามาและให้มีอำนาจหน้าที่ใกล้เคียงกับ ส.ส. มาก ก็คัดค้าน ข้อโจมตีข้อตอบโต้เป็นแบบนี้โดยสภาพทั่วไป ก็ต้องถามกลับมาว่า ทางคสช.หรือแม่น้ำ 4 สายยอมรับไหม ผมว่าวันนี้เขายอมรับ ที่ไม่ได้พูดว่าสืบทอดอำนาจ แต่เขาบอกว่าจะต้องรักษาเจตนารมณ์ในการเข้ามายึดอำนาจของเขาเอาไว้เพื่อรักษาประเทศไม่ให้เกิดความวุ่นวายและโจมตีกัน และเพื่อจะรักษาประเทศให้เดินไปข้างหน้าตามแนวทางยุทธศาสตร์ ผมว่าวันนี้นะครับทั้งทาง คสช. และฝ่ายคัดค้านไม่ได้พูดแตกต่างจากกันเลย ก็ต้องกลับมาดูที่คนกลาง ว่าเขาพูดเหมือนกันแต่มีมุมมองในการดูแลและแก้ไขปัญหาประเทศคนละมุมมองกัน คนกลางจะเอาอย่างไรก็เอาไปลงที่ 7 สิงหาคม อย่างที่ว่า แต่ที่น่าสนใจสำหรับคนที่ออกความเห็นในการคัดค้านคนหนึ่งคือหมอเหวง หมอเหวงบอกว่าการกระทำของ คสช. ในครั้งนี้เป็นการกระทำที่จะทำให้เหมือนกับ 14 ตุลา บวกกับ พฤษภา 35 อย่างนั้นเลยนะครับ
สถาพร : แสดงว่าแรงมากใช่ไหมครับ
สนธิญาณ : ครับ 14 ตุลา 2516 และพฤษภา 35 คืออะไรต้องทวนเรื่องกันหน่อย หลายคนอาจจะยังไม่เกิดต้องพูดแบบนั้น อาจจะนึกภาพที่หมอเหวงพูดไม่ออก ผมจะขยายให้ฟังตามที่หมอเหวงว่า ประชาชนจะลุกฮือขึ้นมาต่อต้าน คสช. ซึ่งเหตุการณ์ทั้งสองต้องเรียนว่าประชาชนส่วนใหญ่ออกมาต่อต้านกองทัพอย่างเป็นเอกภาพ คือประชาชนมีความเห็นเป็นฝ่ายเดียวอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นปฏิปักษ์กับกองทัพอย่างชัดเจน แต่กลับมาดูสถานการณ์ปัจจุบัน ผมว่าหมอเหวงต้องเรียนรู้สภาพการที่เป็นอยู่จุดที่ต้องคิดและเอามาพิจารณาตอนนี้ก็คือว่า ประชาชนจริง ๆ ในตอนนี้แต่ส่วนใหญ่หรือไม่ส่วนใหญ่ก็ตามแต่ต้องตามติดกันดูตามทีนำเสนอ ประชาชนหนุน คสช.มากหรือน้อยขนาดไหน วัดจากหน้าจอทีนิวส์แทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ จากโพลต่าง ๆ แต่อาจจะกลายเป็นว่าคนดูทีนิวส์คือคนที่ชอบ คสช. อยู่แล้วก็ต้องกลับไปดูว่าประวัติศาสตร์ของการประท้วงชุมนุมที่มีคน 4-5 ล้านคนเกิดขึ้นในยุคสมัย กปปส. นำการประท้วง ได้เคยมีมาก่อนไหมครับปรากฏการณ์ของโลก ถามว่าคนเหล่านั้นชอบ กปปส. รักประชาธิปัตย์ กปปส.มีพรรคประชาธิปัตย์มีส่วนอยู่ด้วย หรือต่อต้านระบบทักษิณ รักประชาธิปัตย์ รัก กปปส. ไม่ว่า กปปส.พูดอะไร ประชาธิปัตย์พูดอะไรก็ออกมาทั้งนั้น หรือว่าไม่ใช่เพราะรักประชาธิปัตย์ รัก กปปส. แต่เพราะทนไม่ได้กับระบอบทักษิณ นี่เป็นประเด็นสำคัญที่อยากจะเรียนให้พิจารณา ประเด็นอยู่ตรงที่คนทนไม่ได้กับการอยู่กับระบอบทักษิณไม่ใช่รักประชาธิปัตย์ รัก กปปส. เพราะคนจำนวนหนึ่งก่อนมีการชุมนุมจะสงสัยและตั้งคำถามต่อบทบาทของคุณสุเทพมาก่อน คือไม่เก็ท แต่ยังออกมาได้มีโอกาสจังหวะในการรวมพลัง ดังนั้นถ้าคนส่วนใหญ่ตรงนั้นออกมาเพราะการต่อต้านทักษิณ วันนี้เขายังต่อต้านอยู่แล้ว เพราะหลักฐานมากมายออกมาชัดเจนในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน การเอารัดเอาเปรียบการกระทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติต่อประชาชนและไปสนับสนุนขโมยการล้มล้างสถาบัน คนก็ยังเอาอยู่ครับ ก็กลับไปดูว่าขนาดออกมาชุมนุมเป็นล้านคนยังออกมา แล้วเขาจะชัดชวนญาติพี่น้องที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันหรือชักชวนให้มาลงประชามติวันที่ 7 สิงหา ได้หรือไม่ แต่ถ้าในแง่มุมที่หมอเหวงบอกว่าประชาชนจะเหมือนกับ 14ตุลาบวกกับพฤษภา35 ผมคิดว่านั่นฝันแล้ว เป็นฝันกลางวันของหมอเหวง เป็นการวิเคราะห์ที่ไม่ได้สอดคล้องกับความเป็นจริง ย้ำแบบนี้
สถาพร : เป็นไปไม่ได้เลยใช่ไหมครับพี่ต้อย
สนธิญาณ : ก็อาจจะเป็นไปได้ อาจจะเหมือนกับม็อบต่อต้านรัฐบาลอภิสิทธิ์ในปี53 20,000 - 50,000 คน แต่เปรียบเทียบกับคนที่มาชุมนุม กปปส. ไม่ได้ เห็นภาพอย่างได้ชัด ว่าตอนที่ นปช.จัดการชุมนุมมีทั้งการจัดให้ส.ส.ไประดมจัดการหาผู้คนเข้ามาเห็นภาพชัดนั่นคือความแตกต่าง โอกาสที่จะไปเกิดคือไม่มี แต่โอกาสที่จะเกิดสงครามกลางเมืองมี ก็เพราะว่าอาจจะมาไม่กี่คนติดอาวุธออกมาด้วย แต่หมายความว่าประชาชนทั้งประเทศจะรวมตัวกันลุกฮือต่อต้าน คสช. ไม่มีครับ เพราะผมเชื่อว่ามวลชนที่สนับสนุน คสช. มีมากกว่ามวลชนที่สนับสนุนคนที่คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ มวชลนะครับ ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องการหย่อนบัตร คนหย่อนบัตรมีมากมายมหาศาล มีขบวนการมีระบบที่ทำให้คนออกมาเยอะแยะแต่ต่างกัน แต่การที่มวลชนออกมายืนออกมาชุมนุมมาให้เงินสนับสนุนการชุมนุม นี่เป็นเรื่องที่ต้องใช้หัวใจในการกระทำ ส่วนผู้ที่คัดค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ นาทีนี้เรียนได้ว่าเหนื่อยหน่อย ทั้งคุณนิพิฏฐ์ คุณองอาจออกมา คุณอภิสิทธิ์ออกมาเองเลย จะเดินไปทางไหนเอาให้ชัด คนจะได้เห็นว่าทิศทางพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างไร ผมเรียนแบบนี้เพราะว่าหลังจากประชามติแล้วมีผลที่จะติดตามมาคือการเลือกตั้งหลังจากที่เดินไปตาม RoadMap คนก็จะได้ตัดสินใจถูกว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์คิดแบบนี้เขาจะเลือกไม่เลือกหรืออะไรอย่างไรครับ
