- 22 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ถือว่าได้ข้อสรุปแล้วสำหรับข้อเสนอของแม่น้ำ 4 สาย ที่ส่งมาถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งต่อจากนี้ ในวันที่ 29 มี.ค.59 จะส่งร่างรัฐธรรมนูญเพื่อลงประชามติให้รัฐบาลต่อไป
ข้อสรุปเบื้องต้นของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ
1.ใช้บัตรเลือกตั้งส.ส.ใบเดียว
2.ให้มี สมาชิกวุฒิสภาแต่งตั้ง 250 คน
โดย 200 คนมาผ่านกรรมการสรรหา และอีก 50 คนมาจากการคัดเลือกจากกลุ่มอาชีพกันเอง
3.ให้พรรคเปิด3ชื่อนายกฯ แต่ช่วงบทเฉพาะกาลให้ประชุมสมาชิกวุฒิสภาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะขอมติ 2 ใน 3 ยกเว้นการใช้ชื่อนายกรัฐมนตรีในบัญชีได้
ขณะเดียวกัน ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางเข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 1
ได้กล่าวไว้ สำหรับร่างรัฐธรรมนูญ ว่าหากเดินหน้าต่อไปไม่ได้ทุกฝ่ายต้องร่วมรับผิดชอบ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอในร่างรัฐธรรมนูญของคสช.ต่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ทำไปเพราะความหวังดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง ใครจะคิดอย่างไรก็ตามแต่ ถ้ามันออกมาได้ก็น่าจะดี ถ้าออกไม่ได้ก็ต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งหมด ประชาชนด้วย
ข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญ ได้ออกมาเน้นย้ำว่า เพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์ในการยึดอำนาจเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงแห่งชาติคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
สำหรับ ข้อเสนอทั้ง 3ของคสช. มีที่มาอันเป็นสาระสำคัญ ภายใต้จุดมุ่งหมายของคสช.คือ
1.ป้องกันไม่ให้ประเทศชาติกลับไปสู่ความขัดแย้ง
2.ควบคุมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช้บริหารประเทศตามอำเภอใจ จนนำไปสู่การทุจริต และขาดธรรมาภิบาล
3.ดูแลให้ประเทศชาติเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณาจากเหตุและองค์ประกอบข้างต้น การชี้ขาดอนาคตประเทศไทยผ่านการทำประชามติ
ทั้งนี้ประเทศไทยมีการทำประชามติครั้งแรก เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม 2550 ขณะนั้นผลการลงประชามติก็เรียกได้ว่าผ่านกันมาอย่างฉิวเฉียด แม้ว่าในขณะนั้นหนึ่งในตัวแปรสำคัญอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะแตกต่างกับครั้งนี้
ผลการออกเสียงการลงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ ปีพุทธศักราช 2550
จำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง 45,092,955 คน
จำนวนผู้ที่มาใช้สิทธิ 25,978,954 คน
คิดเป็นร้อยละ 57.61 ของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด
เห็นชอบ 14,727,306 คน
ไม่เห็นชอบ 10,747,441 คน
การลงประชามติครั้งหากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยรงณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ต้องมาพิจารณาจากคะแนนเสียงการเลือกตั้งครั้งล่าสุดจากวันที่3 กรกฎาคม 2554 ว่าผู้สนับสนุนของพรรคจะลงคะแนนประชามติเหมือนกับการลงคะแนนเลือกตั้งเหมือนเมื่อปี2554หรือไม่
การใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ วันที่ 3 กรกฎาคม 2554
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 46,939,549 คน
ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 35,220,208 คน คิดเป็น ร้อยละ75.03
บัตรเสีย 1,726,768 บัตร คิดเป็นร้อยละ 4.90
บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 958,213 บัตร คิดเป็นร้อยละ 2.72
ในขณะที่สองพรรคใหญ่อย่างเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนเสียงทั้ง 27,188,110 คะแนน โดยพรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียง 15,752,470คะแนน พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนเสียง 11,435,640คะแนน
