เกาะติด !!! เงื่อนงำ "แจสโมบาย" ทิ้งคลื่น 900 MHz  !? วิบากกรรมจัสมินฯกำลังจะตามมา ??

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 

 

 

 

มาถึงประเด็นความคืบหน้ากรณีการทิ้งใบอนุญาตการใช้คลื่น 900 MHz เพื่อดำเนินธุรกิจโครงข่าย 4  จีของบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด  ซึ่งวันนี้  ( 23 มี.ค.) คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้มีการประชุมเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นและมีสรุปเป็นแนวทางการปฏิบัติสำคัญ  ๆ หลายข้อที่จะมีการดำเนินการต่อไป

 

 

 


โดยทางด้าน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์  เลขาธิการ กสทช.  เปิดเผยว่า  ที่ประชุมกทค.ได้มีมติเห็นชอบมาตรการทั้งในส่วนอนาคตใบอนุญาตที่  1 สำหรับคลื่น 900 MHZ และ การดำเนินการกับ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด   ในฐานะที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อการประมูลคลื่น 900 MHz  เพื่อรองรับการประกอบธุรกิจโทรคมนาคม 4 จี  ดังนี้ 

 


1.มติให้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบความเสียหายจากกรณี แจส โมบายฯ ไม่มาชำระเงินค่าประมูลคลื่น 900 MHZ ภายในกำหนดวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา  โดยคณะทำงานประกอบด้วยบุคลากร  9 คน  เป็นตัวแทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด  , สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา , กระทรวงการคลัง , ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)  , สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ สำนักงาน กสทช. โดยคาดว่าจะสรุปความเสียหายภายได้ทั้งหมดภายใน 30 วัน

 


2.มติให้นำเสนอการดำเนินการเปิดประมูลคลื่น 900 MHz  ในส่วนใบอนุญาตที่ 1  ต่อคณะกรรมการ กสทช.ให้รับทราบในวาระพิเศษวันที่ 12 เม.ย.จากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในช่วงวันที่  18 เม.ย.-23 พ.ค.59   และเมื่อได้ข้อสรุปก็จะนำเสนอคณะกรรมการ กสทช. เพื่ออนุมัติหลักเกณฑ์การประมูล และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาราวสิ้นเดือน พ.ค.นี้ จากนั้นคาดว่าจะเปิดขายซองประมูลในต้นเดือน มิ.ย.59 และให้มีการประมูลแข่งราคาคลื่น 900 MHz   ทางอิเล็คทรอนิกส์ในช่วงปลายเดือน มิ.ย.59

 


3.มติการปรับราคาเริ่มต้นประมูล   โดยเบื้องต้น กทค.คาดว่าจะใช้สมมติฐานราคาสุดท้ายที่แจส โมบายฯ ประมูลได้ที่ 75,654 ล้านบาท   เป็นเกณฑ์ในการประมูลรอบใหม่รวมถึงปรับเงื่อนไขการชำระเงินและให้เข้มงวดขึ้น  และจะปรับปรุงประกาศเรื่องมาตรการเยียวยาเพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดประมูลคลื่น 900 MHz รอบใหม่ด้วย

 


4.มติปรับปรุงเงื่อนไขในการประมูลครั้งใหม่ โดยในส่วนของวงเงินหลักประกันจะเพิ่มจากเดิมกำหนดใว้ 5% ของราคาเริ่มต้นประมูล ซึ่งในการประมูลครั้งที่แล้วคิดเป็นวงเงิน 644 ล้านบาท ก็อาจจะเพิ่มเป็น 10-30% ของราคาเริ่มต้นประมูลใหม่

 


ทั้งหมดเป็นแนวทางที่ประชุมกทค.เห็นชอบให้มีการดำเนินการแก้ปัญหาการประมูลคลื่น 900 MHz  และกรอบการปฏิบัติในอนาคตเพื่อป้องกันปัญหาเกิดซ้ำ เช่นเดียวกับกรณีของ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด   ซึ่งวันนี้ยังคงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของ  บมจ.  จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล   ว่าเป็นไปในลักษณะตรงไปตรงมาหรือไม่ อย่างไร

 


ย้อนไปก่อนหน้านี้เป็นทางด้าน นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร    บมจ.  จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล   ได้ทำหนังสือชี้แจงต่อ  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)  ถึงกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นว่า การที่บริษัทแจสโมบายไม่สามารถนำหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินจำนวนประมาณ 72,000 ล้านบาท  มามอบให้แก่สำนักงาน กสทช. ได้  

 


เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศจีน   ซึ่งสนใจร่วมลงทุนในแจสโมบาย   และได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งของประเทศจีน   ติดข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลาในการขออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องของประเทศจีน   ซึ่งตามกำหนดคาดว่าดีลต่าง ๆ  จะแล้วเสร็จประมาณกลางเดือนเมษายน 2559  ทำให้ไม่ทันกำหนดระยะเวลา 90 วัน  ตามที่ระบุใบประกาศ กสทช.   และสำนักงาน กสทช.ก็ไม่สามารถผ่อนปรน หรือผ่อนเงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาใดๆ ตามที่ระบุไว้ในประกาศ กสทช. ดังกล่าวให้แก่แจสโมบายได้

 


และด้วยเหตุผลข้อกล่าวอ้างดังกล่าวของ  บมจ.  จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล   ทำให้  นพ.ประวิทย์   ลี่สถาพรวงศา   กรรมการ กสทช.    ต้องออกแสดงความเห็นต่อแนวทางการทำธุรกิจของ  บมจ.  จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล  และ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์  จำกัด   ว่า  กรรมการ กทค.ไม่เคยรับทราบเรื่องนี้มาก่อนแต่มีข้อเท็จจริงที่เป็นข้อสังเกตุว่าในทางประมูล กสทช.ได้ประกาศล่วงหน้า    และบริษัทเอกชนในฐานะผู้เข้าร่วมประมูลทุกรายต่างก็รู้กฎเกณฑ์ดังกล่าวเหมือนกันอยู่แล้ว  ดังนั้นหากบมจ.จัสมินฯจะต้องมีการเจรจาพันธมิตร  ก็ควรจะเจรจาก่อนการประมูล เพราะถ้าประมูลแล้วมาเจรจาภายใน 90 วันย่อมไม่มีทางที่บมจ.จัสมินฯจะทำข้อตกลงทางการเงินได้ทัน   ซึ่งอย่างนี้อยู่ในข่ายที่เรียกว่าจับเสือมือเปล่า 

 


ส่วนการตรวจสอบเชิงลึกว่า  บมจ.  จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล  มีปมเงื่อนงำในเชิงธุรกิจหรือไม่ อย่างไร นพ.ประวิทย์ ยอมรับว่ากสทช.ไม่สามารถเข้าตรวจสอบข้อมูลสิ่งที่เกิดขึ้นในเชิงการลงทุนหุ้นได้โดยตรง จึงอาจต้องขอความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) รวมไปถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  และกรมคดีสอบสวนพิเศษ(ดีเอสไอ) ถ้ามีข้อสงสัยว่า  บมจ.  จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ใช้ข้ออ้างเรื่องพันธมิตรจากจีนมาเป็นเงื่อนไขในการผิดเงื่อนไขการประมูลกับทางกสทช.ในภายหลัง  มีประเด็นเรื่องผลประโยชน์ในตลาดหลักทรัพย์ก่อนหน้า   ในช่วงชนะการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz   เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไร หรือไม่  เพราะกสทช.เห็นความไม่ปกติเกี่ยวกับตัวเลขการประมูลของ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์  จำกัด  อยู่พอสมควร โดยเฉพาะการดันตัวเลขไปถึง 7.5 หมื่นล้านบาท   ทั้งที่ดีแทคส่งสัญญาณจะหยุดการประมูลไว้ที่เพียง 7 หมื่นล้านแล้ว

 


และเพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับ บมจ. จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล และ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์  จำกัด ซึ่งวันนี้กำลังกลายเป็นเป้าสงสัยต่อสาธารณะถึงเหตุผลแท้จริงของการทิ้งใบอนุญาตคลื่น 900 MHz  เราจะไปลงลึกในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับทั้ง  2 บริษัทเพิ่มเติมดังนี้

 


 เริ่มจาก  บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2558 ก่อนหน้าการเปิดประมูลคลื่นความถี่  1800 MHz  และ คลื่นความถี่ 900 MHz  ไม่นานนัก มียอดทุนจดทะเบียน 350 ล้านบาท  และแจ้งประกอบธุรกิจให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ นำเข้าและจัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และให้บริการเช่าและบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่  ให้บริการสื่อสารข้อมูลผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมีนายพิชญ์ โพธารามิก เป็นกรรมการบริษัท, น.ส.สายใจ คีตสิน, นายสมบัติ พันศิริพัฒน์ และนายยอดชาย อัศวธงชัย เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ

 


ส่วน JAS  หรือ   บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล  ในฐานะบริษัทแม่ของ  บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด  เริ่มต้นก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่  3 ธ.ค.  2525   ประกอบธุรกิจใน  4 กลุ่มหลัก  คือ

1. ธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Business)
 
 2. ธุรกิจให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม (Telecom Network & Service Provider Business)

3. ธุรกิจงานจัดหา ออกแบบและวางระบบสื่อสารและโทรคมนาคม (System Integration Business)

4. ธุรกิจอื่นๆ (Other Businesses)

 


ขณะที่โครงสร้างผู้ถือหุ้น 5  อันดับจากการรายงานต่อหลักทรัพย์  ณ  วันที่  30 มิ.ย. 2558    ประกอบด้วย  

1.นาย พิชญ์ โพธารามิก   ถือหุ้น  25.84%
                
2.บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือหุ้น  5.56 %
                                                                              
3.เอบีเด็น  อัมโร  นอิมนี  (สิงคโปร์)  ถือหุ้น  4.81 %
 
4.เสตท สตรีท แบงก์ ยุโรป  ถือหุ้น 2.17 %

5. บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล             ถือหุ้น 2.00 %

 


โครงสร้างผู้ถือหุ้นหลัก  บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล

1.นาย พิชญ์ โพธารามิก   จำนวนหุ้น    1,844,046,870   คิดเป็น 25.84%

2.บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จำนวนหุ้น   397,045,906  คิดเป็น  5.56 %

3.ABN AMRO NOMINEES SINGAPORE
จำนวนหุ้น 343,533,500 คิดเป็น 4.81%

4.STATE STREET BANK EUROPE   จำนวนหุ้น 
154,955,978 คิดเป็น  2.17%

5.บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล  
จำนวนหุ้น 142,730,000 คิดเป็น  2.00%

6.Deutsche Bank AG Singapore
จำนวนหุ้น 122,782,400 คิดเป็น 1.72%

7.นาย เกริกไกร ไตรบัญญัติกุล
จำนวนหุ้น 116,304,900  คิดเป็น 1.63%

8.HSBC (SINGAPORE) NOMINEES  จำนวนหุ้น  83,803,388  คิดเป็น  1.17%

9.บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย
จำนวนหุ้น  66,929,200 คิดเป็น 0.94%

 


โครงสร้างผู้ถือหุ้นหลัก  บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล

1.นาย พิชญ์ โพธารามิก   จำนวนหุ้น    1,844,046,870   คิดเป็น 25.84%

2.บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จำนวนหุ้น   397,045,906  คิดเป็น  5.56 %

3.ABN AMRO NOMINEES SINGAPORE
จำนวนหุ้น 343,533,500 คิดเป็น 4.81%

4.STATE STREET BANK EUROPE   จำนวนหุ้น 
154,955,978 คิดเป็น  2.17%

5.บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล  
จำนวนหุ้น 142,730,000 คิดเป็น  2.00%

6.Deutsche Bank AG Singapore
จำนวนหุ้น 122,782,400 คิดเป็น 1.72%

7.นาย เกริกไกร ไตรบัญญัติกุล
จำนวนหุ้น 116,304,900  คิดเป็น 1.63%

8.HSBC (SINGAPORE) NOMINEES  จำนวนหุ้น  83,803,388  คิดเป็น  1.17%

9.บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย
จำนวนหุ้น  66,929,200 คิดเป็น 0.94%

10.THE BANK OF NEW YORK (NOMINEES) จำนวนหุ้น 
44,033,000         คิดเป็น   0.62%

 


ส่วนคณะกรรมการบริหาร  บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล   ประกอบด้วย 

1. นาย สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์   ประธานคณะกรรมการ / กรรมการอิสระ

2. นาย พิชญ์ โพธารามิก  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร / กรรมการผู้จัดการ / กรรมการ

3. นาย สมบุญ พัชรโสภาคย์      กรรมการ

4. นาย สุพจน์ สัญญพิสิทธิ์กุล   กรรมการ

5. นาย ธีรศักดิ์ จีรอัศวพงศ์    กรรมการ

6. น.ส. สายใจ คีตสิน     กรรมการ

7. นาย ปลื้มใจ สินอากร    กรรมการ

8. นาย โสรัชย์ อัศวะประภา   กรรมการ

 


และในรอบปี  2558   บมจ.จัสมิน อินเตอ์เนชั่นแนล มีผลประกอบการเป็นกำไรสุทธิถึง  1.57  หมื่นล้านบาท   หรือคิดเป็นสัดส่วน 47.0 % เติบโตอย่างมากจากช่วงเดียวกันของปี  2557  ที่มีผลประกอบกำไรสุทธิ   3.27  พันล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 26.35 % ส่วนผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในปี 2558 อยู่ที 113.16 %  เพิ่มขึ้นจากปี 2557  ซึ่งมีสัดส่วนเพียง 28.10 %   

 


ขณะเดียวกันล่าสุดมีรายงานว่า บลจ. บัวหลวง    ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต  จัสมิน   (JASIF)   ออกมาระบุว่า บลจ. บัวหลวง  จะคอยติดตามผลการประชุมของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) หรือผลสรุปจากกรณีดังกล่าวจากสำนักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อย่างใกล้ชิด  และหากมีผลสรุปที่ชัดเจนประการใด ทาง บลจ. บัวหลวงจะแจ้งผลกระทบต่อกองทุนและแนวทางที่จะดำเนินการให้ทราบต่อไป ท่ามกลางข่าวที่ปรากฏในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ว่า  สำนักงาน  กสทช.   อาจพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติของการเป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ได้รับใบอนุญาตเดิมจากสำนักงาน กสทช.

 


เพราะหากมีเหตุทำ ให้   บมจ.ทริปเปิลที บรอดแบนด์ (TTTBB)  ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ   บมจ.จัสมินฯ  และเป็นผู้เช่าทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงจาก JASIF และให้บริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงภายใต้ชื่อ  3BB  ผิดสัญญาเช่า  เช่น TTTBB  ไม่สามารถดำรงไว้ซึ่งใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทที่สาม อาจจะกระทบต่อรายได้ของกองทุน กองทุนจะมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและมีสิทธิได้รับเบี้ยปรับตามกฎหมาย และกองทุนจะพิจารณาหาผู้เช่ารายอื่นต่อไปตลอดจนดำเนินการอื่นใดที่เหมาะสมต่อไป