- 28 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ในวันพรุ่งนี้ (29 มี.ค.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญหรือกรธ.จะมีการเปิดเผยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ ออกสู่สาธารณะ เพราะฉะนั้น ท้ายสุดก็ต้องจับตาดูว่ากรธ. มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาอีกหรือไม่
นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ในวันนี้ กรธ.ทบทวนร่างรัฐธรรมนูญที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมก่อนส่งคณะรัฐมนตรี และ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทั้งหมด 279 มาตรา โดยเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของถ้อยคำและความเชื่อมโยงในแต่ละมาตราให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ไม่ได้ปรับหลักการอะไรแล้ว
ส่วนการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญนั้น ได้กำหนดให้มีการแถลงข่าว "ร่างรัฐธรรมนูญฉบับก่อนลงประชามติ" โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ในวันพรุ่งนี้ (29 มี.ค.) เวลา 13.39 น. เป็นต้นไป เพื่ออธิบายเจตนารมณ์และสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ
จากนั้นในวันที่ 30 มี.ค. จะมีการประชุมชี้แจงสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญให้แก่ สมาชิก สนช. สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และหัวหน้าส่วนราชการ
จากนั้นจะได้เร่งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนเพื่อประกอบการตัดสินใจลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. ต่อไป
ขณะที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า กรธ. กำลังตรวจสอบความถูกต้องถ้อยคำก่อนที่จะเปิดเผยร่างอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะมีการส่งพิมพ์ภายในเย็นวันนี้ โดยจะไม่มีการแก้ไขในสาระสำคัญของร่างซึ่งในเนื้อหายังอยู่ที่จำนวน 279 มาตราเช่นเดิม รัฐบาล ก็ยังไม่มีท่าทีขอปรับแก้ไขเพิ่มเติม
ส่วนการที่มีผลสำรวจที่ให้มีการแก้ไขเรื่องนายกรัฐมนตรีคนนอก นั้นความเป็นจริงคือเป็นการประชุมรัฐสภาเพื่อขอยกเว้นหากรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอมาไม่มีคุณสมบัติเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ท้ายที่สุดแล้วการเลือกนายกรัฐมนตรีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นคนเลือก พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีการเปิดช่องให้มีนายกรัฐมนตรีจากคนนอก
เพราะฉะนั้นต้องติดตามอนาคตของประเทศไทยต่อจากนี้ว่าจะเดินไปในทิศทางไหน และติดตามการแถลงของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ได้กับสำนักข่าว ทีนิวส์
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าว ว่า ไม่ติดใจอะไร เพราะได้พูดไปหมดแล้ว และเป็นเรื่องของ กรธ. ที่จะตัดสินใจ อะไรที่ กรธ. เห็นว่าดี ก็เดินหน้าไป สิ่งใดทำให้เกิดความปรองดองได้ ก็ทำ แต่ขณะนี้ ยังไม่ได้เห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ และในฐานะประชาชนคนหนึ่งก็ยอมรับได้บางส่วน แต่ไม่ได้พอใจทั้งหมด
เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญยังคงเป็นประเด็นที่ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่อง ยิ่งใกล้จะถึงวันที่ร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะเสร็จสิ้นมากขึ้นเท่าไหร่ ฝ่ายการเมืองก็ยิ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์
นายคณิน บุญสุวรรณ คณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย กล่าว ว่า ส.ว.แต่งตั้ง จำนวน 250 คน ดังกล่าวเมื่อบวกกับ ส.ส.อีกจำนวนกึ่งหนึ่ง คือ 250 รวมเป็น 500 คน และมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนนอก ก็จะทำให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งกลายเป็น เผด็จการสองหน้า กล่าวคือ เป็นทั้งเผด็จการรัฐสภา เหตุเพราะสามารถควบคุมรัฐสภา และการบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และเผด็จการนอกสภา เหตุเพราะได้รับการโอบอุ้มทั้งจากกองทัพ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ทาง คสช. และรัฐบาล พยายามยืนยันกับสังคมตลอดเวลา ซึ่งปัจจัยสำคัญ คือ ความจริงใจของผู้มีอำนาจทั้งจาก คสช.และรัฐบาล ที่จะมีส่วนดำเนินการให้มีความเป็นไปได้บนเงื่อนไข 4 ประการดังนี้
1.ร่างรัฐธรรมนูญได้รับการยอมรับจากประชาชน
2.จัดให้มีกระบวนการออกเสียงประชามติ ว่าจะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม
3.สามารถจัดทำให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
4.สร้างสรรค์บรรยากาศของการเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยให้เป็นไปด้วยความเหมาะสม
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงภาพรวมร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ตอบโจทย์ประชาชนได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่เป็นตามคาดหวังมากเท่าไหร่ เวลาปฏิบัติจริงจะไม่มีประสิทธิภาพ การออกกฎหมายห้ามฆ่าคน ไม่ได้ทำให้การฆ่าจะหมดไป เช่นเดียวกัน การออกกฎหมายว่าต้องปฏิรูปป้องกันทุจริต ไม่ได้แปลว่าการทุจริตจะหมดไป ตนไม่ค่อยมั่นใจว่าจะได้ผล คำปราบโกงเป็นวาทกรรมโฆษณาว่าเป็นจุดแข็งของรัฐธรรมนูญ แต่ตนไม่เห็นว่ามันจะมีการปราบโกงได้อย่างไร ส่วนใหญ่มีมานานแล้ว แต่เราไม่นำกฎหมายนั้นมาโฆษณา
