นักการเมืองสะดุ้ง!! "บิ๊กตู่" วางเป้าเปิดหลักสูตรปรับทัศนคติ  "ฝึกอบรมผู้นำสร้างชาติอย่างสร้างสรรค์"

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 


สร้างความฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่มีแนวคิด เปิดหลักสูตรปรับทัศนคตินักการเมือง และจัดโควตาไว้สำหรับสื่อมวลชนเข้าอบรมด้วยโดยชื่อหลักสูตรยังไม่ถูกกำหนดแน่ชัด แต่เป้าหมายวางไว้แล้ว โดยจะเป็นการปรับทัศนคติทางการเมือง ธรรมาภิบาล ศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม

 

 

 

 

 


ล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ได้ชี้แจงว่าการเรียกบุคคลปรับทัศนคตินั้นไม่เคยทำร้ายใคร

 


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงการเชิญบุคคลเข้าการปรับทัศนคติว่า เป็นเรื่องของกฎหมาย เพื่อมุ่งหมายจะสร้างความขัดแย้งบิดเบือนโจมตีรัฐบาลในสิ่งที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

 


คนไทยทุกคนต้องรู้กฎหมายและข้อห้าม แต่หลายคนก็ยังโจมตี คสช. อ้างคำว่าประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ซึ่งตนได้พูดมาหลายครั้งแล้ว เป็นคนละเรื่องกัน ถ้ากฎหมายมีไว้แล้ว ท่านฝืนท่านก็ผิดกฎหมาย เมื่อถูกจับกุมดำเนินคดี ท่านก็บอกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน แบบนี้ไม่น่าใช่ ซึ่งตนได้อธิบายหลายประเทศถึงเหตุผลของเราในเรื่องขอการเชิญมาปรับทัศนคติ ไม่ใช่เป็นอย่างที่เขาไปกล่าวอ้างกัน หรืออย่างที่มีการล๊อบบี้ยีสต์ต่างๆในต่างประเทศ ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว ทุกคนต้องเข้าใจประเทศไทย ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่

 


โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า "เราก็ไม่เคยไปทำร้ายคนต่างๆ เหล่านั้น ถ้าผิดจริงๆ ตามกฎหมาย ก็ต้องส่งดำเนินคดี ถ้ายังไม่ชัดเจน เพียงแต่ว่าเข้าใจผิด ก็เรียกมาพูดคุย แต่หลายคนก็พูดหลายครั้งแล้ว เรียกหลายครั้งแล้วก็ยังไม่เข้าใจ แสดงว่าไม่มีเจตนาอันบริสุทธิ์ ในการจะวิพากษ์วิจารณ์ อย่างที่เขากล่าวอ้าง ก็จำเป็นต้องตักเตือนกันบ้าง ไม่ได้หมายความว่าใครพูดไม่ได้เลย"

 


ขณะที่พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. เปิดเผยว่า ได้จัดทำหลักสูตรอบรมนักการเมือง ที่เคยถูกเรียกปรับทัศนคติแล้ว แต่ทำผิดซ้ำเสร็จสิ้นแล้วเบื้องต้นจะอบรมในระยะเวลา 7 วัน โดยเน้นไปที่กลุ่มคนที่ยังไม่เข้าใจการทำงานของรัฐบาลและ คสช. ซึ่งมีรายชื่ออยู่ในมือแล้วเป็นบุคคลหน้าเดิมๆ ส่วนสถานที่จัดอบรมนั้นมีอยู่ ทั่วประเทศ รวมถึงชายแดนภาคใต้ เช่น จ.ปัตตานี และยะลา ด้วย

 


พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กล่าวถึงการดำเนินการจัดหลักสูตรอบรมนักการเมืองของคสช.ว่า หลักสูตรดังกล่าวมีชื่อว่าการฝึกอบรมผู้นำการสร้างชาติอย่างสร้างสรรค์สำหรับผู้นำหรือแกนนำประชาชนทั่วไป โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ประการ คือ


1.เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจสถานการณ์ตั้งแต่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศเมื่อวันที่ 22พ.ค.57 จนถึงปัจจุบัน


2.เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจและรับรู้กติกาสังคมปัจจุบันที่เน้นสร้างความปรองดองสมานฉันท์


3.สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและไว้ใจต่อการปฏิบัติงานของรัฐบาลและ คสช.


และ 4.ขอความร่วมมือไม่ให้ผู้เข้ารับการอบรมขัดขวาง และขอความร่วมมือให้ช่วยสนับสนุนงานของรัฐบาลและ คสช.


 

 

 

ส่วนหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ที่เหมาะสมเข้าอบรม ทาง คสช.ได้กำหนดไว้ว่าเป็นผู้นำหรือแกนนำประชาชน ที่กระทำผิดกฎหมาย ทำผิดกติกาสังคม และฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติจนทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลและ คสช.เกิดความเสียหาย รวมถึงมีพฤติกรรมที่มีแนวโน้มสร้างความขัดแย้งระหว่างคนในสังคม ตลอดจนมีพฤติกรรมแปลกแยกไปจากสังคม ส่วนระยะเวลาหลักสูตรนี้จะใช้เวลาทั้งสิ้น 7 วัน จำนวน 168 ชั่วโมง โดย คสช.ใช้อำนาจตามกฎหมายเท่าที่เราทำได้และไม่มีอะไรเกินเลยแต่อย่างใด

 


พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนปฏิบัติในการเชิญผู้ถูกอบรมในหลักสูตรดังกล่าวนั้น จะเชิญตัวและดำเนินการอย่างเปิดเผยด้วยการให้เกียรติ พร้อมทั้งแจ้งพฤติกรรมคนที่ถูกเชิญได้รับทราบว่ามีคุณสมบัติใดที่ควรเข้ารับการอบรม อีกทั้งจะต้องแจ้งให้ญาติของผู้ถูกอบรมรับทราบว่าจะไปสถานที่ใด รวมทั้งสามารถเข้าไปเยี่ยมได้ ทั้งนี้ขอย้ำว่าเราจะอำนวยความสะดวกให้คนที่เข้ารับการอบรมเป็นอย่างดี หากจบหลักสูตรอบรม 7 วันแล้ว เราจะอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับบ้านด้วย เมื่อถามย้ำว่าหากผู้ที่เข้าข่ายไม่ยินยอมจะดำเนินการอย่างไร พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวว่า คสช.มีอำนาจในการเชิญตัวและตักเตือน

 


รายชื่อผู้ที่จะเข้ารับการอบรม อาจจะเป็นคนเดิม ๆ ที่ คสช.ติดตามพฤติกรรมมาโดยตลอด อีกทั้งเชิญมาพูดคุยหลายครั้งแล้ว แต่ช่วงหลังพบว่ามีท่าทีและทัศนคติของคนเหล่านั้นที่ดีขึ้น ย้ำว่าเรายังคงติดตามและเฝ้าดูอยู่เสมอ ส่วนจะเป็นใครบ้างที่มีทัศนคติดีขึ้นนั้น ผมคิดว่าน่าจะเป็น 2 คนที่คสช.เชิญมาพูดคุยก่อนหน้านี้ เพราะไม่ได้สร้างความสับสนเพิ่มเติมและยังให้ความร่วมมือ

 


ส่วนที่พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ในฐานะเลขาธิการคสช.ระบุว่าจะส่งผู้เข้าอบรมไปค่ายทหารพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้นั้น สิ่งที่ผบ.ทบ.พูดนั้นหมายถึงค่ายทหารทุกพื้นที่ที่สามารถรองรับหลักสูตรนี้ได้ ไม่ว่าจะหวัดใดก็ตาม ที่ระบุว่าเป็นจ.ยะลา และจ.ปัตตานี คิดว่าคงเป็นเพียงแต่ยกตัวอย่างชื่อจังหวัดเท่านั้น

 


 "ผมขอร้องว่าในฐานะที่เราเป็นคนไทยด้วยกัน และในฐานะที่พวกท่านเป็นอดีตนักการเมืองเคยบริหารประเทศมา คิดว่าแต่ละท่านคงมีวุฒิภาวะพอที่เข้าใจต่อกระบวนการของกฎหมายอยู่แล้ว

 


หากท่านรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และรู้สึกว่าคสช.ละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งใช้อำนาจเกินขอบเขตนั้น ผมขออธิบายเลยว่า คสช.ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้เกิดความรู้สึกเช่นนั้นเพียงแต่เราต้องการรักษาสถานการณ์ประเทศให้เกิดความสงบ พร้อมทั้งขอความร่วมมือคนที่มีความคิดเห็นที่แตกแยกให้ช่วยสงบสติอารมณ์ ควรอยู่ในความสงบ ปล่อยให้รัฐบาล และ คสช.บริหารประเทศดูแลประชาชนก่อน เพื่อวางอนาคตให้ประเทศไทยมีความก้าวหน้าเป็นสากล นี่คือเจตนารมณ์สำคัญอย่างยิ่งของรัฐบาล และ คสช"

 


ซึ่งประเด็นของการปรับทัศนคติในครั้งนี้ก็ได้มีคนออกมาคัดค้านเป็นจำนวนรวมถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หรือ กสม. ที่ได้ออกมาระบุว่าคสช.ไม่ควรที่จะใช้อำนาจตามอำเภอใจ

 


นายวัส ติงสมิต ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดทำหลักสูตรอบรมนักการเมืองและผู้ที่มีความเห็นต่าง ว่า หลักสูตรดังกล่าวต้องออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนแล้วจึงจะศึกษาว่าใช้อำนาจตามกฎหมายอะไร ส่วนที่ระบุว่ามีการเตรียมพื้นที่การจัดอบรมที่ค่ายทหาร ใน จ.ยะลา จ.ปัตตานี นั้น อาจจะเป็นการแซวกันเฉยๆ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอาจจะไม่สะดวกในการเดินทาง

 

 

อย่างไรก็ตามการใช้อำนาจอะไรก็ตามหากไม่มีเหตุผลก็จะมีปัญหาตามมา แม้จะเป็นผู้ที่มีอำนาจจากการรัฐประหาร โดยอ้างว่าเพื่อแก้ปัญหาที่ยุ่งเหยิง ก็ต้องใช้หลักการและเหตุผล จะใช้อำนาจตามอำเภอใจไม่ได้ ต้องฟังความคิดเห็นของแต่ละฝ่ายด้วย ซึ่งในส่วนของกสม.ยังคงทำหน้าที่พิจารณาการร้องเรียนจากประชาชนจากคำสั่ง คสช. ข้อกฎหมายต่างๆ รวมถึงศึกษาหลักสูตรดังกล่าวด้วย โดยจะเขียนข้อเสนอแนะและรายงานต่อนายกรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า

 


ขณะที่ทางด้านนายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สปท. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.เผยความคืบหน้าหลักสูตรอบรมนักการเมือง ที่มีความเห็นต่างกับรัฐบาล และ คสช.โดยอาจจัดที่ค่ายทหาร จ.ปัตตานี หรือยะลา ว่า ฟังจากน้ำเสียง ตนเชื่อว่าการปรับทัศนคติ ผบ.ทบ. อาจทำจริง แต่เรื่องพาลงไปอบรมภาคใต้ ท่านคงพูดเล่น ไม่ทำจริงหรอกอย่าถามไปจับประเด็นเป็นข่าวกันเลย