จุดชนวนความแตกแยก ?? สัญลักษณ์ "ขันแดงแม้ว" ตอกย้ำ "ทักษิณ" ไม่หยุดคิด - เสื้อแดงไม่หยุดทำ ???

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 


สำหรับสถานการณ์ขันแดงที่กำลังเป็นไปก็เป็นที่ชัดเจนว่าเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงและระบอบทักษิณที่พยายามที่จะใช้ขันน้ำเป็นสัญลักษณ์เพราะเข้ากับบรรยากาศสงกานต์ที่กำลังจะมาถึง

 

 

 


แต่ทั้งนี้ลักษณะของขันนอกจากจะใช้ในเชิงสัญลักษณ์และยังจะมีการเขียนข้อความด้านข้างขัน เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนายทักษิณและพรรคพวกจึงทำให้เข้าข่ายการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116และถ้าเกิดนำไปโพสต์ในระบบอินเตอร์เน็ตก็อาจจะผิด พรบ.คอมพิวเตอร์

 


เพราะฉะนั้นสำนักข่าวทีนิวส์ก็อยากที่จะสื่อสารไปยังพี่น้องคนเสื้อแดงว่าอย่าได้ตกเป็นเหยื่อกับการกระทำที่ฉาบฉวยแบบนี้และยังเป็นการสร้างความแตกแยกให้กับประเทศไม่รู้จักจบจักสิ้น

 


ซึ่งประเด็นนี้เริ่มมาตั้งแต่ มีชาวเชียงใหม่ ได้รับแจกขันน้ำสีแดง พร้อมภาพถ่ายของ นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในท่ายกพนม พร้อมคำอวยพรและข้อความใต้ภาพของ นายทักษิณ ระบุว่า "สวัสดีวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2559 สงกรานต์ปีนี้ผมรู้สึกคิดถึงพี่น้องเป็นพิเศษ อยากมาช่วยท่านแก้ปัญหา แต่วันนี้ขอส่งกำลังใจมาก่อน รักและคิดถึง"

 


ส่วนข้อความที่ติดบนขันน้ำสีแดง มีว่า "แม้สถานการณ์จะร้อนขอให้พี่น้องได้รับความเย็นผ่านขันใบนี้ ด้วยรักและ ห่วงใยสุขสันต์วันสงกรานต์" โดยขันสีแดงดังกล่าว มีการแจกจ่ายกันไปยังชุมชนหลายแห่ง และมีคนนำมาโพสต์ใน เฟซบุ๊กด้วย

 


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การแจกขันน้ำสีแดงสร้างความฮือฮา หลังจากมีผู้ถ่ายภาพมาลงในโซเชียลเน็ตเวิร์ก จนมีการโพสต์และแชร์ต่อกัน จึงคาดกันว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะมีขันแดงนี้ออกมาสร้างสีสันทั่วเชียงใหม่.

 


ต่อมาศาลทหารได้มีคำสั่งฝากขังางธีระวรรณ เจริญสุข แกนนำคนเสื้อแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เป็นเวลา 12 วัน ก่อนที่ทนายจะยื่นขอประกันตัว ซึ่งทางศาลทหารเชียงใหม่ ได้อนุญาตให้ประกันตัว พร้อมหลักทรัพย์ 1 แสนบาท และห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองระหว่างปล่อยตัว

 


ต่อมาวันที่เมื่อวันที่ 2 เม.ย. พล.ต.ชัยณรงค์ แกล้วกล้า ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 38 พล.ต.ต.ดร.ภาดล ประภานนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พ.ต.อ.ประยูร ชำนาญคง ผกก.สภ.เมืองน่าน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 38 อาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 3/2559 ลงวันที่ 1 เม.ย.59 ได้เข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 42/2 ถนนสุริยพงษ์ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ซึ่งเป็นบ้านของนางสิรินทร รามสูตร อดีต สส.พรรคเพื่อไทย พบขันน้ำสีแดง รวมทั้งสิ้น 8,862 ใบ

 


นอกจากนี้ ยังตรวจยึดที่สำนักงาน ส.ส.นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ที่ อ.เวียงสา และสำนักงาน ส.ส.ณัฐพงษ์ สุปรียศิลป์ ที่ อ.ปัว โดยได้บันทึกตรวจยึดขันแดงทั้งหมดที่เก็บไว้ในสำนักงานซึ่งยังไม่ได้แจกจ่ายให้กับประชาชน โดยนำไปเก็บไว้ที่มณฑทลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ จ.น่าน โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่มีการแจ้งข้อหาใดๆ ต่อ สำนักงานทั้ง 3 แห่ง

 


ต่อมาวันที่ 3 เมษายน นายทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพผ่านอินสตาแกรม thaksinlive โดยระบุว่าเมื่อวานที่ผ่านมา ทหารบุกเข้ายึดขันน้ำที่สำนักงานอดีต สส.น่าน ของพรรคเพื่อไทยทั้ง 3 คน ซึ่งขันน้ำไม่กี่บาทเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ ทุกวันสงกรานต์จะต้องทำของมาแจกทุกปี แจกมาเป็นสิบๆ ปีไม่มีปัญหา ไม่ทำให้ความมั่นคงของชาติสั่นคลอนแต่อย่างใด

 


"วันนี้ทหารแจ้งว่าจะตั้งข้อหาผิด ม.116 และคาดคั้นอดีต สส.เพื่อไทยทั้ง 3 คน ว่าขันใบนี้ได้มาจากไหน ซึ่งขันก็มีชื่อของผม ไม่เห็นต้องคาดคั้นให้มากความ จะตั้งข้อหาอะไรก็ตั้งมาเลย แล้วเอาเวลาไปดูแลประชาชน ไม่ว่าจะเป็น ภัยแล้ง ระเบิดภาคใต้ ยาเสพติดดีกว่า"

 


ล่าสุด (04-04-59) พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ ทหารร่วมกับตำรวจเข้าตรวจค้นสำนักงานที่ทำการของอดีต ส.ส.จังหวัดน่าน พร้อมยึดขันแดงที่มีข้อความและลายเซ็นนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลายพันใบที่เตรียมแจกประชาชนในพื้นที่ รวมถึงก่อนหน้านี้ ที่มีการจับกุมผู้ต้องหาที่ จ.เชียงใหม่ ในกรณีเดียวกันนี้ ว่า ขณะนี้ทางตำรวจภูธรแม่ปิง จ.เชียงใหม่ ได้แจ้งข้อหา กับผู้ครอบครอบขันแดง และถ่ายภาพลงเฟซบุ๊ก ในข้อหากระทำผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นทางการเมือง หลังถ่ายภาพคู่กับขันแดง

 


ทั้งนี้ การแจ้งข้อหา ตำรวจยืนยันดูที่เจตนาเป็นหลัก เนื่องจากเวลานี้บ้านเมืองต้องการความสงบเรียบร้อย เดินหน้าปฏิรูปประเทศ หากมีกลุ่มหรือบุคคลใดละเมิดก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และเตรียมขยายผลต่อไป

 


พร้อมกันนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวปฏิเสธเรื่องที่ตำรวจเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการจัดการฝ่ายเห็นต่าง แต่ตำรวจเป็นกลไกทำงานเพื่อประเทศชาติ.

 


ขณะที่ทางด้านของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงเรื่องที่ทหารแจ้งข้อหาประชาชนที่โพสต์ภาพ “ขันน้ำสีแดง” ที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แจกจ่ายในเทศกาลสงกรานต์ว่า อยากให้มองเป็นเรื่องบรรยากาศสืบสานประเพณีไทยมากกว่าจะมองเป็นเรื่องของความมั่นคง

 


ส่วน นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีมีการแจกขันแดงเพื่อเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์ ว่า เหมือนแจกปฏิทินในเทศกาลปีใหม่ ซึ่งกระทำกันจนเป็นประเพณี นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อความซึ่งพิมพ์ติดอยู่ข้างขัน เป็นคำอวยพรวันสงกรานต์จาก นายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งตนดูข้อความโดยรวมแล้วไม่มีสาระส่วนใดเลยที่เป็นการยุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมืองแต่อย่างใด

 


นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย ว่า รู้สึกแปลกใจที่รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความสำคัญกับเรื่องของการแจกจ่ายขันสีแดง จนทำให้เป็นที่สนใจไปในวงกว้าง เปรียบเหมือนปี่กลอง ฆ้องระฆัง ที่อยู่เฉยๆ ก็ไม่มีเสียง แต่ คสช.กลับมาหยิบมาเป่า เอาไม้ไปตีให้เสียงดังขึ้น ทั้งๆ ที่ควรจะปล่อยผ่านไป

 


เนื่องจากแค่การแจกของที่ตรงกับเทศกาลเท่านั้น พอพ้นช่วงนี้ไปก็ลืมกันแล้ว จึงอยากให้ผู้มีอำนาจในขณะนี้ ทบทวนไตร่ตรองแนวทางในเรื่องลักษณะนี้ รวมทั้งสื่อเอง ก็ไม่ควรขยายความในประเด็นเหล่านี้ด้วย

 


ซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์นั้นก็ต้องขอย้ำกับพี่น้องคนเสื้อได้ว่าอย่าได้ตกเป็นเครื่องมือ มิเช่นนั้นอาจจะโดนดำเนินคดีตามกฎหมาย

 


โดยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 เขียนเอาไว้ว่า  ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต

(1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย

(2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ

(3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี

 


และ พรบ. คอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา 14 ระบุว่า ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ

(1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

(2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ   โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

(3) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ  อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา

(4) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ  ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

(5) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (1)(2) (3) หรือ (4)

 


ทั้งนี้ปรากฏการณ์เรื่องขันแดงซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเมืองฝ่ายระบอบทักษิณก็ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่านายทักษิณก็พยามที่จะต่อสู้กับ คสช.ทุกรูปแบบเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเดินทางกลับประเทศโดยไม่ติดคุก

 


เพราะฉะนั้นเชื่อได้เลยว่านอกเหนือจากขันแดง ในอนาคตก็อาจจะมีรูปแบบใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติม

 


และเมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้จัดทำ "ปฏิทิน 2 นายกฯ" ซึ่งเป็นปฏิทินที่มี 2 แบบ โดยมีเป็นรูปภาพคู่กันระหว่าง 2 อดีตนายกฯ คือ นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทั้งนี้ปฏิทินดังกล่าวได้จัดทำขึ้นเพื่อขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความรัก และความปรารถนาดีต่อครอบครัวชินวัตรตลอดมา

 


ทั้งนี้ ปฏิทินดังกล่าวได้ผลิตขึ้นทั้งหมด 3 แสนฉบับ โดยเมื่อมีการแพร่ภาพปฏิทินออกไป ก็มีประชาชนจำนวนมาก แสดงเจตจำนงขอปฏิทินดังกล่าวจากอดีต ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยที่ได้รับมาคนละ 1 พันชุดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่

 


นี่ก็อาจจะทำให้มองได้ว่าเป็นการใช้ช่วงเทศกาลปลุกปั่น ยุ่ยงให้คนเสื้อแดงมีการเคลื่อนไหว

 


ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านี้นายทักษิณ ชิวัตรได้เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศอย่างสำนักข่าวอัลจาซีรา ระบุว่า จะสามารถกลับประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องเผชิญกับข้อหา รวมถึงไม่ต้องหลบอยู่แต่ในบ้าน เพราะกลัวการลอบสังหาร เนื่องจากไม่ใช่คนเลว แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเช่นนั้น

 


ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังเดินทางกลับมาจากการประชุมระดับผู้นำด้านความมั่นคงนิวเคลียร์ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา โดยสื่อมวลชนถามถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านของนางสิรินทร รามสูต อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ใน ต.เวียง อ.เมือง จ.น่าน และได้ยึดขันน้ำสีแดงว่า "สีแดง สีเหลืองก็ตักน้ำอาบได้ ทำไมถึงอยากได้สีแดง สีแดงเอามาอาบน้ำแล้วสบายกว่าสีอื่นเหรอ ขันใบละกี่สตางค์ ซื้อเองไม่เป็นเหรอ หรือชอบของฟรี แล้วใครให้มาล่ะ" พล.อ.ประยุทธ์ตอบสื่อมวลชนพร้อมกับหันไปสั่งการให้ตำรวจไปตรวจสอบว่าการแจกขันสีแดงเป็นเรื่องผิดกฎหมายหรือเปล่า

 


"ถ้าไม่ผิดก็คือไม่ผิด แต่สมควรทำหรือเปล่า บางอย่างไม่ผิดกฎหมาย แต่สมควรทำหรือไม่ มันเป็นเรื่องของการเกรงกลัวต่อบาปที่ทางพุทธศาสนาเรียกว่าหิริโอตัปปะ"

 


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่าว่า "ถ้าเจตนาดีจะแจกขันทำไม แจกตุ่มสิ เอาไว้เก็บน้้ำฝน จะแจกขันทำไม"

 


ขณะที่พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่ เข้ายึดขันแดง 3 อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.น่าน ว่า เป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ ฉวยเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงเป็นเหตุการณ์บังหน้าว่า เป็นพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้ เพราะมีเจตนายั่วยุปลุกปั่นให้เกิดการแบ่งแยกประชาชนออกเป็นสี เป็นฝ่าย ทั้งที่รัฐบาลและพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ พยายามที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง และปัญหาในอดีต หันหน้าเข้าปรองดอง รวมความสามัคคีของคนในชาติให้เป็นปึกแผ่น

 


พล.ต.สรรเสริญ ยังกล่าวต่อว่า "มีวิธีแสดงออกมากมายที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ใจต่อเทศกาลและต่อประเทศชาติ แต่การเลือกกระทำในสิ่งที่มีนัยแฝงเช่นนี้ ตีความได้เพียงประการเดียว

 


คือ ฉวยโอกาสจากเทศกาล มาสร้างสถานการณ์ความแตกแยกและก่อความวุ่นวายในสังคม ที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามอดทน และอดกลั้นต่อพฤติกรรมเคลือบแฝงเหล่านี้มาโดยตลอด เพื่อให้โอกาสทุกคน ทุกฝ่ายได้คิดกลับตัวกลับใจ มองไกลเพื่อชาติเพื่อบ้านเมือง ไม่ใช่แค่ผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มเฉพาะตัว แต่ระยะเวลาที่ผ่านมา พอที่จะพิสูจน์ได้ว่าสำหรับบางคนบางกลุ่มนั้น เวลาไม่ช่วยอะไรเลย เชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนมองออก และเข้าใจพฤติกรรมสร้างสถานการณ์เหล่านี้ที่มีมาเป็นระยะ