- 16 เม.ย. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่มีความร้อนแรงขึ้นทุกขณะเนื่องจากมีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ก็ได้มีการออกมาพูดถึงปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
ขณะที่พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี 2 พรรคใหญ่ทางการเมืองมีจุดยืนไปในแนวทางไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า ขอให้นักการเมืองที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญและยืนยันไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้จดจำและทำตามที่พูดไว้
โดยเฉพาะในประเด็นที่มีนักการเมืองจากพรรคใหญ่ ระดับหัวหน้าพรรคและแกนนำของพรรค ออกมาให้สัมภาษณ์ทำนองที่ว่า คสช.มีผลงานเด่นเพียงด้านการดูแลความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงนั้น อยากขอให้กลับไปทบทวนตนเองว่าแต่ละพรรคได้ทำอะไรไว้กับบ้านเมืองบ้างในช่วงเวลาที่บริหารบ้านเมือง เฉพาะเรื่องความมั่นคงเรื่องเดียว ทำกันได้หรือไม่ รวมทั้งการเรียกร้องให้ใช้กฎหมายปกติดูแลบ้านเมือง สะท้อนว่าหลายท่านอาจลืมไปแล้วว่าในอดีตการใช้กฎหมายปกติได้ผลหรือไม่ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมือง
ดังนั้นหากจะย้อนกลับไปใช้กฎหมายปกติ และผู้บริหารเป็นนักการเมืองที่มีพฤติกรรมแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คงไม่อาจหวังผลการแก้ปัญหาบ้านเมืองได้เลย จึงอยากเรียนเพื่อทบทวนความเข้าใจและความทรงจำว่า เหตุที่ คสช.ต้องเข้ามาบริหารจัดการกอบกู้บ้านเมือง เป็นเพราะนักการเมืองจากการเลือกตั้งไม่ใช่หรือที่สร้างความขัดแย้งจนประเทศแตกแยก บ้านเมืองย่ำอยู่กับที่ หากนักการเมืองจากการเลือกตั้งในอดีตทำดีเพียงพอ ประเทศไทยคงไม่ต้องเดินมาถึงจุดนี้
นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยถึงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ว่า ฝ่ายความมั่นคงมีการประเมินว่าในช่วงนี้จะมีการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองมากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งในอนาคต มีการเตรียมการให้การแสดงความคิดเห็นของแต่ละฝ่ายไม่กระทบกระทั่งกัน และขอให้แสดงความคิดเห็นในกรอบที่กฎหมายกำหนด ถ้าไม่ผิดกฎหมายเราไปปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นไม่ได้อยู่แล้ว แต่ผู้ที่แสดงความคิดเห็นอย่างเข้มข้น ก็ต้องพูดคุยเพื่อไม่ให้มีความรุนแรงตามมาจากการแสดงความคิดเห็นดังกล่าว
เมื่อถามถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เตรียมขอกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลความสงบเรียบร้อยระหว่างการลงพื้นที่เพื่อทำการชี้แจงเนื้อหาของร่าง รธน. นายปณิธานกล่าวว่า การลงพื้นที่ของ กรธ. เป็นพื้นที่เปิดการเตรียมการที่จะแตกต่างจากการชี้แจงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในมหาวิทยาลัย เพราะในพื้นที่ต่างๆ อาจมีกลุ่มการเมืองหรือมีความขัดแย้งในพื้นที่ จึงต้องมีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย และขอความร่วมมือไม่ให้เกิดความขัดแย้ง อีกทั้งการทำงานของรองนายกฯ จะทำงานเป็นระบบเดียวกันทุกหน่วยงาน มีการประสานงานกัน จึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร
พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เตรียมแถลงจุดยืนเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญในช่วงหลังวันหยุดสงกรานต์ว่า ต้องระวัง เพราะตาม พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ อะไรทำได้-ไม่ได้เป็นเส้นบางๆ
ถ้าบอกความคิดเห็นของตัวเองเหมือนพรรคประชาธิปัตย์ แล้วไม่มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อก็จบ แต่ถ้าพูดความคิดเห็นตัวเองแล้วไปทำกิจกรรมต่อเพื่อรณรงค์ให้คนอื่นออกเสียงเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ถือว่าผิดแน่นอน กลุ่มเหล่านี้มีนักกฎหมายอยู่น่าจะพิจารณาได้ว่าอะไรทำได้ไม่ได้ แต่ถ้าไม่เคารพกฎหมาย หาช่องแล้วท้าทาย ไม่ควรทำ อะไรไม่มั่นใจพูดคุยกันดีกว่า
ส่วนทางฝากฝั่งของ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักนายกฯ ท้าทายนักการเมืองที่ค้าน อย่าลงเลือกตั้งหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติว่า ปกติรู้จักและคุ้นเคย พล.ต.สรรเสริญ เคยร่วมงานกับนักการเมืองหลายคนช่วงวิกฤติการเมืองปี 52-53 เป็นอย่างดี ไม่ใช่คนพูดจาแบบนี้
ต้องถาม ว่า มีมูลเหตุจูงใจใดทำให้ท่าทีเปลี่ยนไป ออกมาในลักษณะท้าทาย นักการเมืองมีทั้งดี และไม่ดี เช่นเดียวกับทหาร อย่าตีขลุม เหมารวมนักการเมืองเลวหมด
วันนี้บ้านเมืองต้องการความสงบเพื่อผ่าวิกฤติ ขับเคลื่อน สามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คำพูดใดไปกระทบหลายภาคส่วนโดยไม่มีมูลความจริง อาจทำให้คนตั้งใจแก้ปัญหาเสียกำลังใจได้
ดังนั้น พล.ต.สรรเสริญ ควรปรับทิศทาง ปรับทัศนคติการพูดของตนเองเสียใหม่ ยังเชื่อว่าโดยเนื้อแท้ท่านเป็นคนดี แต่ถ้าไม่หยุดออกมาโจมตีนักการเมือง แปลว่าต้องการให้รัฐธรรมนูญถูกคว่ำจริงๆ ท่าทีเปลี่ยนไปเพราะรับใบสั่งใครมาพูดหรือไม่ ออกมาท้ามากๆ แสดงว่าต้องการไม่ให้ผ่านหรือไม่ มีรัฐธรรมนูญฉบับสำรองรอไว้ หรือซ่อนอยู่ในใจใครหรือไม่
ส่วนนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวว่า ที่พลตรี สรรเสริญ พูดมานั้นเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงทั้งสิ้น พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ได้แถลงถึงจุดยืนว่า จะรับร่างหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ได้พูดถึงข้อดีข้อเสียด้วยหลักการความถูกต้อง และไม่เคยกล่าวถึงว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งขอให้อย่าออกมาบิดเบือนข้อเท็จจริง เป็นถึงโฆษกรัฐบาลควรลั่นถ้อยคำที่เป็นความจริง
ส่วนกรณีที่ระบุว่า ให้พรรคกลับไปทบทวนว่า ได้ทำอะไรไว้กับบ้านเมืองบ้าง ในช่วงเวลาที่บริหารบ้านเมือง พรรคอื่นไม่รู้ แต่ถ้าจะหมายถึงพรรคประชาปัตย์ ยืนยันว่าไม่เคยสร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง 70 ปีที่ผ่านมาของพรรคได้ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองมาตลอด
นายราเมศ กล่าวต่อว่า ควรแยกแยะให้ออกว่าสิ่งไหนดี สิ่งไหนไม่ดี อย่าเหมารวมทั้งหมด พรรคการเมืองก็เช่นกันพรรคไหนดีพรรคไหนไม่ดี เชื่อว่า พลตรี สรรเสริญ แยกแยะออก ตอนที่พรรคประชาธิปัตย์ต่อสู้กับระบบทักษิณที่กำลังทำให้ประเทศเสียหาย วันนั้นลืมไปแล้วหรือ"
ส่วนนายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่าในที่นี้คงไม่ไปตอบโต้อะไรกับพล.ต.สรรเสริญ แต่ในฐานะนักการเมืองและมีความใกล้ชิดประชาชน ในเมื่อมีกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น และเห็นประเด็นใดที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปตามหลักการ ซึ่งตนและนักการเมืองคนอื่นๆได้แสดงความคิดเห็นไปหมดแล้ว
เพราะฉะนั้น ณ วันนี้ต้องเคารพ พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ คงไม่ไปเสี่ยงไปวิพากษ์วิจารณ์ใดๆอีกแล้ว ดังนั้นตอนนี้ต้องเป็นหน้าที่ประชาชนที่จะต้องนำเอาไปตรึกตรองและพิจารณา พร้อมทั้งไปใช้สิทธ์ตนเองในลงประชามติว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ ทั้งนี้ถ้าผลหลังจากประชามติออกมาเป็นอย่างไร
นายสามารถ กล่าวต่อว่า สมมติว่าถ้าประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส่วนตัวคิดว่าไม่เป็นอะไรต้องเคารพเสียง และการตัดสินใจของประชาชนว่าพวกเขามีความต้องการใช้กติกาแบบนี้
ขณะเดียวกันตนเป็นผู้เล่นการเมืองก็จะไปลงสมัครเป็นผู้แทนประชาชนตามกติแบบนี้ และพอหลังเลือกตั้งจะทำหน้าที่ตามที่กติการะบุไว้ ส่วนผลของการทำหน้าที่จะมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนมาน้อยเพียงใดคงโทษพวกเราไม่ได้ เพราะกติกาเป็นแบบนั้นเอง ทั้งนี้หวังว่าผู้มีอำนาจคงให้เกียรติประชาชนที่พวกเขาเลือกกติกาแบบนั้น
นายสามารถ กล่าวต่อว่า คิดว่าการที่พล.ต.สรรเสริญออกมาพูดในทำนองเช่นนี้ผมคงไม่ไปโต้ตอบอะไรหรอก แต่อยากให้พล.ต.สรรเสริญลองไปถามประชาชนดูเถอะว่าตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาล และคสช.เข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศแทนนักการเมือง อยากให้ช่วยถามหน่อยว่าประชาชนได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน บ้านเมืองเจริญ มีความสุขไหม เพราะเป็นประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ และเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากผู้มีอำนาจรัฐ
