- 22 เม.ย. 2559
เฝ้าระวังใกล้ชิด !! จับตา "รอยเลื่อนอุตรดิตถ์" ลากยาว-ร้าวลึก จากจีนถึงไทย !! เสี่ยงแผ่นดินไหวขนาด 7.0 !!!?
วันนี้ (22 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวิทย์ โคสุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนวิจัยรอยเลื่อนมีพลัง กรมทรัพยากรธรณี เผยว่า ประเทศไทยมีรอยเลื่อนมีพลัง 14 กลุ่มรอยเลื่อน พาดผ่าน 21 จังหวัด โดยรอยเลื่อนที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษ คือ "รอยเลื่อนแม่จัน" ที่พาดผ่านจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ต่อเนื่องไปถึง สปป.ลาว มีโอกาสเคลื่อนตัว จนอาจเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขนาดสูงสุดขนาด 7.0 แต่ไม่สามารถระบุช่วงเวลาเกิดชัดเจนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
เช่นเดียวกับ "รอยเลื่อนสะกาย" ของเมียนมา ที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 7.5 - 8.0 ได้ใน 50 ปีข้างหน้า และแรงสั่นสะเทือนจะกระทบถึงประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ ทำให้ตัวอาคารบ้านเรือนเสียหายทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและกรุงเทพมหานคร ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดว่าจะกระทบไทยอย่างไร
นอกจากนี้ ยังมีการจับตาและเฝ้าระวัง "รอยเลื่อนอุตรดิตถ์" พบว่า รอยเลื่อนนี้ไม่ได้มีเฉพาะไทย แต่พาดผ่านมาจากจีนตอนใต้ เวียดนาม ลาว และปลายรอยเลื่อนอยู่ที่ไทย จึงเป็นรอยเลื่อนมีพลังขนาดใหญ่และยาวมาก ที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด โดยเฉพาะการขยับหรือเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนแม่น้ำแดงในประเทศจีน ขนาด 7.5 - 8.0 จะมีผลกระทบต่อรอยเลื่อนอุตรดิตถ์ทันที
ขณะที่ รศ.ดร.ปัญญา จารุศิริ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยธรณีวิทยาแผ่นดินไหวและธรณีแปรสัณฐานผืนแผ่นดินเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยสำรวจพบว่า "รอยเลื่อนอุตรดิตถ์" เป็นรอยเลื่อนมีพลังขนาดใหญ่และเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงสูงขนาด 6.0 - 7.0 ที่ซ่อนตัวอยู่และมีความน่ากลัว เพราะเป็นรอยเลื่อนที่ขนานกับ "รอยเลื่อนแม่จัน" คาดว่า จะบรรจุเป็นรอยเลื่อนใหม่ของไทยในปีหน้า
รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก หน่วยวิจัยธรณีวิศวกรรมแผ่นดินไหว ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึง ความเสี่ยงภัยเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.5 กับเขื่อนในประเทศไทย ว่า ประเทศไทย มีเขื่อนประมาณ 5,000 เขื่อน แบ่งเป็น เขื่อนขนาดเล็กกว่า 4,000 แห่ง, เขื่อนขนาดกลางและขนาดใหญ่อีกกว่า 200 แห่ง ซึ่งก่อนการก่อสร้างเขื่อนทุกครั้งจะสำรวจขุดเปิดฐานรากในช่วงกลางแม่น้ำของตัวเขื่อนว่ามีรอยเลื่อนมีพลังหรือไม่ และมีโครงสร้างที่รองรับการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0
ทั้งนี้ ทุกเขื่อนจะมีเครื่องมือแจ้งเตือนการเกิดแผ่นดินไหว กรณีทำให้เขื่อนพังเกิดได้ 3 รูปแบบ คือ น้ำล้นเขื่อนที่เกิดจากแรงกดของน้ำที่มากเกินไป, เกิดจากน้ำซึมหรือมีรอยรั่ว และเกิดจากดินถล่ม ซึ่งตามสถิติของเขื่อนที่จะพังเกิดขึ้นในช่วง 1 - 5 ปี เพราะเป็นช่วงแรกของการรองรับน้ำจำนวนมากเมื่อผ่านไปถือว่าจะโครงสร้างเขื่อนมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญต้องบำรุงรักษาต่อเนื่อง ในส่วนเขื่อนขนาดใหญ่ที่พังจากแผ่นดินไหวมีเพียงเขื่อนเดียวในโลก คือ เขื่อนที่ประเทศญี่ปุ่น ที่เกิดสึนามิเมื่อปี 2554 และเป็นเขื่อนที่สร้างมานานแล้ว สำหรับเขื่อนในไทย โดยเฉพาะเขื่อนวชิราลงกรณ์และเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี ที่หลายคนกังวล พบว่า การก่อสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ ได้อัดทับด้วยหินและปูทับด้วยคอนกรีต ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์ ได้บดอัดด้วยดินเหนียวครั้งละ 5 เซนติเมตร และทับถมครบ 100 เมตร รวมทั้ง ได้สำรวจและจำลองแรงสั่นสะเทือนขนาด 7.0 พบว่า เกิดการทรุดตัวในแนวดิ่งประมาณ 80 เซนติเมตร แต่โครงสร้างของเขื่อนก่อสร้างรองรับกรณีการทรุดตัวอยู่แล้ว หากแผ่นคอนกรีตแตกจะเกิดความเสียหายแค่น้ำไหลซึมออกจากเขื่อน แต่ไม่ทำให้เขื่อนแตก ขอให้ประชาชนสบายใจ อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลในเรื่องอาคารบ้านเรือนที่จะเสียหายจากแผ่นดินไหว จึงขอให้ประชาชนอย่าสร้างที่พักอาศัยในพื้นที่ที่มีรอยเลื่อน
