ถูกต้องหรือไม่!!?? "ชยพล" เมินคำร้อง "ไพบูลย์" เอาผิด "สมเด็จช่วง" ปมรถหรู อ้างมาผิดที่!!!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 


ติดตามใกล้ชิด จากกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติได้เข้ายื่นหนังสือคำร้องกล่าวหาสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ในข้อหาละเมิดพระธรรมวินัย เมื่อวันที่ 7 เมษายน

 

 

 

 

 


และในครั้งนั้น สำนักพุทธฯ ได้มีการประชุม ถึงการหารือถึงกรณีดังกล่าว ว่าจะนำเรื่องนี้มาพิจารณาเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว ซึ่งยังไม่มีชัดเจน


ย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 7 เม.ย.59 ที่ผ่านมา นายไพบูลย์ นิติตะวัน  พร้อมด้วย นพ.มโน เลาหวาณิช อดีตพระวัดพระธรรมกาย ได้เข้ายื่นหนังสือคำร้องกล่าวหาสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ในการล่วงละเมิดพระธรรมวินัยในเรื่องยินดีในทรัพย์สินโดยนำหลักฐานการลงชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายเช็ค 1 ล้านบาท ให้กับอู่วิชาญยื่นต่อสำนักงานพุทธศาสนา


ขณะเดียวกัน นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการ พศ.ในฐานะประธานผู้ดูแลเรื่องดังกล่าว ได้ประชุมคณะกรรมการและมีมติออกมาแล้วและเปิดเผยกับทีมข่าวสเปเชี่ยลรีพอร์ตทีนิวส์ทีวีว่าทางคณะกรรมการได้นำเรื่องคำร้องกล่าวหาสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ที่นายไพบูลย์ ยื่นฟ้องร้องกล่าวสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ซึ่งเป็นการลงโทษนิคหกรรม โดยที่ประชุมมีมติอยู่ 2 ประเด็นคือ จะนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อพระพรหมโมลี(สุชาติ ธมมรัตโน) ประธานเลขานุการผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อให้ท่านพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง และจะทำหนังสือตอบไปยังนายไพบูลย์ ว่าพศ.ได้ดำเนินการอะไรไปบ้างแล้ว


เบื้องต้นนายชยพล พงษ์สีดา ระบุว่ามีความไม่ชัดเจนบางประการในหนังสือที่ทางนายไพบูลย์นั้นยื่นมา โดยมีเนื้อหาระบุถึงทางคณะกรรมการมหาเถรสมาคม แต่แท้ที่จริงหนังสือดังกล่วที่นายไพบูลย์เสนอมานั้น ควรนำเสนอไปทางสำนักงานเลขาผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชจึงจะถูกต้อง


นอกจากนี้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจะได้ตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งเพื่อความถูกต้องและตรงตามเจตนารมณ์ของผู้กล่าวหาเพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หลังจากนี้ทางสำนักงานเลขาฯจะแจ้งกลับมายังสำนักงานพระพุทธศาสนา


 

 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงคดีรถหรูของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ว่าล่าสุดนั้นอยู่ในขั้นตอนใด นายชยพลก็กล่าวเพียงสั้นๆว่า ไม่ขอก้าวก้ายเรื่องดังกล่าวและขอให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น


และเมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ในการทำหน้าที่หรือไม่ นายชยพลระบุต่อว่าทางสำนักงานพระพุทธศาสนาเป็นเพียงองค์กรภาครัฐ ผู้สนองงาน ไม่มีอำนาจดำเนินการโดยตรง และหากพุทธศาสนิกชนท่านใดเห็นความไม่ชอบมาพากลในพระพุทธศานาก็สามรถแจ้งมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาได้เช่นกัน


ขณะเดียวกันก็มีการออกมาเคลื่อนไหวอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับพระพุทธอิสระ กับ นายไพบูลย์ นิติตะวัน  โดยระบุว่าทั้งสองนั้นทำให้สงฆ์แตกแยก


ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองศรีสะเกษ นางสุภาภรณ์ บุญเริ่ม ผู้ประสานกลุ่มพิทักษ์ศาสน์พิฆาตมาร กล่าวภายหลังเข้าแจ้งความร้องทุกข์พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธะอิสระ  3 ข้อหา


1.เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 พระพุทธะอิสระได้ปลุกระดมนำมวลชนจำนวนมากไปข่มขู่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช


2.พระพุทธะอิสระได้นำของสกปรกโสโครกที่อ้างว่าเป็นสังฆทาน ไปลบหลู่ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช


3.พระพุทธะอิสระได้ใช้ถ้อยคำรุนแรงใส่ร้ายผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และคณะสงฆ์ ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังฆมณฑลอยู่หลายครั้งผ่านเฟซบุ๊ก


นอกจากนี้แจ้งความนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ 2 ข้อหา ได้แก่


1.ผิด พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ในมาตรา 44 ทวิ คือ หมิ่นประมาทอาฆาตมาดร้ายประมุขสงฆ์


2.มาตรา 44 ตรี คือทำให้คณะสงฆ์แตกแยก จากนี้ตนและคณะจะติดตามผลการดำเนินคดีเป็นระยะๆ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด