เข้าใจทันที ทำไม "คนไข้ไฟไหม้-น้ำร้อนลวก" ถึงน่าสงสารที่สุด

"อาจารย์หมอสุรัตน์" เล่าเคสคนไข้ถูกน้ำมันร้อนลวกจนใบหน้าเปลี่ยนทั้งชีวิต สูญเสียทั้งครอบครัวและความมั่นใจ สะท้อนบาดแผลที่ไม่ได้ไหม้แค่ผิวหนัง แต่ลึกถึงหัวใจ

อาจารย์หมอสุรัตน์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความล่าสุดผ่านเฟซบุ๊ก สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ ระบุว่า

หากถามว่า คนไข้กลุ่มไหนที่ผมคิดว่า น่าสงสารมากที่สุด

ผมตอบได้คำเดียวว่า กลุ่มคนไข้ที่ถูกไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก

คือไฟมันไม่ได้ไหม้แค่ผิวหนัง แต่มันไหม้ชีวิตหลังจากนั้น

20 ปีก่อน ผมเป็นแพทย์ฝึกหัดโรคสมอง ได้รับปรึกษาให้ไปดูคนไข้โรคลมชักใน ward ศัลยกรรมพลาสติก

ในเวลา 2 ทุ่ม หลังจากกินข้าวแล้ว อจ ก็ไปรับปรึกษาตามปกติ ใบที่แพทย์เขียนมาปรึกษาคือ คนไข้ถูกน้ำร้อนลวก และเป็นโรคลมชัก ให้มาปรับยากันชักให้หน่อย

Ward ศัลยกรรมชั้น 7 หญิง มีคนไข้หนาแน่น เมื่อขึ้นลิฟต์ไปถึง ก็ถือกระดาษรับปรึกษาไปตามปกติ ไฟสลัวตามทาง ให้ความรู้สึกวังเวง อจ ถือ ใบปรึกษาในมืออีก 3 แผ่น คือจำนวนคนไข้ต่างแผนกที่ต้องไปดูให้หมด

อจ ไม่ค่อยชอบศัลยกรรม โดยเฉพาะการทำแผล ไม่ใช่อะไร คำตอบง่าย ๆ คือ ก็แค่ไม่ชอบ มันไม่ถูกจริต แต่เพื่อนคนหนึ่งเรียนรุ่นเดียวกัน ชอบการผ่าตัดมาก มันบอกว่า ได้ตัด ได้เฉือนออก เหมือนกับว่า ทำให้อารมณ์มันดี ได้รักษาแล้ว อจ ไม่ได้ผิดอะไรที่ไม่ชอบศัลยกรรม และเพื่อน อจ ก็ไม่ได้ผิดอะไร ที่ชอบศัลยกรรมแต่เกลียดอายุรกรรมเข้าไส้ ธาตุแต่ละคนต่างกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีหมอหลากหลายสาขา

ศัลยกรรมหญิงในปี พ.ศ. 2547 มันดูไม่ได้ดี เตียงเรียงสวยงาม ไฟสว่างเหมือนสมัยนี้ แต่มันเต็มไปด้วยเตียงเปลเหมือนแพทย์สนามของทหาร แต่มันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เมื่อจำนวนเตียงมี 30 เตียง แต่คนไข้ทะลักปาไป 60 เตียง ไม่มีทางเลือก เปลปูไปจนถึงหน้าลิฟต์ทางเดิน

อจ เดินมาถึงเปลหน้าห้องแรก หยุดมองดูป้ายชื่อ แล้วก็เดินไปหยิบ chart เหล็กที่หนักอึ้งมาพลิกเปิดดู

“เอ่อ คุณ xxx ใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ”

อจ ยืนมองไปยังผู้หญิงอายุราว 25 ปี สวมใส่ชุดสีขาวผ้าฝ้ายเนื้อผ้าหนาฝาดของโรงพยาบาล เธอเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าที่มีผ้าก๊อซพันเอาไว้รอบ ๆ เหมือนเพิ่งผ่านพิธีกรรมทำแผล หลายครั้งที่คนไข้มีอุบัติเหตุที่ศีรษะ แพทย์จะนำผ้าก๊อซมาพันไว้รอบศีรษะแบบนี้ มองเห็นแค่ตา บางคน หากมีแผลกระจายมากหน่อย ก็พันลงมาถึงคอบ่า เหมือนมัมมี่

พอคนไข้เงยหน้าขึ้น ดึงผ้าก๊อซออก อจ ก็ผงะ เมื่อเห็นใบหน้า

ใบหน้าคนไข้ที่ถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวกเป็นแบบนี้นี่เอง บาดแผล burn มันโหดจัด แผล burn มันกระจายทั่วไปหน้าและเส้นผม ผมหยิกและน้อย ทำให้ผมที่อาจเคยดกดำเกือบกลายเป็นคนหัวล้าน ใบหน้าที่อาจเคยมีผิวที่ผุดผ่องของสาววัย 25 สีขาวซีดด้านเหมือนหนังวัว ร้ายกว่านั้น เปลือกตาของเธอหายไป ทำให้ตาเหมือนคนใส่ตาปลอม ใต้คาง หนังที่ลำคอยืดลงมาติดกับบริเวณไหปลาร้า ราวกับผิวหนังนั้นยืดได้เหมือนคาราเมล ริมฝีปากบนเผยอจนเห็นเหงือกและฟัน

อจ เคยเห็นใบหน้าแบบนี้ เมื่อสมัยที่อ่านหนังสือสงครามโลกครั้งที่ 2 มันเป็นใบหน้าที่สิ่งที่ห่อหุ้มหายไป เหลือไว้เพียงร่องรอยที่เป็นตราจารึกแห่งความบอบช้ำ

“หมอจะถามอะไรหรือคะ”

“เอ่อ คุณคนไข้ไปโดนอะไรมาครับ”

“อ้อ... ก่อนอื่น บอกก่อนนะ ว่าหมอไม่ใช่คนแรกที่ตกใจ ใบหน้านี้ มีหมอหลายคน ก็พยาบาลยังตกใจเลย แต่อิฉันชินแล้ว”

ผมยิ้ม แสร้งหัวเราะ หึ ๆ “อ้อ ไม่มีอะไรครับ ไม่คิดว่าแผลจะมากแบบนี้”

“ไม่เป็นไรค่ะ อยู่มาหลายอาทิตย์ ชินแล้ว”

“พอดีหนูเป็นโรคลมชักค่ะ แล้วขาดยา แล้วตอนที่หนูทอดปาท่องโก๋อยู่ หนูก็ชักขึ้นมา แล้วหน้าก็ลงไปในหม้อทอดค่ะ เท่านั้น ชีวิตเปลี่ยนเลย”

เธอตอบด้วยแววตาเศร้า เศร้าพอที่จะทำให้หมอที่กำลังได้รับการฝึกฝนต่อการเห็นอกเห็นใจคนไข้ ได้รับแรงกระเพื่อมของชีวิตอย่างลึกซึ้ง

ผมอ่าน chart แล้ว เห็นว่า เธอเป็นโรคลมชักมานาน แต่บ้านก็ไกลเหลือเกินที่จะมารับยาที่มีเฉพาะในโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ได้ จึงคิดว่าไม่เป็นอะไรหรอกที่จะหยุดยาไปบ้าง ว่างแล้วค่อยไปพบแพทย์

แต่โชคชะตาไม่เป็นแบบนั้น ชีวิตมันจึงเล่นบทโหดร้ายกับเธอ

ประวัติครอบครัว เป็นเรื่องที่แพทย์ทุกคนต้องถามถึง

“แล้วคุณมีครอบครัวหรือยังครับ”

“มีแล้วค่ะ แต่สามีไม่มาหาเลย หลังเห็นหน้าหนูครั้งแรก เขาคงรับไม่ได้ ตอนนี้ไม่ได้ติดต่อกันแล้ว”

“แล้วลูก...”

ยังไม่ทันได้ตอบ เสียงเด็กแว่วมาแต่ไกล ๆ

“แม่ แม่ แม่”

อจ หันหลังไปตามเสียง เด็กผู้หญิงวัยเพิ่งเดินได้ เดินเข้ามาหา คนไข้ที่ผมกำลังถามอยู่ยิ้ม มองไปตามเสียงเด็ก

“มาลูก มา”

เด็กที่วิ่งเข้ามา แต่เห็นใบหน้าของผู้เป็นแม่ก็ตะลึงงัน เหมือนเจอสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้น

“แง แง ผี ผี”

เด็กวิ่งกลับไปยังป้าที่รออยู่ด้านหลัง

อจ ตกใจไปครู่หนึ่ง สงสารจับใจ ไม่มีใครไม่รักแม่ และแม่ไม่มีใครไม่รักลูก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับรูปลักษณ์ภายนอก มันเกินการยอมรับของเด็ก แม้ว่าจะเป็นแม่ของตัวเอง

ผมมองมายังคนไข้ เธอน้ำตารื้นออกมา มองก้มต่ำ อจ ไม่รู้ว่า เธอจะคิดอะไร ต่อไปจะเป็นอย่างไร ชีวิตที่เหลือจะอยู่กับครอบครัวอย่างไร

บาดแผลนั้นหนักหนาเหลือเกิน

ครั้งนั้น หลังจากที่ อจ ได้สัมภาษณ์และปรับยากันชักให้คนไข้เสร็จ

เป็นครั้งแรก ๆ ที่จำติดตา กับคนไข้ที่มีแผลจากการโดนไฟไหม้น้ำร้อนลวก สงสารจับใจ เห็นใจอย่างลึกซึ้ง

ทุกวันนี้ ยังเห็นคนไข้บางคนโดนไฟไหม้น้ำร้อนลวกอยู่ หลายคนเข้มแข็ง หลายคนซึมเศร้า แต่อยากให้คนและสังคมรอบข้าง มองเข้าไปยังชีวิตที่อยู่ภายในผิวกายที่ผ่านความโหดร้ายของชีวิต และเข้าใจ เพื่อให้ชีวิตนี้ยังมีอยู่ได้ด้วยความหวัง ในสังคมของพวกเราต่อไป

ผศ. นพ. สุรัตน์ ตันประเวช