- 13 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
"ชุติชัย สาขากร" ชี้กรณีก.คลังระบุว่าลงบัญชีผิดพลาดทำข้าวหาย 3.9 แสนตันนั้น ไม่มีผลต่อการนำสืบพยานพิสูจน์ข้อเท็จจริง ซึ่งเจตนาดำเนินการจำนำข้าวไม่สุจริตก็เข้าองค์ประกอบความผิดแล้ว - รับสำนวนสรุปค่าเสียหายเอกชน 15 รายแล้ว จ่อยื่นฟ้องชำแหละ "บุญทรง-พวก" อีกรายภายในเดือนมี.ค.นี้ ...
เมื่อวานนี้ (12 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชุติชัย สาขากร รองอัยการสูงสุด ซึ่งรับผิดชอบคณะทำงานอัยการสำนวนคดีรับจำนำข้าว - ระบายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กล่าวถึงกรณีที่นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดโครงการจำนำข้าว ระบุว่าตัวเลขที่ประชาชนได้รับในส่วนต่างราคาจำนำข้าวไม่คิดเป็นความเสียหาย รวมทั้งปลัดกระทรวงกระพาณิชย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การปิดบัญชีรับจำนำข้าวรอบปี 2558 ที่กระทรวงการคลังระบุมีข้าวหายจากสต๊อก 390,000 ตันนั้นเป็นการลงบัญชีผิดพลาดและยังไม่ได้ข้อสรุปทางบัญชี ว่า กรณีดังกล่าวไม่มีผลต่อการนำสืบพยานพิสูจน์ข้อเท็จจริง คดีที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบโครงการจำนำข้าว ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แม้นายจิรชัย เป็นหนึ่งในบัญชีพยานอัยการที่จะต้องให้ศาลไต่สวน
นายชุติชัย กล่าวอีกว่า การจำนำข้าว อัยการได้ยื่นฟ้องเป็นคดีอาญา ดังนั้นต้องพิสูจน์ถึงเจตนาการกระทำว่าได้มีการดำเนินการสุจริตหรือไม่ ส่วนตัวเลขความเสียหายนั้นไม่ว่าจะมากหรือน้อยแต่ถ้าพบความเสียหายเกิดขึ้นแล้วแม้เพียงเล็กน้อย ถือว่าเป็นความผิดเข้าองค์ประกอบกฎหมายแล้ว ส่วนที่ทนายความจำเลย จะนำประเด็นดังกล่าวต่อสู้คดีในชั้นศาล ก็เป็นเรื่องการพิสูจน์ข้อเท็จจริงของจำเลย และศาลจะเป็นผู้วินิจฉัย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ ได้สรุปตัวเลขความเสียหายทางแพ่ง จากการกระทำละเมิดของเอกชน 15 ราย ที่ทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในสำนวนคดีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ กับพวกข้าราชการ และเอกชน รวม 21 ราย กว่า 1.8 หมื่นล้านบาท ?
นายชุติชัย กล่าวว่า อัยการได้รับสำนวนสรุปมูลค่าความเสียหายของเอกชน 15 รายแล้ว และขณะนี้กำลังดำเนินการร่างคำร้อง เพื่อยื่นเป็นคำร้องเพิ่มเติมต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องนายบุญทรงกับพวก ภายในเดือน มี.ค.นี้ ก่อนเริ่มการไต่สวนพยานนัดแรก โดยเรื่องของอายุความ ความผิดทางแพ่งนั้นอายุไม่ได้สิ้นสุดใน 1 ปีที่มีกระแสข่าวจะสิ้นสุดสิ้นเดือน ก.พ.นี้ เพราะคดีทุจริตระบายข้าวเกี่ยวเนื่องคดีอาญา ดังนั้นจะนับอายุความจากคดีอาญาที่ยาวกว่า คือประมาณ 15-20 ปี
ส่วนการดำเนินการเรื่องความผิดทางแพ่งในกลุ่มของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ , นักการเมือง และข้าราชการนั้น กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ต้องเป็นผู้สรุปตัวเลขแล้วออกคำสั่งให้มีการรับผิดทางละเมิด ซึ่งคำสั่งนั้นมีลักษณะเป็นคำสั่งทางปกครองแล้วตามขั้นตอนเมื่อให้ข้าราชการชดใช้ค่าเสียหายแล้ว ก็ต้องดำเนินการบังคับคดีให้ยึดเอาทรัพย์ซึ่งกระทรวงคลังจะส่งเรื่องมาให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้มีคำสั่งบังคับคดีนำเอาทรัพย์มาชดใช้ค่าเสียหายจากความรับผิดทางละเมิด โดยคดีจะมีอายุความที่อัยการต้องยื่นฟ้องภายใน 2 ปี นับจากวันที่กระทรวงการคลังออกคำสั่งให้ชดใช้ แต่ขณะนั้นอัยการ ยังไม่ได้เรื่องจากกระทรวงการคลังเพื่อดำเนินการดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีโครงการจำนำข้าวที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ เป็นจำเลยนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนพยานอัยการโจทก์ ครั้งที่ 2 ในวันที่ 17 ก.พ.นี้ เวลา 09.30 น. โดยอัยการเตรียมพยานให้ศาลไต่สวน รวม 4 ปาก ประกอบด้วย น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. อดีตประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว , น.ส.แน่งน้อย เจริญทวีทรัพย์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งเป็นนักวิชาชีพการตรวจสอบบัญชี ที่จะเบิกความประเด็นหลักการทางบัญชี , น.ส.ศิรสา กันต์พิทยา รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) สังกัดกระทรวงการคลัง เบิกความเรื่องหนี้สาธารณะ และนายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เบิกความการเบิกจ่ายเงินให้กับชาวนามีจำนวนมาก-น้อยเพียงใด
