"มาร์ค" หวั่น "ส.ว.ลากตั้ง" ยำรวมส.ส.เกิดการฮั้วทางการเมือง - ค้าน "6 ผบ.เหล่าทัพ" ร่วมวง !!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หวั่น "ข้อเสนอคสช." กระทบโครงสร้างหลักรัฐธรรมนูญ ลบล้างเจตนารมณ์ประชาชน การนำ "ส.ว.ลากตั้ง" มาคลุกกับส.ส.จะเกิดความขัดแย้งและการฮั้วกัน แนะใช้วิธีอื่นแก้ไข - ค้าน "6 ผบ.เหล่าทัพ" นั่งส.ว. อาจเกิดความสับสนทางการเมือง

 


วันนี้ (17 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ถึงข้อเสนอของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ก็เป็นแค่ข้อเสนอ ซึ่งส่วนตัวยอมรับได้ในบางส่วน แต่ส่วนอื่นที่กระทบต่อกลไกปกติ ดังนั้นสิ่งสำคัญอยู่ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะเป็นผู้พิจารณา ตนก็แนะนำกรธ.มาตลอดว่า การมีบทเฉพาะกาล หากมีเหตุผล ความชัดเจนในประเด็นใด ควรหากลไกที่เหมาะสมมารองรับ แต่ไม่ควรกระทบกับกลไกหรือระบบหลัก โดยเฉพาะโครงสร้างหลักของรัฐธรรมนูญ เช่น ที่เสนอให้เพิ่ม ส.ว.เป็น 250 คน จากการแต่งตั้ง แทนที่จะเป็นการเลือกตั้งโดยอ้อม โดยที่บอกว่าต้องมีคนมาพิทักษ์รัฐธรรมนูญในช่วงแรก แม้ไม่กระทบมากนัก แต่การเพิ่มอำนาจ ส.ว.ให้สามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะกระทบต่อโครงสร้างหลักค่อนข้างมาก และไม่ชัดเจนว่าเหตุผลคืออะไร เพราะสิ่งที่ต้องการ ไม่ใช่ไปลบล้างเจตนารมณ์ของประชาชนจากการเลือกตั้ง จึงต้องระมัดระวังว่า ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลต้องยึดเจตนารมณ์ประชาชนเป็นหลัก
         

 

"ในเมื่อ กรธ.ระบุเองว่ารัฐธรรมนูญนี้เป็นฉบับปราบโกง ไม่ยอมให้นักการเมืองทำอะไรเหลวไหล ก็ควรไปเสริมสร้างความเข้มแข็งต่อ แต่การเอา ส.ว.แต่งตั้ง มามีส่วนร่วมในการล้มรัฐบาล หรือตั้งรัฐบาล ก็จะเป็นปัญหาได้ ต้องยอมรับว่า ทั้งจำนวน 250 คน และอำนาจหน้าที่ของ ส.ว.กระทบมาก ถ้าอยากให้มาช่วยรักษาสมดุลพิทักษ์รัฐธรรมนูญทำได้ หรือจะให้บทบาทมากระตุ้นเตือนรัฐบาลในการปฏิรูปไม่เป็นปัญหา แต่การที่จะเอาคนที่มาจากการแต่งตั้งเข้ามาคลุกกับ ส.ส.หรือการเมืองในสภาล่าง จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ไม่ยอมรับและต่อต้านหรือตอบโต้ไปมา หากให้ ส.ว.250 คน ลงคะแนน ร่วมกับ ส.ส. 500 คน ก็ต้องได้กึ่งหนึ่งของ 750 เสียง ซึ่งยากมาก หากสภาล่างมาเป็นรัฐบาลกันหมดก็จะเกิดอีกปัญหาหนึ่ง คือ การฮั้วทางการเมืองก่อน ดังนั้น จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด หาก คสช.ยังเป็นห่วงเรื่องการใช้อำนาจโดยมิชอบของรัฐบาล หรือพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ก็มีวิธีแก้ไขอย่างอื่น" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 


นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เช่นเดียวกับการยกเว้นให้กับผู้บัญชาการเหล่าทัพ 6 ตำแหน่ง ที่บอกว่าจะเป็นทั้งข้าราชการและ นักการเมืองด้วย จะยิ่งทำให้เกิดความสับสนทางการเมือง และตนมองไม่เห็นว่า ทำไมคนที่อยู่ในตำแหน่งหลัก 6 คนนี้ ถ้าไม่เป็น ส.ว.จะปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองในฐานะผู้นำเหล่าทัพ หรือ ผบ.ตร.ที่คุมข้าราชการส่วนใหญ่ทั้งประเทศไม่ได้หรือ ถ้ากังวลว่าจะมีรัฐบาลที่ขาดคุณธรรมมาแทรกแซงกองทัพ หรือตำรวจ สิ่งที่รัฐบาลนี้ควรทำทันที คือ การเร่งปฏิรูประบบโครงสร้าง เพื่อไม่ให้ทั้งกองทัพ และตำรวจ เป็นเครื่องมือของนักการเมืองในอนาคตได้ ควรวางหลักเกณฑ์ในเรื่องถาวร ไม่ใช่เรื่องเฉพาะกาล ซึ่งตนมองไม่เห็นเหตุผลที่จะกำหนดให้ 6 ตำแหน่งนี้เป็น ส.ว.เพราะถ้าทั้ง 6 เข้ามาเป็น ส.ว.เสียงแค่ 6 เสียง จาก 250 เสียง จะทำอะไรได้ นอกจากจะบอกว่า 6 เสียงนี้ จะเป็นวิปของ ส.ว.โดยอัตโนมัติ ก็จะมีอีกนัยหนึ่ง แต่ก็ไม่ควรเป็นเช่นนั้น เพราะทั้ง 6 ตำแหน่ง เป็นหน้าที่ที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองอยู่แล้ว ถ้ากังวลว่าระบบของเรายังไม่คุ้มครองในการทำหน้าที่ของท่านได้ดีพอ ก็ให้ไปแก้ที่ระบบ ประชาชนจะอุ่นใจว่าต่อไปนี้ทั้งกองทัพ และตำรวจ ใครจะเอามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองไม่ได้อีกแล้ว นี่ต่างหากเป็นการแก้ไขที่ดีที่สุด