สุดโก้ !! "กกต." โชว์แอพ "ตาสับปะรด" - หนุนบัตรลต.ใบเดียว-ไม่ใช้เครื่องลงคะแนนปชม.

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"สมชัย ศรีสุทธิยากร" เปิดแอพพลิเคชั่น "ตาสับปะรด" แจ้งเหตุความผิดปกติ-โกงออกเสียงประชามติ - ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวไม่เป็นปัญหาในการนับคะแนนและสามารถลดต้นในการจัดการได้อีกด้วย ไม่ใช่เครื่องลงคะแนนประชามติก็ไม่มีปัญหาเช่นกันเพราะไม่เป็นการเพิ่มงบแต่อย่างใด

 


วันนี้ (24 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง เป็นประธานเปิดตัวแอพพลิเคชั่น "ตาสับปะรด" ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นรับแจ้งเหตุความผิดปกติหรือการทุจริตในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งในอนาคต โดยนายสมชัย กล่าวว่า กกต.มุ่งเน้นที่จะใช้แอพพลิเคชั่นนี้ในการเลือกตั้งปี 2560 เพื่อให้เกิดความสุจริต เที่ยงธรรม แต่การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้น กกต.จะนำมาใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการรายงานสถานการณ์ เมื่อประชาชนพบเห็นเหตุการณ์ทุจริต ก็สามารถถ่ายภาพนิ่ง คลิปวีดีโอ บันทึกเสียงส่งผ่านแอพพลิเคชั่นนี้ได้เลย ด้วยการกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ระบบจะให้ใส่ข้อมูล สถานที่เกิดเหตุว่าอยู่ในจังหวัดใด วัน-เวลาที่เกิดเหตุ และรายละเอียดเพียงสั้นๆ จากนั้นข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งมายังกกต.กลาง และกกต.จังหวัดที่แจ้งเหตุ เพื่อให้กกต.จังหวัดที่เป็นเจ้าของพื้นที่ไปตรวจสอบเหตุที่รับแจ้งได้ทันที อีกทั้ง ในแอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะมีขั้นตอนการสอบถามรายละเอียดเพื่อยืนยันเรื่องและตัวบุคคลอีกชั้นหนึ่ง โดยประชาชนที่แจ้งจะยืนยันเป็นพยานหรือไม่ก็ได้ ซึ่งข้อมูลและรายละเอียดของผู้แจ้งข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับ เพราะถือว่าเรื่องความปลอดภัยของพยานเป็นเงื่อนไขสำคัญ โดยแอพพลิเคชั่นนี้ใช้งบประมาณในการดำเนินการ 1.8 ล้านบาท ซึ่งจะมีการเปิดให้ดาวน์โหลด ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ที่จะเป็นวันเริ่มต้นของกระบวนการจัดการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
         

 

นายสมชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยืนยันที่จะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ว่า การใช้บัตรเลือกตั้งจะ 1 หรือ 2 ใบไม่ได้เป็นปัญหาในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งบัตรใบเดียวสามารถนำคะแนนมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ แต่ถ้าจะเป็น 2 ใบก็ทำได้โดยไม่ยากลำบากในการดำเนินการ แต่สำหรับบัตรใบเดียวจะสามารถลดต้นทุนในการจัดการได้ถูกกว่าอย่างแน่นอน เช่น ถ้าบัตรเลือกตั้ง 1 ใบ ราคาใบละ 1 บาท ก็จะใช้งบประมาณ 50 ล้านบาท แต่ถ้าใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านบาท และต้องใช้หีบบัตร 2 ใบ นอกจากนี้จะทำให้เวลาในการนับคะแนนเพิ่มขึ้นดังนั้นการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวน่าจะสะดวกกับการจัดการของ กกต.มากกว่า เพราะจะประหยัดไม่สับสนในการคำนวณคะแนน ส่วนในเรื่องของบัตรเลือกตั้งใบเดียวจะส่งผลต่อประโยชน์ทางการเมืองสะท้อนความต้องการของประชาชนได้หรือไม่นั้น ก็อยู่ที่การออกแบบของ กรธ. ที่ผ่านมาเคยมีการใช้ทั้งบัตรใบเดียวและ 2ใบมาแล้ว ครั้งนี้ก็เป็นสิทธิ์ของ กรธ.ที่จะทดลองและนำเสนอก็ไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยาก
         

 

ส่วนกรณีที่กรธ.ไม่ให้ใช้เครื่องลงคะแนนในการทำประชามติในครั้งนี้นั้น นายสมชัย กล่าวว่า การจัดเลือกตั้งทั่วโลก หลายประเทศใช้เครื่องลงคะแนนทั้งประเทศ เช่น อินเดีย เนปาล สหรัฐอเมริกา และยุโรปบางประเทศ ทำให้การเลือกตั้งรวดเร็ว ไม่มีบัตรเสียการนับคะแนนรู้ภายใน 1 นาที แต่กรธ.ตัดออกไป ก็ไม่เป็นปัญหา และขอยืนยันว่าถ้าใช้เครื่องลงคะแนนในการทำประชามติ ก็ไม่ได้เป็นการเพิ่มงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องเพราะกกต.มีอยู่แล้ว 200 เครื่องและได้เสนอที่จะให้ใช้เครื่องลงคะแนนเพียง 14 หน่วย คือกรุงเทพฯ 5 หน่วย จ.ภูเก็ต 9 หน่วยจากหน่วยเลือกตั้ง 96,000 หน่วย ถือว่าน้อยมากซึ่งแม้จะมีการใช้เครื่อง แต่ประชาชนสามารถเลือกได้ว่าจะใช้เครื่องหรือบัตรเลือกตั้งแบบเดิม