สื่อนอกตีข่าว ! แนะพันธมิตรโดดเดี่ยวทหารไทย เร่งคืนสู่ปชต. -ใช้ยาแรง "ยึดทรัพย์-ห้ามเข้าปท." กับคณะรปห.

ติดตามข่าวสารข้อมูล www.tnews.co.th

 


"นิวยอร์คไทมส์" เผยมีการเรียกร้องให้มะกันร่วมมือกับพันธมิตรบอยคอยไทย  เพื่อให้กดดันคืนสู่ประชาธิปไตย  -ตั้งข้อสังเกต ทหารไทยใช้กลยุทธ์จากสงครามเย็น   โดยใช้การโฆษณาชวนเชื่อ “คืนความสุขแก่ประชาชน” รวมทั้ง “ปรับทัศนคติ” เป็นสงครามจิตวิทยา
 

 

 

 

วันนี้ ( 24 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ นิวยอร์กไทมส์ เผยแพร่บทความของนักสังเกตการณ์การเมืองไทย  ทอม เฟลิกซ์ เจนค์นักเขียนของนิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ กับอิลยา จาร์เกอร์ ผู้ก่อตั้งบริษัทวิจัยธุรกิจ แคปิตอล โปรไฟล์ ในฮ่องกง เรียกร้องให้สหรัฐฯ ร่วมมือกับประเทศพันธมิตร กดดันคณะรัฐประหารไทยให้นำพาประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย

 

 

 

 

บทความระบุว่า เวลานี้ คณะรัฐประหารไทย นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ปกครองประเทศแบบเผด็จการ ไร้ความสามารถ และผิดพลาด เศรษฐกิจหยุดชะงัก สังคมเสี่ยงเกิดความไม่สงบ ร่างรัฐธรรมนูญมุ่งรักษาอำนาจที่แท้จริงไว้ในมือของกองทัพ

 

 

 


ผู้เขียนชี้ว่า สหรัฐฯมีอิทธิพลต่อการเมืองไทยนับแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง บรรดาแกนนำคณะรัฐประหารปี 2557 ซึ่งผ่านยุคพันธมิตรไทย-อเมริกันในช่วงสงครามเย็น มองประชาธิปไตยด้วยสายตาแบบเดียวกับที่มองคอมมิวนิสต์ นั่นคือ เป็นอุดมการณ์ต่างด้าวที่คุกคามเครือข่ายชนชั้นนำในกรุงเทพฯ ซึ่งพวกตนถูกฝึกสอนให้ต้องพิทักษ์ปกป้อง

 

 

 

 

เหล่านายพลต่างชิงชังอีกเครือข่ายอำนาจหนึ่งที่มีนายทักษิณ ชินวัตรเป็นแกนกลาง นับแต่ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2544 นายทักษิณจัดทำโครงการหลายอย่างตอบสนองความต้องการของคนยากจนในชนบท ทำให้เขาได้รับคะแนนนิยมอย่างสูง นายทักษิณจึงไม่จำเป็นต้องขึ้นต่อกองทัพและเครือข่ายอุปถัมภ์ของชนชั้นนำ ข้อนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่กองทัพลงมือขับเขาออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2549 และขับนางสาวยิ่งลักษณ์ น้องสาวของเขาเมื่อปี 2557

 

 

 

 

ทุกวันนี้ ทหารไทยใช้ทั้งองค์กรและกลยุทธ์จากยุคสงครามเย็น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เล่นงานผู้วิพากษ์วิจารณ์ ขณะที่สงครามจิตวิทยาถูกนำมาใช้ในการโฆษณา “คืนความสุขแก่ประชาชน” รวมทั้ง “ปรับทัศนคติ”

 

 

 

 

ที่ผ่านมา สหรัฐฯแทบไม่ได้ทำอะไรที่จะขัดขวางการใช้อำนาจเกินขอบเขตเหล่านี้ หรือกดดันคณะรัฐประหารให้สละอำนาจ นอกเหนือไปจากการออกแถลงการณ์เป็นบางครั้ง กับระงับความช่วยเหลือทางทหาร ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ยังถ่ายรูปคู่กับพล.อ.ประยุทธ์ระหว่างการประชุมสหรัฐ-อาเซียนอีกด้วย

 

 

 

ผู้เขียนเสนอว่า รัฐบาลวอชิงตันควรโดดเดี่ยวทหารไทย โดยร่วมมือกับสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และชาติพันธมิตรอื่นๆ งดการอนุญาตเข้าประเทศ และอายัดทรัพย์ ไม่แต่เฉพาะพวกนายพลที่ยึดอำนาจเมื่อปี 2557 เท่านั้น แต่รวมถึงพลเรือนที่เข้าไปนั่งในสภาตรายางของรัฐบาลทหารด้วย.

 

 

 

 

Source: The Opinion Pages, International New York Times

Photo:  AFP