"บิ๊กหมู" ลั่นชัด !!  ทุกหน่วย "ห้ามมีการสูญเสีย" เด็ดขาด - ทบ. ยัน ดูแล "ทหาร" ทุกคนเหมือนลูกหลาน !!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม www.tnews.co.th

"กองทัพบก" ยืนยัน !! ดูแล "ทหารกองเกิน" ทุกคนเหมือนลูกหลาน "ผบ.ทบ." กำชับ ทุกหน่วยงาน "ห้ามเกิดการสูญเสียเด็ดขาด" ให้ดำเนินตามนโยบายอย่างเคร่งครัด ชี้ หากพบขัดนโยบาย "ผู้ฝึกจนถึงผู้บังคับกองพัน" ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ


วันนี้(8 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง กทม. พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) เดินทางมาเป็นประธานตรวจการคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2559 โดยมี พล.ต.สุริศร์ สุขชุ่ม รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (รอง ผบ.นรด.) ให้การต้อนรับ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีญาติพี่น้องมาให้กำลังใจอย่างมากมาย

 

ทั้งนี้ พล.อ.กัมปนาท กล่าวว่า ภาพรวมเกณฑ์ทหารทุกหน่วยที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามนโยบาย ขอบคุณทหารกองเกินทุกคนที่ให้ความร่วมมือ ขอให้ทุกคนสบายใจ อย่านำเรื่องต่างๆ มารวมกัน ตนขอยืนยันว่าการเป็นทหารได้อะไรมากมาย และยืนยันว่าพวกเราทุกคนจะดูแลทหารกองเกินเหมือนกับลูกหลาน ซึ่งตอนนี้นโยบายของ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ชัดเจนว่า ในวันที่ 1 พ.ค.59 ที่จะต้องเข้ารับการฝึกนั้น การฝึกต่างๆ ต้องเป็นไปตามนโยบายอย่างเคร่งครัด เรามีหลักสูตรฝึกนายทหารใหม่ เพราะฉะนั้นผู้รับผิดชอบตั้งแต่ผู้ฝึกจนถึงผู้บังคับกองพัน จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบาย และทหารใหม่ทุกคน ทาง ผบ.ทบ.ได้กำชับว่าห้ามเกิดการสูญเสียเด็ดขาด และทุกหน่วยที่เข้าดำเนินการจะต้องดำเนินการตามนโยบายอย่างเคร่งครัด

 

"เรานำบทเรียนมาแก้ไขตลอด เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็จะดีขึ้นตามลำดับ เช่น การเกณฑ์ทหารเมื่อก่อนไม่มีเก้าอี้นั่ง แต่ปัจจุบันมีเก้าอี้ และทุกคนใส่เสื้อ ยกเว้นตอนตรวจร่างกาย เราคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้เกียรติทุกคน แม้แต่น้องๆ ที่เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิดมีห้องตรวจร่างกายปิดมิดชิด ซึ่งคนเหล่านี้มีแฟนคลับติดตามการทำงานของเรามาตลอด และเขารู้สึกดีกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นขอให้สบายใจได้" พล.อ.กัมปนาท กล่าว

 

เมื่อถามว่าชายไทยเข้ามาให้ความร่วมมือเกณฑ์ทหารมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.กัมปนาท กล่าวว่า ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีเพราะสมัครเกือบครบตามยอด ในหน่วยวิทยาลัยเทคนิคดอนเมืองนี้เหลือผู้จับใบดำใบแดงเพียง 12 คน จากจำนวนที่ต้องการทั้งหมด 64 คน คิดเป็นอัตราส่วน 11 ต่อ 1 หากมองในภาพรวมการสมัครเป็นทหารดีขึ้น แม้ว่ากองทัพจะมียอดความต้องการทหารเพิ่ม ก็มีคนสมัครเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้เราอยากให้ทุกคนเป็นทหารทั้งหมด เพราะจะได้มีวินัย แต่ประเทศเราไม่มีงบประมาณพอที่จะทำแบบนั้น เมื่อปลดทหารไปแล้ว ไปอยู่ในสังคมเขาจะมีวินัย เคารพกติกากฎหมาย จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น

 

เมื่อถามว่ามีการปลุกระดมให้ต่อต้านการเกณฑ์ทหาร พล.อ.กัมปนาท กล่าวว่า กองทัพทำตามกฎเกณฑ์และระเบียบ การที่คนจำนวนน้อยไปปลุกระดมอย่านำมารวมกัน ขอยืนยันว่ากองทัพจะดูแลทุกคนเหมือนลูกหลาน ส่วนตนที่ไม่มาตรวจเลือกและทุจริตจะมีการบันทึกอยู่ในฐานข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะส่งผลให้เสียสิทธิ์ทางกฎหมายหลายประการ รวมถึงการทำงานด้วย

 

พล.อ.กัมปนาท ยังกล่าวว่า กระทรวงกลาโหมและกองทัพอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบกำลังสำรองให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งอยู่ระหว่างการกฎออกกระทรวงเพื่อรองรับ พ.ร.บ.กำลังสำรองที่ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปแล้ว โดยกฎหมายดังกล่าวจะรองรับสิทธิ์ของพลเรือนที่มาเป็นกำลังสำรองไม่ให้ถูกเลิกจ้าง หากระบบนี้เข้มแข็งการเกณฑ์ทหารก็จะลดจำนวนน้อยไป ซึ่งขณะนี้ก็ลดไปมากแล้ว แต่เพิ่งจะมาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปีนี้ เนื่องจากการยกฐานะจังหวัดทหารบกเป็นมณฑลทหารบก

 

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.พยายามให้เดินหน้าเรื่องกำลังสำรองให้เสร็จโดยเร็ว เพราะเรื่องนี้เหมือนกับการปฏิรูปทหาร ที่ต้องปรับกำลังประจำการให้เล็กลงไปสู่กำลังสำรองเพื่อประหยัดงบประมาณ แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา และคาดว่าจะมีการเกณฑ์ทหารเหมือนปัจจุบันไปอีก1-2 ปี