"หมอนิรันดร์" ชี้ควรเคารพความเห็นปชช. - หวั่นตัดตอนอำนาจตัดสินใจร่างรธน.

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ" แนะรบ.-คสช. ควรเปิดกว้างแลกข้อมูลข่าวสารร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้ประชาชนมีอำนาจตัดสินใจด้วย เพราะป้องกันเกิดความวุ่นวายในช่วงทำประชามติ และจะได้ไม่เป็นการตัดตอนอำนาจตัดสินใจด้วย ...

 

วันนี้ (6 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวถึงการเตรียมการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ภายใต้บรรยากาศการทำประชามติโดยหลักการแล้ว ต้องให้ความสำคัญในเรื่องกระบวนการวิธีการ เพราะประชามติเป็นเรื่องประชาธิปไตยทางตรง ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจเชิงนโยบายหรือกฎหมาย ดังนั้น จึงต้องเน้นเรื่องการมีส่วนร่วม ทั้งการมีส่วนร่วมในการรับรู้ข้อมูล การมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความคิดเห็น สุดท้ายจึงตัดสินใจออกเสียงว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
         

 

ทั้งนี้ ควรเปิดกว้างเหมือนการทำประชามติปี 2550 ไม่ต้องมาพูดว่าอะไรควรทำไม่ควรทำด้วยซ้ำ เพราะมีกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งการพูดโกหก การด่ากัน ก็ผิด และต้องถูกดำเนินคดีอยู่แล้ว จึงต้องแยกให้ออกระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งต้องระมัดระวังว่าบางครั้งเราไปตีความจำกัดมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการตีความรณรงค์ การเคลื่อนไหว หรือการอ้างเรื่องความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยที่มีการตีความคนละแบบ ซึ่งจะเป็นปัญหาทำให้สถานการณ์อึดอัด และไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แล้วจะทำให้เกิดกระบวนการในการตัดตอนอำนาจในการตัดสินใจของประชาชน หากเป็นอย่างนั้นประชามติที่ออกมาก็จะไม่เป็นที่น่ายอมรับ ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ดังนั้น หน่วยงานรัฐและรัฐบาลจะต้องให้ความเคารพ และเชื่อใจประชาชน เพราะเรามีบททดลองมาเยอะทั้งรัฐธรรมนูญปี 40 การทำประชามติปี 50 ก็เกิดขึ้นได้โดยที่ไม่มีปัญหาเรื่องความวุ่นวาย
         

 


นพ.นิรันดร์ กล่าวอีกว่า การที่ประชาชนตัดสินใจว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ก็หมายความว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความน่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับ ถ้ารับก็เป็นการันตีให้รัฐบาล แต่ถ้าไม่รับก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลใช้ไม่ได้ แต่ประชาชนยังติดใจเรื่องเนื้อหา ซึ่งไม่เกี่ยวกับรัฐบาล หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่เกี่ยวกับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ อย่าไปแปรผลในเรื่องกับดักคู่ตรงข้ามว่า หากรับก็เป็นพวกเรา หากไม่รับก็เป็นอีกฝ่ายหนึ่ง หากเป็นอย่างนั้นสังคมไทยจะขัดแย้งและวุ่นวายมากขึ้น
         

 


"เชื่อว่าแนวทางนี้หากทำให้ดี การทำประชามติจะเป็นแนวทางที่จะพาสังคมไปไปสู่เรื่องการปรองดองสมานฉันท์ได้ เพราะการพูดถึงรัฐธรรมนูญก็เป็นส่วนหนึ่งในกลไกเชิงสถาบันที่จะต้องมีการคุยกันในแนวทางปรองดอง ซึ่งประชาชนจะได้คุยกันว่าที่ผ่านมาปัญหามันคืออะไร ซึ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจตรงกัน กลายมาเป็นความร่วมมือร่วมใจกัน" นพ.นิรันดร์ กล่าว