ลุ้นระทึก !!! กฤษฏีกา ชี้ขาด ปมตั้ง"สังฆราช"วันนี้ จะออกหัว หรือ ก้อย

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่www.tnews.co.th

ออกหัวหรือออกก้อย! ลุ้นระทึก "กฤษฎีกา" ชี้ขาด ปมตั้ง "สังฆราช" ลงมติวันนี้ "ดิสทัต" ยัน จะไม่มีการเปิดเผยผลประชุม โดยจะส่งคำวิจฉัย ขณะ"มีชัย" ย้ำ รัฐบาล ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
     เวลา 10.00 น. วันนี้ ( 7 ก.ค.) คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ประชุมครั้งสุดท้ายเพื่อลงมติ ชี้ขาดการตีความมาตรา 7 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2535 เรื่องขั้นตอนการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ก่อนจะเรียบเรียงความเห็นเพื่อทำเป็นหนังสือของคณะกรรมการกฤษฎีอย่างเป็นทางการว่า มีความเห็นต่อการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชอย่างไร หลังจากที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปท.) ยื่นเรื่องต่อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้วินิจฉัยตีความ  พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่2 พ.ศ.2535 มาตรา7 กรณีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชกรณีที่ที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ขั้นตอนจะต้องเริ่มต้นจากนายกรัฐมนตรี หรือ ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.)

     ทั้งนี้ คำวินิจฉัย ของ ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติว่า การเสนอชื่อสมเด็จสังฆราชพระองค์ใหม่ จาก มติที่ประชุม มส. เมื่อ 5 ม.ค.2559  ทำข้ามขั้นตอน ต้องให้นายกฯ นำรายชื่อให้ที่ประชุม มส.เห็นชอบ  ไม่ใช่ให้ มส.มีมติเห็นชอบ โดยเสนอให้  สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ จากนั้น ผู้ตรวจการฯ ได้ส่งมติดังกล่าวมาให้ รัฐบาล โดย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) ได้ส่งเรื่องไปให้ คณะกรรมการกฤษฎีกาตี ในฐานะที่ปรึกษาข้อกฎหมายของรัฐบาล พิจารณาตีความความอีกครั้ง

     นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวก่อนการประชุม ว่าจะไม่มีการแถลงใดๆ ทั้งสิ้น โดยจะเปิดเผยได้ ก็ต่อเมื่อหน่วยงานต้นสังกัดที่ส่งเรื่องมาเป็นคนเปิดเผยเอง ทุกอย่างถือเป็นความลับ ต้องไปตามเรื่องที่รัฐบาลเองว่าจะยอมพูดหรือไม่
 

     นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ฐานะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่หนึ่ง กล่าวว่า ไม่ขอออกความเห็นเพราะเรื่องดังกล่าวไม่ได้ส่งให้กรรมการกฤษฎีกาคณะที่หนึ่ง แต่ในหลักการของการวินิจฉัยโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา ไม่ถือว่าเป็นคำชี้ขาดที่หน่วยงานรัฐจะต้องนำไปปฏิบัติเสมอไป เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นเพียงที่ปรึกษาทางกฎหมาย  ดังนั้น เมื่อมีปัญหาข้อกฎหมาย และมีคำวินิจฉัยแล้ว ก็ต้องส่งให้หน่วยงานราชการไปพิจารณา เพื่อนำไปปฏิบัติต่อไป ซึ่งอาจไม่ได้เป็นไปตามที่กฤษฎีกามีคำวินิจฉัยในข้อกฎหมายก็ได้