- 09 ก.พ. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
จากกรณีนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงโครงการส่งเสริมสาวไทยแก้มแดง มีลูกเพื่อชาติ ด้วยวิตามินแสนวิเศษ (คลิกอ่าน : มาถึงจุดนี้ได้ไง!!! สธ.ชวน "มีลูกเพื่อชาติ" ) ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำนโยบายยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2560-2569) ว่าด้วยการส่งเสริมและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยเน้นใน 3 เรื่อง คือ 1.การเพิ่มจำนวนการเกิดเพื่อทดแทนจำนวนประชากร 2.การเกิดทุกรายมีความพร้อม มีการวางแผน และ 3.ทารกเกิดมาอย่างแข็งแรง พร้อมเติบโตอย่างมีคุณภาพ
ส่วนนพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัจจุบันผู้หญิงไทยนิยมอยู่เป็นโสดมากขึ้น ทำให้อัตราการเพิ่มประชาชนไทยลดลงจากร้อยละ 2.7 ในปี 2513 เหลือร้อยละ 0.4 ในปี 2558 ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการใดๆ ภายใน 10 ปี อัตราการเพิ่มประชาชนไทยจะเท่ากับร้อยละ 0.0 หรืออัตราการเกิดเท่ากับตาย คือ ไม่มีประชากรเพิ่ม
นอกจากนี้ประเทศไทยยังพบปัญหาการเกิดน้อยด้อยคุณภาพ โดยปี 2558 พบอัตราการตายมารดาที่ 20 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการตกเลือด มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กร้อยละ 39 ทารกคลอดก่อนกำหนดร้อยละ 10.4 ทารกเสียชีวิตจากภาวะพิการแต่กำเนิดร้อยละ 7 ขณะที่อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือนยังน้อยเพียงร้อยละ 23.9 ดังนั้นจึงต้องแก้ปัญหาโดยเตรียมความพร้อมการมีบุตรให้มีคุณภาพตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์
โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดกิจกรรมเสริมธาตุเหล็ก และโฟลิก หรือวิตามินแสนวิเศษ ให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 20-34 ปีทุกคนที่พร้อมหรือวางแผนจะมีลูก โดยกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อย่างน้อย 3 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ จะช่วยลดภาวะพิการแต่กำเนิดของทารกลงได้ ซึ่งในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ หรือ “วันวาเลนไทน์” ที่จะมีคู่รักมาจดทะเบียนสมรสจำนวนมาก จะมีการแจกกล่องวิตามินแสนวิเศษ “สาวไทยแก้มแดงพัฒนาสมองและการเรียนรู้ด้วยเหล็กและโฟลิก” พร้อมแผ่นพับความรู้แก่คู่รักที่มาจดทะเบียนสมรสทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่วางแผนจะมีบุตรสามารถขอรับวิตามินดังกล่าวได้ที่สถานพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นชุดสิทธิประโยชน์ในหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอยู่แล้ว ถือเป็นการส่งเสริมคนที่พร้อมให้มีลูกเพื่อชาติ
อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่า ต้องส่งเสริมการมีบุตรให้มีอีตราเท่าไรจึงจะเพียงพอทดแทน นพ.วชิระ ตอบว่า ปัจจุบันอัตราเจริญพันธุ์รวมของประเทศไทยอยู่ที่ 1.6 คือ 1 ครอบครัวเฉลี่ยมีลูก 1.6 คน ถ้าจะให้เพียงพอกับการทดแทน จะต้องอยู่ที่ 2.1 เพื่อทดแทนพ่อ 1 แม่ 1 และทดแทนการสูญเสียอีก 0.1 แปลว่าครอบครัวหนึ่งควรมีลูกมากกว่า 2คน
ทั้งนี้หลังจากข่าวนี้ได้แพร่สะพัดออกไปทำให้สังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนในโลกโซเชียลฯได้ต่างพากันออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก โดยมีทั้งสนับสนุนและคัดค้าน โดยมีบางความคิดเห็นที่เสนอแนะว่า หากทางรัฐบาลต้องการให้ประชาชนช่วยกันผลิตลูกจริง ซึ่งหากไม่ดำเนินการจะทำให้อัตราการเพิ่มของประชากรภายในประเทศลดลง ก็จะต้องมีการควบคุมดูแลให้มีการคลอดออกมาแล้ว ต้องมีคุณภาพมากกว่าปริมาณ ไม่อยากให้เด็ก เยาวชนที่ออกมาสร้างภาระหรือเป็นคนที่ไม่มีคุณภาพ เป็นขยะของสังคม โดยมีบางความคิดเห็นได้ยกตัวอย่าง กรณีกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุทะเลาะจะรุมทำร้ายชายวิศวกร จนทำให้ในที่สุดมีการตอบโต้กันจนนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิต (คลิกอ่าน : 10ปีก็ไม่สาย!!! เพื่อนเด็กม.4 ลั่นแค้นนี้ต้องชำระเอาชีวิต "ลุงวิศวกร")
เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์
