- 20 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ร้อนแรงจริงๆสำหรับเดือนพฤษภาคม ที่มีประวัติศาสตร์ด้านการเมืองอยู่หลายเหตุการณ์เลยทีเดียว ทั้งเผาบ้านเผาเมือง ในการชุมนุมของคนเสื้อแดงในเดือนพฤษภาคม 2553 และการรัฐประหารล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. ที่เหลือเพียงไม่กี่วัน
พร้อมกับความเคลื่อนไว กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย แนวร่วมคนอยากเลือกตั้ง ได้โหมกระแสทำกิจกรรมต้าน คสช. มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เรียกว่ารายสัปดาห์ในช่วงแรกๆ แม้จะมีผู้ร่วมชุมนุมที่บางตา แต่กลุ่มเหล่านี้ก็ยังไม่หยุดเคลื่อนไหว และได้มีนัดหมายจัดการชุมนุมใหญ่ในวาระครบรอบ 4 ปี ในวันที่ 21-22 พฤษภาคมนี้ และจะมีการเคลื่อนการชุมนุมไปยังทำเนียบรัฐบาล
ด้านพล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11 ) ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมดูแลสถานการณ์การชุมนุมกลุ่มคนดังกล่าวว่า การที่เคลื่อนไหวในมหาวิทยาลัยธรรมศษสตร์ คสช. ก็มีโอกาสฟังความคิดเห็นของพวกเขา ไม่ว่า จะขอพูด ขอปราศรัย ขอแสดงความคิดเห็นคสช.ก็ประสานงานการดำเนินกิจกรรมต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย อย่าไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลใคร อย่าไปบิดเบือนข้อมูล อย่าไปทำในสิ่งไม่เหมาะสม ปลุกเร้าความเกลียดชังในเวลาที่บ้านเมืองต้องการความสงบสุข
ทั้งนี้ คสช. ไม่ได้ปิดกั้นการเคลื่อนไหว ไม่ได้ไปละเมิดอะไรเลย เราปฏิบัติภายใต้กรอบกฎหมาย นี่คือสิ่งที่สังคมส่วนใหญ่ยอมรับว่า คสช.ไม่ได้ใช้อำนาจเต็ม
"แม้ว่า จะเป็นรัฐบาลเผด็จการก็ตาม ไม่ได้ใช้กำลัง ใช้ความรุนแรง เข้าขัดขวางการจัดกิจกรรม เราเน้นการพูดคุย ขอความร่วมมือ ทำความเข้าใจ พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกระหว่างจัดกิจกรรมด้วย อีกทั้งประเมินสถานการณ์ ไม่ให้เกิดความรุนแรง ”
พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการรับมือผู้ชุมนุม เราบังคับใช้กฎหมายปกติ คือ พ.ร.บ.ชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ พ.ศ.2558 สำหรับการรับมือที่จะเคลื่อนไหวมาทำเนียบรัฐบาล คงไม่มีอะไรกังวล เราประสานงานตลอด แต่ก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์ข้างหน้าเป็นอย่างไร แต่ขอความร่วมมือว่า ถ้าเป็นไปได้อยากให้จัดกิจกรรมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถ้าเดินขบวนมาทำเนียบรัฐบาล จะทำให้รถติด
ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) กล่าวว่า จากการข่าวพบว่า มีกลุ่มหัวรุนแรงทางการเมือง หรือแดงฮาร์ดคอร์ เตรียมเคลื่อนย้ายอาวุธหนักสร้างสถานการณ์จึงได้มีการสั่งจับตากลุ่มแกนนำกลุ่มเสื้อแดงและเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ แม้เป็นคนละกลุ่มกันแต่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเคลื่อนไหว
อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความเรียบร้อยและรับมือสถานการณ์ 3 - 20 กองร้อย พร้อมรถพยาบาล รถควบคุมผู้ต้องหา ชุดควบคุมฝูงชน และคาดว่าจะมีการประกาศให้ทำเนียบรัฐบาลเป็นเขตควบคุมห้ามชุมนุมใกล้พื้นที่ในระยะ 50 เมตรซึ่งหากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน6เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะเดียวกันการชุมดังกล่าวถือเป็นการชุมนุมทางการเมืองและทางกลุ่มได้ขออนุญาตชุมนุมแค่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งหากทางกลุ่มได้มีการเคลื่อนไหวออกนอกพื้นที่ก็ถือมีความผิดทั้ง พรบ.ชุมนุมสาธารณะ และคำสั่งที่ 3/2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายในทันที
