- 07 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
รัฐบาลได้จัดบรรยายสรุปในหัวข้อ “The Eastern Economic Corridor (EEC) : Taking Off” ณ กระทรวงการต่างประเทศ โดยมี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จัดบรรยายสรุปให้แก่คณะผู้แทนทางการทูต และกงสุลที่ประจำการในประเทศไทย เกี่ยวกับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกในหัวข้อ “The Eastern Economic Corridor (EEC) : Taking Off” โดยมี ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และนางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นผู้บรรยายสรุป
นายกอบศักดิ์กล่าวยืนยันว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลักสำคัญๆในอีอีซี โดยเฉพาะ 6 โครงการพื้นฐานสำคัญ ประกอบด้วย โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน สนามบินอู่ตะเภา ศูนย์ซ่อมสร้างอากาศยาน ท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือแหลมฉบัง และดิจิตอลปาร์ค จะมีการเปิดทีโออาร์ ประมูล และหาเอกชนผู้ลงทุนให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมปีนี้ก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งในปีหน้า
“ ทุกโครงการจะต้องส่งให้ครม.อนุมัติ ประมูล หาเอกชนผู้ลงทุนให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ทั้งหมดจะต้องเสร็จก่อนการเลือกตั้งเพราะในช่วงเลือกตั้งรัฐบาลจะดำเนินการอะไรไม่ได้แล้ว ทุกอย่างต้องเสร็จก่อนการเลือกตั้งนี้คือ commitment ของรัฐบาล” นายกอบศักดิ์กล่าว
ด้านนายอุตตมกล่าวว่า ระหว่างนายกฯเดินทางไปเยือนยุโรปคือประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสในช่วงปลายเดือนนี้ ทางกระทรวงอุตสาหกรรม บีโอไอ และอีอีซี จะร่วมคณะเดินทางไปโรดโชว์กับนักธุรกิจต่างชาติร่วมกับนายกฯด้วย ขณะเดียวกันทางการบินไทยก็จะไปลงนามอย่างเป็นทางการกับแอร์บัสเพื่อเป็นพันธมิตรในการทำศูนย์ซ่อมสร้างอากาศยาน ซึ่งคาดว่าทีโออาร์เรื่องนี้จะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ก่อนจะมีการเปิดประมูล
“ ในศูนย์ซ่อมสร้างอากาศยานเรากันพื้นที่ไว้ 600 ไร่ ตั้งเป้าว่าอย่างน้อยควรมี 3 รายขึ้นไปเข้ามาดำเนินการ เบื้องต้นทางการบินไทยกับแอร์บัสขอใช้พื้นที่ 200 ไร่ แอร์เอเชียประสงค์จะใช้ 70 ไร่ ทางบ.ญี่ปุ่นก็มีความสนใจ เช่นเดียวกับโบอิ้งก็แสดงความสนใจเข้ามาลงทุนเช่นกัน” รมว.อุตสาหกรรมกล่าว
นายอุตตมกล่าวต่อว่า จากนั้นในอนาคตจะมีการเดินทางไปโรดโชว์ประเทศเป้าหมายในเอเชีย คือ เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น ทั้งนี้ในส่วนของผังเมืองอีอีซีคาดว่าจะใช้เวลาร่างแล้วเสร็จภายใน 1 ปี ตามกรอบกฎหมายเช่นเดียวกับการมีกองทุนสวัสดิการเพื่อดูแลประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการลงทุนในพื้นที่อีอีซี
