"ไพศาล"เปิดความจริงที่ถูกฝัง ความเป็นไม้เบื่อไม้เมาของ ป๋าเปรม กับ สมัคร

นาย "ไพศาล พืชมงคล" อดีตที่ปรึกษาพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์ข้อความในหัวข้อ หลังม่านการเมืองไทย เบื้องหลังความเป็นไม้เบื่อไม้เมา ป๋าเปรม-สมัคร

นาย "ไพศาล พืชมงคล" ระบุข้อความว่า

หลังม่านการเมืองไทย
เบื้องหลังความเป็นไม้เบื่อไม้เมา 

ป๋าเปรม-สมัคร

ป๋าเปรม

1. คุณสมัคร สุนทรเวช เป็นนักการเมืองสำคัญอยู่ในขบวนการขวาพิฆาตซ้ายยุค 6 ตุลา หลังรัฐประหาร 6 ตุลาก็ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีท่านอาจารย์ธานินทร์ ไกรวิเชียร เป็นนายกฯ ซึ่งเมื่อพ้นตำแหน่งแล้วก็มาเป็นองคมนตรีและเป็นองคมนตรีร่วมกับป๋าเปรมมานานหลายสิบปี
ท่านอาจารย์ธานินทร์ เป็นเนติบัณฑิตอังกฤษ เมื่อจบการศึกษามาแล้ว ได้สอบสนามเล็กเป็น ผู้ช่วยผู้พิพากษา ประจำศาลแพ่ง และได้ฝึกผู้ช่วยผู้พิพากษากับ
คุณบุศย์ ขันธวิทย์ 

2. หลังพลเอกเกรียงศักดิ์ลาออกจากนายกรัฐมนตรีโดยเป็นผลจากการกดดันของนายทหาร จปร.7 ซึ่งสนับสนุนป๋าเปรมแล้ว ป๋าเปรมก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2521 และครองตำแหน่งหลายสมัยต่อเนื่องกันถึง 8 ปีและระหว่างเป็นนายกนั้นทำให้ป๋าได้รับฉายาว่า “นักฆ่าแห่งลุ่มเจ้าพระยา”

affaliate-2

3. เมื่อป๋าเปรมเป็นนายกฯ พวกที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับคุณสมัครซึ่งขณะนั้นกำลังเป็นนักการเมืองที่โด่งดังและเป็นที่นิยมมากก็ต้องการตัดขาคุณสมัครไม่ให้เติบโตทางการเมืองต่อไป 
จึงขุดเอาโครงการสร้างถนนในชนบท 100 สายของ รพช.ที่ได้รับเงินกู้จาก World bank ซึ่งมีผลงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานของกรมทางหลวงมากล่าวหาว่าเป็นโครงการที่โกงเงิน World bank แล้วโหมกระแสกันลั่นทุ่ง
จึงมีการสอบสวนเรื่องนี้ก็พบว่าถนนในชนบทไม่ได้มาตรฐานของกรมทางหลวงจริง ๆ 
แต่นายสมัครเป็นรัฐมนตรี ไม่ได้เกี่ยวกับการปฏิบัติจึงรอดปากเหยี่ยวปากกาไปได้ คงเหลือแต่นายชลอ วนะภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหาร รพช. บริษัทที่ปรึกษาและบริษัทรับเหมา รวม 6 ราย ถูกดำเนินคดีอาญาและถูกรัฐบาลสั่งพักราชการกันเป็นแถว ซึ่งเรื่องนี้ป๋าถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเพราะกระทบความน่าเชื่อถือของประเทศชาติในทางสากล ทั้งป๋าก็เป็นขุนนางตงฉินเกลียดชังการทุจริตเข้ากระดูกดำ จึงเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ เหตุนี้จำเลยทั้ง 6 คนจึงถูกดำเนินคดีอาญาและเสียผู้เสียคนเสียชื่อเสียงย่อยยับ 
โดยเฉพาะนายสมัครเสียหายทางการเมืองมาก จึงเป็นไม้เบื่อไม้เมากับป๋าตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

4. ส่วนคุณชลอ วนะภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นขุนนางตงฉิน มีฐานะมั่งคั่งมาแต่ก่อน ปฏิบัติราชการด้วยความกล้าหาญเด็ดขาด ไม่กลัวใคร จึงได้สมญานามว่ามาเฟียมหาดไทย เป็นครั้งแรกของประเทศไทย และยังเป็นนักหมากรุกตัวยง เป็นคู่ขาหมากรุกกับคุณบุศย์ ขันธวิทย์ อดีตอธิบดีผู้พิพากษาภาคและผู้พิพากษาศาลฎีกา ยามที่ต่างก็เป็นข้าราชการตำแหน่งสูงมากแล้วก็ยังเป็นนักหมากรุก ตอนเที่ยงยังไปนั่งเล่นหมากรุกที่ริมคลองหลอด
ความจริงคุณชลอไม่ได้ทุจริตในเรื่องนี้เลย รวมทั้งผู้บริหารและจำเลยทุกคนในเรื่องนี้ด้วย 
แต่ถนนก็ไม่ได้มาตรฐานของกรมทางหลวงจริง ๆ
ในที่สุดขุนนางตงฉินด้วยกัน และผู้สุจริตด้วยกัน ก็ห้ำหั่นกันจนเสียผู้เสียคนตาม ๆ กัน

สมัคร สุนทรเวช

5. เบื้องหลังของเรื่องนี้คือในขณะนั้นเกิดสงครามการเมืองระหว่างรัฐบาลกับกองทัพปลดแอกของ พคท. มีการสู้รบกันด้วยกำลังอาวุธถึง 47 จังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน ขณะนั้นไม่มีถนนในชนบทเลย อำนาจรัฐเข้าไม่ถึง ราษฎรยากจนขาดแคลน ล้าหลัง จึงเป็นเขตเคลื่อนไหวของ พคท. ตามยุทธวิธีชนบทล้อมเมือง 
รัฐบาลท่านอาจารย์ธานินทร์ก็ได้รับพระราชทานแนวทางในการแก้ไขปัญหา คือการทำสงครามกับความยากจน ขจัดความยากจน ขาดแคลน ล้าหลังในพื้นที่ชนบท และได้รับการสนับสนุนจาก World bank ให้สร้างถนนในชนบท 100 สายในภาคอีสาน ในท่ามกลางสภาพที่เป็นสงครามกลางเมือง ที่ต่อสู้กันด้วยกำลังอาวุธจึงไม่สามารถใช้มาตรฐานของกรมทางหลวงได้ 
เหตุนี้จึงกำหนดให้รพช.หรือสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบททำเรื่องนี้ โดยเป็นที่ทราบกันว่าเป็นการก่อสร้างถนนเพียงเพื่อให้ใช้การได้ตามสภาพที่การขนส่งหินดินทราย และวัสดุก่อสร้างไม่สามารถขนจากแหล่งที่ได้คุณภาพตามมาตรฐาน
กระทรวงมหาดไทยโดยปลัดกระทรวง ผู้บริหาร รพช. และผู้เกี่ยวข้องก็ทำงานด้วยความยากลำบากและเสี่ยงตาย 
ต้องหาวัสดุก่อสร้างและแรงงานในพื้นที่ตามมีตามเกิด แคมป์ก่อสร้างรถแท๊กเตอร์ รถดั้มทรั๊ค ถูกคอมมิวนิสต์เผาเป็นประจำ และข่มขู่คนงานไม่ให้เข้าไปในพื้นที่ แม้ในการตรวจรับมอบงานบางทีคณะกรรมการตรวจรับงานก็เข้าไปไม่ได้เพราะยิงกันตูมตาม ๆ จึงใช้วิธีให้ทหารขับรถไปทดลองวิ่งดู พอใช้ได้ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว คณะกรรมการรับมอบงานก็เซ็นต์รับงานกันที่จังหวัดนั่นแหละ การก่อสร้างโดยสภาพเช่นนี้จึงไม่เป็นไปตามมาตรฐานของกรมทางหลวง ซึ่งผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะการสร้างถนนชนบทแบบนี้ ถ้าจะพูดกันตรงไปตรงมาก็คือเฉพาะหน้าใช้เป็นเส้นทางลำเลียงกำลังทหารเข้าไปในพื้นที่นั่นเอง แต่เวลาพูดก็บอกว่าเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ซึ่งนั่นเป็นขั้นที่ 2 เพราะถ้าสงครามกลางเมืองยังขยายตัว ไหนเลยจะมีประโยชน์อะไรเกิดขึ้นได้

6.เมื่อคุณชะลอถูกตำเนินคดีก็ไปขอให้คุณบุศย์แนะนำทนายความ ท่านก็แนะนำผมให้เป็นทนายและสั่งให้ผมไปพบคุณชะลอที่บ้านปากถนนสุริวงศ์ เมื่อไปพบแล้วคุณชะลอคุยสองสามคำก็ชวนเล่นหมากรุกแล้วให้ผมกลับไปก่อน 
วันรุ่งขึ้นคุณชะลอก็ไปพบคุณบุศย์ ถามว่าคดีใหญ่โตขนาดนี้พี่บุศย์จะให้เด็ก ๆ เป็นทนายให้ผมหรือ ไม่เกรงว่าผมจะติดคุกหรือ คุณบุศย์ก็บอกว่าเขาไม่ใช่เด็กแล้ว ฝึกวิชาความกับผม 7 ปี สามารถยืนขึ้นสู้กับใครก็ได้ ถ้าคุณชะลอติดคุกก็ให้ถือว่าผมติดคุกด้วยก็แล้วกัน 
คุณชะลอเจอไม้นี้ก็ตกลงตั้งผมเป็นทนายความ และต่อสู้คดีกับอัยการชั้นครูฝีมือดีอันดับ 1 ของกรมอัยการในขณะนั้นคือคุณฟ้อย มะลิขาว ซึ่งเป็นนักกฎหมายรุ่นน้องของคุณบุศย์ ขันธวิทย์ แต่มีเชิงความจัดจ้านยิ่งกว่าใคร

ผมเป็นทนายคุณชะลอ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 6 ต้องซักค้านพยานโจทก์หลังเพื่อน ซึ่งย่อมคาดได้ว่าทนายจำเลยที่ 1-5 ย่อมถามค้านหมดจดแล้ว ทนายจำเลยที่ 6 จะมีอะไรถามอีก แต่กลายเป็นว่าผมถามค้านมากที่สุด นานที่สุดถึงครึ่งวัน ทำให้กองเชียร์ทั้งสองฝ่ายในขณะนั้นเพลิดเพลินเป็นอันมาก ต่อมาจำเลยที่ 1-5 ก็มาตกลงจ้างผมเป็นทนายความและในที่สุดคดีนี้ ศาลตัดสินให้จำเลยชนะคดีทั้ง 3 ศาล

ความเป็นไม้เบื่อไม้เมาระหว่างคุณสมัครที่ผูกเจ็บผูกแค้นป๋าเปรมจากเรื่องนี้ ทำให้การเมืองของประเทศพัวพันอยู่กับความแค้นและความเป็นไม้เบื่อไม้เมานี้ จนกระทั่งคุณสมัครตัดสินใจเข้าร่วมกับคุณทักษิณ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งและเสียชีวิตในที่สุด

คลื่นไม้เบื่อไม้เมาคู่นี้ล่วงลับดับไปแล้ว เหลือแต่ความจริงที่ฝังไว้ในอดีต ซึ่งถึงเวลาที่ความจริงนั้นจะได้ปรากฎอีกเรื่องหนึ่ง