- 26 มี.ค. 2569
ไตวายเฉียบพลัน คือภาวะที่ไตเกิดการทำงานผิดปกติอย่างกะทันหัน เกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ เราจึงต้องรู้จักสัญญาณเตือน วิธีป้องกัน การรักษา เพื่อสุขภาพไตที่ดี
ไตวายเฉียบพลันเป็นภาวะที่ไตสูญเสียการทำงานอย่างรวดเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถขับของเสียและน้ำส่วนเกินออกได้ตามปกติ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับภาวะไตวายเฉียบพลัน ตั้งแต่สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาโรคไตเบื้องต้น ไปจนถึงแนวทางป้องกัน เพื่อให้คุณสามารถดูแลสุขภาพไตของตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างเหมาะสม
- ไตวายเฉียบพลัน คืออะไร? ทำความรู้จักเพื่อเข้าใจอาการ
ไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury : AKI) คือ ภาวะที่ไตสูญเสียความสามารถในการทำงาน ตั้งแต่การกรองของเสีย ขับน้ำออกจากร่างกาย และการรักษาสมดุลของแร่ธาตุในเลือดอย่างกะทันหัน ซึ่งแตกต่างจากภาวะไตวายเรื้อรังที่เกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
ภาวะไตวายเฉียบพลันสามารถเกิดขึ้นได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน ส่งผลให้ร่างกายเกิดการสะสมของเสียและสารพิษอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาอาการไตวายเฉียบพลันอย่างทันท่วงที อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงอย่างไตวายเรื้อรังหรือเสียชีวิตได้ในที่สุด
- สาเหตุไตวายเฉียบพลัน เกิดจากอะไรได้บ้าง?
ไตวายเฉียบพลันอาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้
สาเหตุจากไตเกิดความเสียหาย
- การอุดตันของหลอดเลือดที่เลี้ยงไต
- การอุดตันของนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
- ภาวะไตอักเสบ
- โรคแพ้ภูมิตัวเอง
- โรคตับแข็ง หรือเกิดภาวะตับวาย
- การใช้ยาบางชนิดที่มีผลข้างเคียงอันตรายต่อไต เช่น ยากลุ่ม NSAIDs, เคมีบำบัด หรือยาปฏิชีวนะบางชนิด เป็นต้น
- การใช้ชีวิตด้วยพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อไต เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ การใช้สารเสพติด เป็นต้น
สาเหตุจากระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือด
- การติดเชื้อที่รุนแรง เช่น การติดเชื้อโควิด-19 หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด
- ภาวะขาดน้ำ ร่างกายสูญเสียของเหลวมากเกินไป
- ความดันโลหิตต่ำเกินไป
- เป็นโรคหัวใจ เสี่ยงหัวใจล้มเหลว หัวใจขาดเลือด และนำมาสู่ไตวายเฉียบพลัน
อย่างไรก็ตาม ไตวายเฉียบพลันยังสามารถเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ นอกจากที่กล่าวไปข้างต้น เช่น ภาวะกล้ามเนื้อสลาย, กลุ่มอาการฮีโมไลติกยูรีมิก, โรคหนังแข็ง, ต่อมลูกหมากโต, มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น
- อาการไตวายเฉียบพลันเป็นแบบไหน? ทำไมถึงต้องระวังให้ดี
เมื่อเราเกิดอาการไตวายเฉียบพลัน จะส่งผลให้ร่างกายขับของเสียและน้ำส่วนเกินออกมาตามปกติไม่ได้ โดยอาการไตวายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับความรุนแรง ซึ่งบางกรณีอาจจำแนกอาการได้ยาก แต่สามารถพิจารณาโรคไตวายเฉียบพลันจากอาการดังต่อไปนี้
- ระบบปัสสาวะทำงานผิดปกติ มักปัสสาวะน้อยกว่า 400 ซีซีต่อวันหรืออาจไม่มีการปัสสาวะเลยในผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันบางราย
- มีอาการบวมตามร่างกาย เช่น หน้าบวม แขนขาบวม และข้อเท้าบวม เนื่องจากเซลล์ในร่างกายเกิดการสะสมน้ำมากขึ้น
- คลื่นไส้และอาเจียน หรือมีอาการเบื่ออาหาร สูญเสียการรับรสร่วมด้ว
- ผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันมักมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หรือมีอาการง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา
- บางรายอาจมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก
- ความดันโลหิตสูงเฉียบพลันต่อเนื่อง
- เจ็บหน้าท้อง หรือข้างท้องใกล้ ๆ สีข้าง
- มีอาการมึนงง สับสน ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
- หากอาการไตวายรุนแรงยิ่งขึ้น อาจทำให้ผู้ป่วยชัก หมดสติ หรือโคม่าได้
- วิธีป้องกันไตวายเฉียบพลัน ดูแลไตให้แข็งแรงก่อนสายเกินแก้
ไตวายเฉียบพลันเป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้แบบไม่ทันตั้งตัว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สามารถป้องกันได้ การดูแลสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะไตวายเฉียบพลันได้ มาดูกันว่ามีวิธีป้องกันแบบไหนบ้าง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่มีอากาศร้อน หรือเกิดอาการท้องเสีย อาเจียน เพื่อให้ไตสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำซึ่งเป็นสาเหตุไตวายเฉียบพลัน
- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันเลือดให้ดี หมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ และควบคุมโรคประจำตัวให้อยู่ในระดับปกติอย่างเคร่งครัด เพราะอาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอาการไตวายได้
- ระมัดระวังการใช้ยา โดยเฉพาะการใช้ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs หรือยาแก้ปวดอื่น ๆ ในระยะยาว เพราะทำให้ไตทำงานหนักและเสี่ยงต่อไตวายเฉียบพลัน
- ระมัดระวังเรื่องการติดเชื้อ หากมีอาการป่วยบ่อยครั้งหรือเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด เนื่องจากการติดเชื้อจะทำให้เสี่ยงต่ออาการไตวายสูงกว่าปกติ
- ระวังการเกิดอุบัติเหตุ : โดยเฉพาะอุบัติเหตุรุนแรงที่อาจทำให้เสียเลือดมากในคราวเดียว ซึ่งเพิ่มโอกาสให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันสูงขึ้น
- เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี : โดยเฉพาะผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
- วิธีรักษาไตวายเฉียบพลัน ต้องทำอย่างไรบ้าง?
ไตวายเฉียบพลันเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะหากปล่อยไว้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายอย่างรุนแรง โดยไตวายเฉียบพลันจะมีวิธีรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับความรุนแรง โดยเป้าหมายหลักของการรักษาคือการฟื้นฟูการทำงานของไต และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้
- รักษาที่ต้นเหตุ ก่อนเราจะรักษาก็ต้องทราบก่อนว่าไตวายเฉียบพลันเกิดจากอะไร หากเกิดจากภาวะขาดน้ำหรือเสียเลือดมากก็จะให้สารน้ำหรือเลือดชดเชย แต่หากเกิดจากการติดเชื้อก็อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะรักษา เป็นต้น
- หยุดหรือปรับเปลี่ยนการใช้ยา บางกรณีไตวายเฉียบพลันเกิดจากผลข้างเคียงของยา เช่น ยากลุ่ม NSAIDs หรือยาลดความดันบางชนิด หากพบว่ายาเป็นสาเหตุไตวายเฉียบพลัน แพทย์จะพิจารณาหยุดหรือเปลี่ยนยาเพื่อป้องกันความเสียหายต่อไตเพิ่มเติม
- ควบคุมระดับน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย ผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันอาจมีระดับโพแทสเซียม โซเดียม และของเหลวในร่างกายผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจและอวัยวะอื่น ๆ แพทย์อาจจำกัดการทานอาหารที่มีแร่ธาตุเหล่านี้สูง เพื่อรักษาสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย
- การฟอกไต (Dialysis) ในกรณีที่จำเป็น หากไตไม่สามารถกำจัดของเสียและของเหลวส่วนเกินออกจากร่างกายได้เท่าที่ควร หรือมีภาวะแทรกซ้อน แพทย์อาจแนะนำให้ทำการฟอกไตชั่วคราวเพื่อช่วยขับของเสีย และรักษาสมดุลของร่างกายจนกว่าไตจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ
ไตวายเฉียบพลัน หายได้ หากรับการรักษาอย่างทันท่วงที
ไตวายเฉียบพลันเป็นภาวะที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน เนื่องจากอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาให้ทันท่วงที แต่หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม ไตก็มีโอกาสฟื้นตัวกลับมาทำงานได้ใกล้เคียงปกติ
หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพไต โรงพยาบาลพระรามเก้าพร้อมให้บริการดูแลรักษาโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคไต ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและให้ทางเลือกรักษาที่หลากหลาย ซึ่งผู้ป่วยสามารถเข้ารับคำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และรับการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้ไตของคุณกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : Praram 9 hospital
- Line : @Praram9Hospital
- โทร. 1270






