การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ คืออะไร อันตรายไหม หลังฉีดดูแลยังไง

การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ จะสอดสายสวนไปตามแนวหลอดเลือดแดง แล้วฉีดสารทึบรังสีเพื่อเอกซเรย์ ช่วยให้แพทย์หาตำแหน่งที่หลอดเลือดหัวใจตีบ แคบ อุดตันอย่างแม่นยำ

ในยุคที่สังคมไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงวัย โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) กลายเป็นปัญหาสาธารณสุขลำดับต้น ๆ ที่สำคัญ การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุจึงมีบทบาทอย่างมากในการวินิจฉัยภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตันอย่างแม่นยำ และนำไปประกอบการวางแผนรักษาอย่างเหมาะสม 

แต่หลายคนอาจมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียงต่าง ๆ ที่อาจเกิดกับผู้สูงอายุ บทความนี้จึงจะพาไปทำความเข้าใจว่า ฉีดสีคืออะไร มีกระบวนการอย่างไร หรือฉีดสีหัวใจ พักฟื้นกี่วัน เพื่อให้สามารถเข้ารับการทำหัตถการได้อย่างมั่นใจ

การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ คืออะไร มีขั้นตอนยังไง
การฉีดสีหัวใจ หรือที่เรียกว่า Coronary Angiography (CAG) คือการตรวจทางรังสีวิทยาเพื่อวินิจฉัยความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจ โดยใช้การสอดสายสวนขนาดเล็กผ่านหลอดเลือดแดงไปจนถึงหัวใจ แล้วทำการฉีดสารทึบรังสี (Contrast Media) เพื่อให้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามารถบันทึกภาพการไหลเวียนของกระแสเลือดและตำแหน่งที่เกิดการตีบตันได้อย่างชัดเจน


โดยขั้นตอนของการฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ มีลำดับดังนี้

 

  • การเตรียมตัวและระงับความรู้สึก : ทำความสะอาดบริเวณที่จะใส่สายสวน ซึ่งมักจะเป็นบริเวณข้อมือหรือขาหนีบ จากนั้นจะฉีดยาชาเฉพาะที่ โดยผู้ป่วยจะยังคงมีสติและสามารถสื่อสารกับแพทย์ได้ตลอดเวลา
  • การสอดสายสวน : แพทย์จะสอดเข็มนำและตามด้วยสายสวนขนาดเล็กที่มีลักษณะเป็นท่ออ่อนเรียวยาวเข้าไปในหลอดเลือดแดง และค่อย ๆ เลื่อนสายไปจนถึงตำแหน่งรูเปิดของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ
  • การฉีดสารทึบรังสี : เมื่อสายสวนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม แพทย์จะฉีดสารทึบรังสีซึ่งเป็นสารละลายไอโอดีนผ่านสายสวนเข้าไป ในช่วงนี้ผู้ป่วยอาจมีความรู้สึกร้อนวูบวาบตามร่างกายชั่วขณะ ประมาณ 1-2 วินาที แล้วค่อย ๆ หายไป
  • การบันทึกภาพเอกซเรย์ : เครื่องเอกซเรย์จะบันทึกภาพเคลื่อนไหว เพื่อดูการตีบตันหรือความผิดปกติของหลอดเลือดจากหลาย ๆ มุมมอง
  • การนำสายสวนออกและห้ามเลือด : หลังเสร็จสิ้นการตรวจ แพทย์จะดึงสายสวนออกและทำการกดแผลเพื่อห้ามเลือดให้สนิท ประมาณ 15 นาที จากนั้นจะมีพยาบาลคอยดูอาการอย่างใกล้ชิด

ตอบคำถาม “การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ อันตรายไหม”
การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ แม้จะฟังดูน่ากังวล แต่ในความเป็นจริงอาจไม่ได้มีความเสี่ยงมากอย่างที่คิด เนื่องจากก่อนเริ่มหัตถการทุกครั้ง แพทย์จะทำการประเมินสภาพร่างกายของผู้ป่วยอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบระดับความพร้อมของหัวใจ ปอด และการทำงานของระบบต่าง ๆ 


พร้อมทั้งวางแผนป้องกันความเสี่ยงอย่างรัดกุมที่สุดในผู้ป่วยแต่ละราย โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวบางประเภท เช่น โรคไต (Chronic Kidney Disease) โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) หรือภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) เพราะสารทึบรังสี (Contrast Media) อาจมีผลกระทบต่อการทำงานของไตได้ 


โดยอาการข้างเคียงหลังฉีดสีที่อาจพบได้ทั่วไปมักเป็นอาการเล็กน้อย เช่น มีรอยเขียวช้ำหรือเลือดออกบริเวณที่ใส่สายสวน และความรู้สึกร้อนวูบวาบขณะฉีดสารทึบรังสี ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปเองในเวลาไม่นาน ส่วนผลข้างเคียงรุนแรงหลังการฉีดสีหัวใจ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ อัมพฤกษ์ หรือเสียชีวิตนั้นมีโอกาสต่ำมาก

 

 การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ ระบุโรคอะไรได้บ้าง

การฉีดสีหัวใจ ช่วยอะไร

ภาพจากการตรวจสีหัวใจ ช่วยระบุตำแหน่งและความรุนแรงของรอยโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ โดยการฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุช่วยวินิจฉัยภาวะผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจ ได้แก่

  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Artery Disease)
  • ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว (Atherosclerosis)
  • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial Ischemia)
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease)
  • โรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วแต่กำเนิด (Atrial Septal Defect)
  • ภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Thrombosis)
  • โรคหัวใจวาย (Congestive Heart Failure)

 

ดูแลตัวเองหลังฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ ทำอย่างไร
การดูแลหลังเข้ารับการฉีดสีหัวใจมีความสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนอื่น ๆ เพื่อให้หลังฉีดสีหัวใจ ไม่เกิดผลข้างเคียงรุนแรง และร่างกายสามารถฟื้นตัวได้ดี ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำดังนี้

  • นอนราบนิ่ง ๆ  ห้ามลุกนั่ง ไม่งอขาหรือแขนข้างที่ทำการฉีดสีหัวใจประมาณ 6-12 ชั่วโมง 
  • สังเกตอาการข้างเคียง โดยควรแจ้งพยาบาลทันที หากบริเวณแผลมีสีผิดปกติ เลือดไหลไม่หยุด หรือมีอาการแน่นหน้าอก รวมถึงอาการชาที่แขนขาข้างที่ทำ
  • ควรดื่มน้ำสะอาดปริมาณมาก ในกรณีไม่มีข้อห้ามจากภาวะหัวใจล้มเหลว เพื่อช่วยให้ร่างกายขับสารทึบรังสีออกทางปัสสาวะ
  • แพทย์ทำการตรวจร่างกายอีกครั้งในวันถัดไป ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนหรืออาการข้างเคียงผิดปกติ แพทย์จะอนุญาตให้กลับบ้านได้
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ไม่ควรปรับขนาดยา หรือหยุดยาด้วยตัวเอง


การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ ตรวจหาตำแหน่งหลอดเลือดหัวใจตีบ วินิจฉัยโรคได้แม่นยำ
การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ (CAG) คือการใช้สายสวนขนาดเล็กเข้าไปตามหลอดเลือดหัวใจเพื่อฉีดสารทึบรังสี ช่วยในการระบุตำแหน่งการตีบตันได้อย่างแม่นยำ นำไปสู่การรักษาที่ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาหรือการใส่ขดลวดทำบอลลูน เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้สูงอายุ


สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือมีความกังวลเกี่ยวกับการฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ ที่โรงพยาบาลวิภาวดี ให้บริการตรวจสวนหัวใจและฉีดสีหัวใจโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมด้วยห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ (Cath Lab) ที่ทันสมัยและอุปกรณ์ครบครัน ซึ่งก่อนและหลังทำจะมีการประเมินอาการของผู้สูงอายุอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน ช่วยดูแลให้กลับมามีหัวใจที่แข็งแรงอีกครั้ง


ช่องทางติดต่อ