- 28 เม.ย. 2569
การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ จะสอดสายสวนไปตามแนวหลอดเลือดแดง แล้วฉีดสารทึบรังสีเพื่อเอกซเรย์ ช่วยให้แพทย์หาตำแหน่งที่หลอดเลือดหัวใจตีบ แคบ อุดตันอย่างแม่นยำ
ในยุคที่สังคมไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงวัย โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) กลายเป็นปัญหาสาธารณสุขลำดับต้น ๆ ที่สำคัญ การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุจึงมีบทบาทอย่างมากในการวินิจฉัยภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตันอย่างแม่นยำ และนำไปประกอบการวางแผนรักษาอย่างเหมาะสม
แต่หลายคนอาจมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียงต่าง ๆ ที่อาจเกิดกับผู้สูงอายุ บทความนี้จึงจะพาไปทำความเข้าใจว่า ฉีดสีคืออะไร มีกระบวนการอย่างไร หรือฉีดสีหัวใจ พักฟื้นกี่วัน เพื่อให้สามารถเข้ารับการทำหัตถการได้อย่างมั่นใจ
การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ คืออะไร มีขั้นตอนยังไง
การฉีดสีหัวใจ หรือที่เรียกว่า Coronary Angiography (CAG) คือการตรวจทางรังสีวิทยาเพื่อวินิจฉัยความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจ โดยใช้การสอดสายสวนขนาดเล็กผ่านหลอดเลือดแดงไปจนถึงหัวใจ แล้วทำการฉีดสารทึบรังสี (Contrast Media) เพื่อให้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามารถบันทึกภาพการไหลเวียนของกระแสเลือดและตำแหน่งที่เกิดการตีบตันได้อย่างชัดเจน
โดยขั้นตอนของการฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ มีลำดับดังนี้
- การเตรียมตัวและระงับความรู้สึก : ทำความสะอาดบริเวณที่จะใส่สายสวน ซึ่งมักจะเป็นบริเวณข้อมือหรือขาหนีบ จากนั้นจะฉีดยาชาเฉพาะที่ โดยผู้ป่วยจะยังคงมีสติและสามารถสื่อสารกับแพทย์ได้ตลอดเวลา
- การสอดสายสวน : แพทย์จะสอดเข็มนำและตามด้วยสายสวนขนาดเล็กที่มีลักษณะเป็นท่ออ่อนเรียวยาวเข้าไปในหลอดเลือดแดง และค่อย ๆ เลื่อนสายไปจนถึงตำแหน่งรูเปิดของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ
- การฉีดสารทึบรังสี : เมื่อสายสวนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม แพทย์จะฉีดสารทึบรังสีซึ่งเป็นสารละลายไอโอดีนผ่านสายสวนเข้าไป ในช่วงนี้ผู้ป่วยอาจมีความรู้สึกร้อนวูบวาบตามร่างกายชั่วขณะ ประมาณ 1-2 วินาที แล้วค่อย ๆ หายไป
- การบันทึกภาพเอกซเรย์ : เครื่องเอกซเรย์จะบันทึกภาพเคลื่อนไหว เพื่อดูการตีบตันหรือความผิดปกติของหลอดเลือดจากหลาย ๆ มุมมอง
- การนำสายสวนออกและห้ามเลือด : หลังเสร็จสิ้นการตรวจ แพทย์จะดึงสายสวนออกและทำการกดแผลเพื่อห้ามเลือดให้สนิท ประมาณ 15 นาที จากนั้นจะมีพยาบาลคอยดูอาการอย่างใกล้ชิด
ตอบคำถาม “การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ อันตรายไหม”
การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ แม้จะฟังดูน่ากังวล แต่ในความเป็นจริงอาจไม่ได้มีความเสี่ยงมากอย่างที่คิด เนื่องจากก่อนเริ่มหัตถการทุกครั้ง แพทย์จะทำการประเมินสภาพร่างกายของผู้ป่วยอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบระดับความพร้อมของหัวใจ ปอด และการทำงานของระบบต่าง ๆ
พร้อมทั้งวางแผนป้องกันความเสี่ยงอย่างรัดกุมที่สุดในผู้ป่วยแต่ละราย โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวบางประเภท เช่น โรคไต (Chronic Kidney Disease) โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) หรือภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) เพราะสารทึบรังสี (Contrast Media) อาจมีผลกระทบต่อการทำงานของไตได้
โดยอาการข้างเคียงหลังฉีดสีที่อาจพบได้ทั่วไปมักเป็นอาการเล็กน้อย เช่น มีรอยเขียวช้ำหรือเลือดออกบริเวณที่ใส่สายสวน และความรู้สึกร้อนวูบวาบขณะฉีดสารทึบรังสี ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปเองในเวลาไม่นาน ส่วนผลข้างเคียงรุนแรงหลังการฉีดสีหัวใจ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ อัมพฤกษ์ หรือเสียชีวิตนั้นมีโอกาสต่ำมาก
การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ ระบุโรคอะไรได้บ้าง
ภาพจากการตรวจสีหัวใจ ช่วยระบุตำแหน่งและความรุนแรงของรอยโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ โดยการฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุช่วยวินิจฉัยภาวะผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจ ได้แก่
- โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Artery Disease)
- ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว (Atherosclerosis)
- กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial Ischemia)
- โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease)
- โรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วแต่กำเนิด (Atrial Septal Defect)
- ภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Thrombosis)
- โรคหัวใจวาย (Congestive Heart Failure)
ดูแลตัวเองหลังฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ ทำอย่างไร
การดูแลหลังเข้ารับการฉีดสีหัวใจมีความสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนอื่น ๆ เพื่อให้หลังฉีดสีหัวใจ ไม่เกิดผลข้างเคียงรุนแรง และร่างกายสามารถฟื้นตัวได้ดี ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำดังนี้
- นอนราบนิ่ง ๆ ห้ามลุกนั่ง ไม่งอขาหรือแขนข้างที่ทำการฉีดสีหัวใจประมาณ 6-12 ชั่วโมง
- สังเกตอาการข้างเคียง โดยควรแจ้งพยาบาลทันที หากบริเวณแผลมีสีผิดปกติ เลือดไหลไม่หยุด หรือมีอาการแน่นหน้าอก รวมถึงอาการชาที่แขนขาข้างที่ทำ
- ควรดื่มน้ำสะอาดปริมาณมาก ในกรณีไม่มีข้อห้ามจากภาวะหัวใจล้มเหลว เพื่อช่วยให้ร่างกายขับสารทึบรังสีออกทางปัสสาวะ
- แพทย์ทำการตรวจร่างกายอีกครั้งในวันถัดไป ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนหรืออาการข้างเคียงผิดปกติ แพทย์จะอนุญาตให้กลับบ้านได้
- รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ไม่ควรปรับขนาดยา หรือหยุดยาด้วยตัวเอง
การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ ตรวจหาตำแหน่งหลอดเลือดหัวใจตีบ วินิจฉัยโรคได้แม่นยำ
การฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ (CAG) คือการใช้สายสวนขนาดเล็กเข้าไปตามหลอดเลือดหัวใจเพื่อฉีดสารทึบรังสี ช่วยในการระบุตำแหน่งการตีบตันได้อย่างแม่นยำ นำไปสู่การรักษาที่ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาหรือการใส่ขดลวดทำบอลลูน เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้สูงอายุ
สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือมีความกังวลเกี่ยวกับการฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ ที่โรงพยาบาลวิภาวดี ให้บริการตรวจสวนหัวใจและฉีดสีหัวใจโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมด้วยห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ (Cath Lab) ที่ทันสมัยและอุปกรณ์ครบครัน ซึ่งก่อนและหลังทำจะมีการประเมินอาการของผู้สูงอายุอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน ช่วยดูแลให้กลับมามีหัวใจที่แข็งแรงอีกครั้ง
ช่องทางติดต่อ
- Facebook: Vibhavadi Hospital
- Line: @Vibhavadihospital
- Email: [email protected]
- Tel: 02-561-1111 หรือ 02-581-1111






